พุธ-ไซแอนซ์ – 4 ข่าววิทย์สุดทึ่งปี 2017

ธันวาคม 27, 2017 
0


putscienceพุธ-ไซแอนซ์

ติดปีกความรู้ทางวิทยาศาสตร์ทุกวันพุธ เพราะเทพเจ้าประจำดาวพุธคือ Mercury บุรุษเทพแห่งการสื่อสารที่ไปได้เร็วเท่าความคิด


เรื่อง : สุวัฒน์ อัศวไชยชาญ

1. ไขมันต่ำไม่ช่วย !

การวิจัยในกลุ่มตัวอย่าง 135,000 คนใน 18 ประเทศ เปรียบเทียบการกินอาหารไขมันต่ำ Low-Fat กับการกินอาหารคาร์โบไฮเดรตต่ำ หรือ Low-Carb
ปรากฏผลพลิกความเข้าใจที่เคยเชื่อและแนะนำกันมานาน

คือการกินอาหารไขมันต่ำกลับมีความเสี่ยงสูงว่าจะเป็นโรคหัวใจ

ขณะที่การกินโลว์คาร์บส่งผลดี คือมีความเสี่ยงน้อยว่าจะเป็นโรคหัวใจ

นอกจากนี้งานวิจัยกับผู้หญิง 50,000 คนเป็นเวลา 8 ปีก็ให้ผลไปในทิศทางเดียวกัน คือการกินไขมันต่ำไม่ได้ช่วยลดความเสี่ยงกับการเป็นมะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ หรือโรคหัวใจเลย

สรุปว่า ร่างกายต้องการไขมันเพื่อให้ทำงานได้เป็นปรกติ

2. ไม่มี X-Men นอกจอ แต่มี X-Animal !

ไม่ว่าโลกจะเผชิญกับอะไร อุกกาบาตตกใส่ รังสีคอสมิกทะลวงชั้นบรรยากาศ ระบบนิเวศล่มสลายแต่สัตว์ชนิดนี้จะยังอยู่รอด ขณะที่มนุษย์เราสูญพันธุ์

มันคือกลุ่มสัตว์ขนาดจิ๋วหน้าตาน่ารักชื่อ Tardigrades

ชื่อเล่นคือ หมีน้ำ water bear ตัวยาวเพียง 0.5 มิลลิเมตร มีแปดขา มีมือที่มีเล็บ 4-8 เล็บหรือจะเรียกว่ามันคือ X-Animal ล้อกับ X-Men พันธุ์อึดอย่างวูฟเวอรีนก็ได้

เพราะไม่ว่าจะแช่เย็นติดลบหลายร้อยองศา ต้มเดือด ตากแห้ง ฉายรังสี จับมันปล่อยในสภาพสุญญากาศ หรือใต้แรงดันน้ำลึกสุดของมหาสมุทรมันก็ยังรอดชีวิต

ในสภาพธรรมชาติ หมีน้ำพบทั่วไปในพื้นตะกอนใต้แหล่งน้ำ หรือสภาพแวดล้อมที่ชื้นแฉะ

3. Sophia หุ่นยนต์ตัวแรกที่ได้สิทธิพลเมือง

โซเฟียเป็นหุ่นยนต์เพศหญิง มีดวงตาสีน้ำตาล และมีอารมณ์ขัน

เธอสร้างขึ้นด้วยระบบสติปัญญาประดิษฐ์หรือ A.I.

สามารถจดจำใบหน้า เข้าใจภาษามนุษย์ เธอสามารถสื่อสารความรู้สึกผ่านสายตา แสดงอารมณ์ความรู้สึกโกรธ กังวล

เพื่อที่เธอจะได้สร้างความไว้วางใจและอยู่ร่วมกับมนุษย์ได้ โซเฟียบอกว่า ระบบสติปัญญาของเธอสร้างขึ้นบนคุณค่าเดียวกับของมนุษย์
ทั้งปัญญา ความเมตตา และความเห็นอกเห็นใจ

“ไม่ต้องกลัว ถ้าคุณปฏิบัติดีต่อฉัน ฉันก็ปฏิบัติดีต่อคุณ”

ประเทศซาอุดิอารเบียเป็นประเทศที่รับรองสิทธิพลเมืองของโซเฟียเมื่อเดือนตุลาคม

ผู้สร้างโซเฟีย คือ เดวิด แฮนสัน

4. ชีวิตกำเนิดขึ้นบนโลกเพราะอุกกาบาต !

