" /> คำสอนในหลวงทุก ๆ คำอยู่บนงานชิ้นนี้ - สารคดี.คอม [ Sarakadee Magazine ]

คำสอนในหลวงทุก ๆ คำอยู่บนงานชิ้นนี้

กันยายน 27, 2017 
1


คอลัมน์ – มรดกตกทอด
สืบสานภูมิปัญญาจากอดีต เพื่ออนาคต
เรื่องและภาพ  ฐิติพันธ์ พัฒนมงคล

wordking01
งานเขียนจิตรกรรมฝาผนังภายในพระที่นั่งทรงธรรม ที่ประทับของพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ เนื่องในงานออกพระเมรุ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ดำเนินมาถึงขั้นตอนการลงสีที่สำนักช่างสิบหมู่ ตำบลศาลายา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม

แบบร่างลายเส้น โดยอาจารย์มณเฑียร ชูเสือหึง จิตรกรเชี่ยวชาญ สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร ถูกคัดลอกลายลงบนผ้าใบแคนวาส  จากนั้นในส่วนขั้นตอนการลงสี ทั้งสามสถาบัน คือ สำนักช่างสิบหมู่ (กรมศิลปากร)  วิทยาลัยช่างศิลป (สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์) และวิทยาลัยเพาะช่าง (มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์) จะร่วมกันรับผิดชอบงานลงสีจิตรกรรมฝาผนังสามด้าน ได้แก่ ด้านที่ ๑ พื้นที่โครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา ด้านที่ ๒ โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในภาคกลางและภาคใต้ และด้านที่ ๓ โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในภาคเหนือ ภาคอีสาน และในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

wordking02

กรกฎาคม ๒๕๖๐ อาจารย์สนั่น รัตนะ ครูชำนาญการพิเศษ วิทยาลัยช่างศิลป หัวหน้าคณะทำงานเขียนจิตรกรรมในส่วนรับผิดชอบของวิทยาลัยช่างศิลป อธิบายว่า “ผ่านมาแล้ว ๓๓ วัน กับเวลาที่เหลือไม่เกิน ๖๐ วันของการทำงานชิ้นนี้ให้สมบูรณ์  งานพระเมรุมาศไม่มีการเตรียมการล่วงหน้า และไม่มีคำว่าต่อสัญญาเหมือนงานก่อสร้างทั่วไป  ระฆังหมดเมื่อไรต้องจบทันที”

อาจารย์สนั่นอาศัยความเป็นครูอาวุโสทางศิลปะชักชวนลูกศิษย์ลูกหามาช่วยงานลงสีช่วงเริ่มต้น  และเชื้อเชิญรุ่นครูบาอาจารย์มาเก็บรายละเอียดที่ต้องเน้นความประณีตเป็นพิเศษ หลังจากการลงสีจิตรกรรมฝาผนังมากว่าเดือน อาจารย์สนั่นค้นพบว่า “ผมเห็นว่าคำสอนในหลวงทุก ๆ คำอยู่บนงานชิ้นนี้ ความสามัคคี รักษาสัญญา ทุกคนมาด้วยใจ ไม่ต้องโทร.ตาม มาถึงลดความเป็นตัวตนลง  ช่างทุกคนเหมือนสีคนละขวด มีเอกลักษณ์ของแต่ละคน แต่ชั่วโมงนี้หลอมรวม เอางานเป็นจุดศูนย์กลาง”

อาจารย์สนั่นเล่าต่อว่า “ผมเห็นความเพียร เห็นความอดทน ทำงานอย่างไรให้งานเสร็จทันเวลา เห็นน้ำใจของคนที่หลั่งไหลเข้ามา วาดไม่ได้ก็ซื้อน้ำมาส่ง ซื้อผลไม้มาครั้งหนึ่ง ๓๐-๔๐ กิโล นี่คือน้ำใจ”

งานเขียนจิตรกรรมฝาผนังทั้งสามด้านนี้มีพื้นที่รวมกันกว่า ๒๓๗ ตารางเมตร โดยเมื่อผ่านขั้นตอนลงสีแล้วจะย้ายไปติดตั้งยังพระที่นั่งทรงธรรม ท้องสนามหลวง ต่อไป