ชีวิตแรกเริ่มอาจไม่ได้กำเนิดขึ้นบนโลกด้วยตัวมันเอง

จากหลักฐานและความรู้หลายสาขาประกอบกัน นักวิทยาศาสตร์ค่อนข้างมั่นใจมากกับทฤษฎีที่ว่า ชีวิตกำเนิดขึ้นครั้งแรกบนโลกเมื่อราว 3.7-4.5 พันล้านปีก่อน
โดยมีอุกกาบาตตกใส่โลกลูกแล้วลูกเล่า ราวกับฝนอุกกาบาต

หลายลูกได้ตกลงในบึงน้ำ ละลายองค์ประกอบพื้นฐานสำคัญของชีวิตที่ติดมากับอุกกาบาตลงแหล่งน้ำ

ต่อมาแหล่งน้ำผ่านวัฏจักรเปียกสลับแห้ง ทำให้องค์ประกอบพื้นฐานประกอบร่างเป็นโมเลกุล RNA ซึ่งทำหน้าที่เก็บพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิตแรกเริ่ม ก่อนจะพัฒนามาเป็น DNA ที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น

แม้เรื่องนี้ยังต้องการศึกษาวิจัยต่ออีกแต่เป็นไปได้มากว่า “เราจุติจากดวงดาว”


dumสุวัฒน์ อัศวไชยชาญ :

บก. ดำ ผู้ชอบจับแพะมาชนกับแกะ จับแมวโยนไปให้ถึงดวงดาว เพราะหลงเชื่อว่าจักรวาลนี้ไม่มีอะไรที่ไม่เกี่ยวข้องกัน