เป็นสายวันที่แดดร้อนเปรี้ยง แต่ทุกคนที่นั่งตรงนั้นไม่มีใครขยับหนีไปไหนซ้ำยังมีคนทยอยเดินเข้ามาขอนั่งสมทบในที่ว่าง ข้างผมเป็นหญิงวัยกลางคนที่มาจากจังหวัดหนึ่งในภาคอีสาน เธออยู่ตรงนี้เป็นวันที่ ๔ แล้ว เธอบอกว่าจะอยู่จนถึงวันสุดท้ายของพระราชพิธีเพื่อส่ง “พ่อ” ก่อนริ้วขบวนอัญเชิญพระบรมอัฐิและพระบรมราชสรีรางคารจากสนามหลวงจะเคลื่อนมาถึงตรงที่เรานั่งกันอยู่เล็กน้อย คงด้วยทั้งแดดกล้าและความอ่อนล้ามาหลายวัน ผู้หญิงข้างผมและผู้สูงอายุอีกสองสามคนจึงเกิดหน้ามืดจะเป็นลมต้องพาไปปฐมพยาบาลกันใต้ร่มเงาด้านหลังเมื่อริ้วขบวนเคลื่อนผ่าน รอบตัวผมมีแต่เสียงสะอื้นไห้และน้ำตา ... หลังฝนตกหนักตอนบ่ายวันก่อนหน้านั้น ผู้คนรอถวายดอกไม้จันทน์ยังยืนแถวเป็นระเบียบต่อกันยาวเหยียด ใครก็อาจคาดคะเนได้ว่า ถึงเวลา ๔ ทุ่ม คนสุดท้ายของแถวตอนนี้ก็อาจยังไม่ได้ถวายดอกไม้จันทน์ แต่ทุกคนที่ยืนรอไม่แสดงอาการหวั่นไหว ดึกเกือบ ๕ ทุ่ม ผมฝ่าฝูงชนคลาคล่ำเข้ามายืนอยู่หน้าหอประชุมมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์อันเป็นที่ตั้งของศูนย์สื่อมวลชนฯ ท่ามกลางความสับสนของหมายกำหนดการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพจริงเพราะไม่มีการแจ้งข่าวและเผยแพร่ภาพในโทรทัศน์ กลุ่มควันที่ลอยปกคลุมเหนือพระเมรุมาศในความมืดทำให้ประชาชนที่นั่งเฝ้าอยู่บริเวณนั้นต่างจ้องมองมวลสีเทาที่แปรเปลี่ยนรูปร่างไปไม่หยุดนิ่ง หลายคนพนมมือไหว้แล้วปาดน้ำตา สักครู่ดูเหมือนควันจะจางหาย แต่ไม่นานก็ปรากฏกลุ่มควันลอยคลุ้งชุดใหม่ผมยืนเหม่อมองด้วยความนิ่งงัน … สองสัปดาห์ถัดมา ผมยืนทำใจสงบอยู่หน้าพระเมรุมาศสีทองอร่าม ท่ามกลางบรรยากาศอันค่อนข้างวุ่นวายของประชาชนจำนวนมากที่กำลังเดินชมและถ่ายภาพนิทรรศการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ เป็นยามสนธยาที่มีแสงสีชมพูและสีเหลืองส้มฉายทาบหมู่เมฆใกล้ขอบฟ้า ก่อนรัตติกาลจะค่อย ๆ เข้าโอบคลุม เป็นช่วงกาลรอยต่อที่มิใช่ทั้งกลางวันและกลางคืนอันน่าฉงน
เรื่อง : เสาวลักษณ์ เชื้อคำ ภาพ : ไลลา ตาเฮ ประณต จงเรืองฤทธิ์ ชาวจังหวัดพิจิตร อายุ ๓๕ ปี ออกเดินทางมาจากบ้านตั้งแต่ตีสาม
#เช้านี้ที่กรุงเทพฯ คืนวันที่ ๒๕ ต่อเนื่องถึงเช้าวันที่ ๒๖ ตุลาคม ๒๕๖๐ หลายล้านชีวิตคงนอนหลับไม่เต็มตา เพราะ ๒๖ ตุลาคม ๒๕๖๐ คือกำหนดงานถวายพระเพลิงพระบรมศพพระมหากษัตริย์ที่ประชาชนขานพระนามอย่างเรียบง่ายว่า "ในหลวงรัชกาลที่ ๙"


ผู้ดูแล และลงข้อมูลประจำเวบไซต์ sarakadee.com








ใส่ความเห็น

อีเมล์ของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

เป็นสายวันที่แดดร้อนเปรี้ยง แต่ทุกคนที่นั่งตรงนั้นไม่มีใครขยับหนีไปไหนซ้ำยังมีคนทยอยเดินเข้ามาขอนั่งสมทบในที่ว่าง ข้างผมเป็นหญิงวัยกลางคนที่มาจากจังหวัดหนึ่งในภาคอีสาน เธออยู่ตรงนี้เป็นวันที่ ๔ แล้ว เธอบอกว่าจะอยู่จนถึงวันสุดท้ายของพระราชพิธีเพื่อส่ง “พ่อ” ก่อนริ้วขบวนอัญเชิญพระบรมอัฐิและพระบรมราชสรีรางคารจากสนามหลวงจะเคลื่อนมาถึงตรงที่เรานั่งกันอยู่เล็กน้อย คงด้วยทั้งแดดกล้าและความอ่อนล้ามาหลายวัน ผู้หญิงข้างผมและผู้สูงอายุอีกสองสามคนจึงเกิดหน้ามืดจะเป็นลมต้องพาไปปฐมพยาบาลกันใต้ร่มเงาด้านหลังเมื่อริ้วขบวนเคลื่อนผ่าน รอบตัวผมมีแต่เสียงสะอื้นไห้และน้ำตา ... หลังฝนตกหนักตอนบ่ายวันก่อนหน้านั้น ผู้คนรอถวายดอกไม้จันทน์ยังยืนแถวเป็นระเบียบต่อกันยาวเหยียด ใครก็อาจคาดคะเนได้ว่า ถึงเวลา ๔ ทุ่ม คนสุดท้ายของแถวตอนนี้ก็อาจยังไม่ได้ถวายดอกไม้จันทน์ แต่ทุกคนที่ยืนรอไม่แสดงอาการหวั่นไหว ดึกเกือบ ๕ ทุ่ม ผมฝ่าฝูงชนคลาคล่ำเข้ามายืนอยู่หน้าหอประชุมมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์อันเป็นที่ตั้งของศูนย์สื่อมวลชนฯ ท่ามกลางความสับสนของหมายกำหนดการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพจริงเพราะไม่มีการแจ้งข่าวและเผยแพร่ภาพในโทรทัศน์ กลุ่มควันที่ลอยปกคลุมเหนือพระเมรุมาศในความมืดทำให้ประชาชนที่นั่งเฝ้าอยู่บริเวณนั้นต่างจ้องมองมวลสีเทาที่แปรเปลี่ยนรูปร่างไปไม่หยุดนิ่ง หลายคนพนมมือไหว้แล้วปาดน้ำตา สักครู่ดูเหมือนควันจะจางหาย แต่ไม่นานก็ปรากฏกลุ่มควันลอยคลุ้งชุดใหม่ผมยืนเหม่อมองด้วยความนิ่งงัน … สองสัปดาห์ถัดมา ผมยืนทำใจสงบอยู่หน้าพระเมรุมาศสีทองอร่าม ท่ามกลางบรรยากาศอันค่อนข้างวุ่นวายของประชาชนจำนวนมากที่กำลังเดินชมและถ่ายภาพนิทรรศการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ เป็นยามสนธยาที่มีแสงสีชมพูและสีเหลืองส้มฉายทาบหมู่เมฆใกล้ขอบฟ้า ก่อนรัตติกาลจะค่อย ๆ เข้าโอบคลุม เป็นช่วงกาลรอยต่อที่มิใช่ทั้งกลางวันและกลางคืนอันน่าฉงน
เรื่อง : เสาวลักษณ์ เชื้อคำ ภาพ : ไลลา ตาเฮ ประณต จงเรืองฤทธิ์ ชาวจังหวัดพิจิตร อายุ ๓๕ ปี ออกเดินทางมาจากบ้านตั้งแต่ตีสาม
#เช้านี้ที่กรุงเทพฯ คืนวันที่ ๒๕ ต่อเนื่องถึงเช้าวันที่ ๒๖ ตุลาคม ๒๕๖๐ หลายล้านชีวิตคงนอนหลับไม่เต็มตา เพราะ ๒๖ ตุลาคม ๒๕๖๐ คือกำหนดงานถวายพระเพลิงพระบรมศพพระมหากษัตริย์ที่ประชาชนขานพระนามอย่างเรียบง่ายว่า "ในหลวงรัชกาลที่ ๙"