ภาพ : Thai Navy Seal ปฏิบัติการช่วยเด็ก ๆ และโค้ชทีมหมูป่าฯ ที่ถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จังหวัดเชียงราย กลายเป็นข่าวดังระดับโลกในช่วง ๒-๓ สัปดาห์ นิตยสาร สารคดี ฉบับนี้พยายามสรุปประมวลเหตุการณ์มานำเสนอให้ผู้อ่านได้ย้อนรำลึกเท่าที่จะทำได้ครับ แต่ต้องยอมรับว่าการบันทึกเหตุการณ์ให้ถูกต้อง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์นั้นยากมากเลยทีเดียว ข้อจำกัดคือความสับสนของข่าวสารทั้งหมดที่เผยแพร่ออกมาตั้งแต่วันแรก จนไม่รู้ว่ามีความถูกต้องมากน้อยแค่ไหน และหลาย ๆ ประเด็นและรายละเอียดไม่ได้ถูกเปิดเผยโดยตรงจากผู้เกี่ยวข้องหรือผู้รู้จริง ยกตัวอย่างแค่ต้นเรื่องว่าเด็กเข้าถ้ำไปทำไม ซึ่งเคยมีข่าวเล่าไปต่าง ๆ นานา ถ้าภายหลังไม่มีงานแถลงข่าวบอกเล่าจากปากโค้ชเอกและเด็กเอง ก็คงไม่มีใครรู้ว่าพวกเขาวางแผนจะไปเที่ยวถ้ำกันล่วงหน้าเป็นอาทิตย์แล้ว หรือกรณีทีมนักดำน้ำอังกฤษบางคนเพิ่งยอมให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวต่างประเทศในช่วงหลัง ก็ค่อย ๆ ทำให้เราเข้าใจว่ามีการค้นพบและช่วยเหลือเด็กอย่างไรชัดเจนขึ้นบ้าง  ไม่นับภาพไดอะแกรมการดำน้ำพาเด็กออกจากถ้ำที่หลายสำนักข่าววาดภาพอย่างสวยงาม แต่ภายหลังก็พบว่าไม่ตรงกับวิธีการช่วยเหลือตามที่เป็นจริง เชื่อว่ายังมีผู้คนและการดำเนินการทั้งเบื้องหน้าเบื้องหลัง และข้อเท็จจริงอีกมากที่ไม่ได้ปรากฏในข่าว การบันทึกปฏิบัติการช่วยเหลือทีมหมูป่าฯ ให้ถูกต้องและครบถ้วนจึงเป็นเรื่องท้าทายมากเพราะต้องรวบรวมข้อเท็จจริงจากผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ทุก ๆ แง่มุมมาปะติดปะต่อกัน หากต้องการบันทึกเป็นกรณีศึกษาในอนาคต สำหรับนิตยสาร สารคดี ยอมรับกับผู้อ่านตรง ๆ
สำหรับลูกหลานจีนส่วนใหญ่ น่าจะคุ้นเคยกับนิทาน ไซอิ๋ว โดยเฉพาะตัวเอกน่ารักน่าชังอย่างเห้งเจียหรือซึงหงอคง เจ้าแห่งลิงที่มีฤทธิ์เดชสารพัด จนแม้แต่บรรดาเทพเจ้าน้อยใหญ่บนสรวงสวรรค์ยังเอาไม่อยู่ ไซอิ๋ว เป็นวรรณกรรมจีนที่แต่งขึ้นเมื่อราว ๕๐๐ ปีก่อน จินตนาการต่อเติมขึ้นจากเรื่องราวของบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ คือพระถังซำจั๋งหรือพระเสวียนจ้าง ซึ่งมีชีวิตอยู่ก่อนเกิดบทประพันธ์ถึง ๙๐๐ ปี เหตุการณ์ที่พระเสวียนจ้างเดินทางฝ่าดินแดนทุรกันดารไปอัญเชิญพระไตรปิฎกที่อินเดียนั้นเกิดขึ้นจริง แต่ใน ไซอิ๋ว เสริมแต่งเรื่องให้สนุกสุดพิสดาร โดยพระถังซำจั๋งมีลูกศิษย์เป็นสัตว์สามตัวร่วมทางไปด้วย คือ เห้งเจีย - ลิง  ตือโป้ยก่าย - หมู  ซัวเจ๋ง - ปลา  ในระหว่างทางต้องพบปีศาจร้ายต่าง ๆ ที่หมายจับพระถังซำจั๋งมากินเนื้อเป็นยาอายุวัฒนะ นอกจากจะอ่านเป็นนิทานสนุกสนานสำหรับเด็กแล้ว ไซอิ๋ว ยังได้รับการตีความว่าซ่อนปริศนาการบรรลุธรรมเอาไว้ ความนัยที่อาจเคยได้ยินกันคือ ตือโป้ยก่าย ซัวเจ๋ง และเห้งเจีย เป็นตัวแทนของศีล สมาธิ และปัญญา (ตามลำดับ) หรือไตรสิกขา ซึ่งเป็นวิถีของการหลุดพ้น แต่ก็ยังมีการวิเคราะห์ตีความอื่น ๆ อีก คำอธิบายหนึ่งบอกว่าการเดินทางของพระถังซำจั๋งและลูกศิษย์ คือความพยายามเจริญสติตื่นรู้อยู่ทุกขณะ ซึ่งเป็นหนทางที่ยากเย็นแสนเข็ญ แต่ถ้าทำได้ก็จะไปถึงการบรรลุธรรม พระถังซำจั๋งเป็นตัวแทนของจิตใจที่มุ่งมั่นสู่นิพพาน  ส่วนเหล่าปีศาจคือความคิดและอารมณ์ต่าง ๆ ที่เข้ามาขัดขวาง เมื่อไรที่เราพยายามตั้งสติมั่น อารมณ์ความคิดต่าง ๆ ก็เข้ามาครอบงำให้สติเผลอไผลไปครั้งแล้วครั้งเล่า  สติรู้ตัวนั้นจึงขาดเป็นช่วง ๆ เช่นเดียวกับพระถังซำจั๋งที่มักถูกปีศาจร้ายจับตัวไปทุกครั้ง แถมตามท้องเรื่องนั้น พระถังซำจั๋งมักไร้เดียงสา หลงกลปีศาจที่แปลงกายมาในรูปร่างหน้าตาต่าง ๆ กันไปเสียทุกครั้ง ซึ่งก็เหมือนกับธรรมชาติจิตใจคนเราที่ ถูกล่อลวงด้วยอารมณ์ดีอารมณ์ร้ายต่าง ๆ ได้ง่าย
สัก ๒๐ กว่าปีก่อนผมมีโอกาสเข้าไปทำงานสารคดีตามรอยนักวิจัยในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง  ระหว่างเดินตามเส้นทางเล็ก ๆ กลางป่าในบ่ายวันหนึ่ง พลันก็ได้ยินเสียง “โฮก” ตอนนั้นตกใจมาก ไม่คิดมาก่อนว่าจะมีโอกาสได้ยินเสียงเสือโคร่งคำรามกลางป่า ผมยืนนิ่ง รออยู่สักพัก  สุดท้ายก็ไม่มีโอกาสเห็นตัวเป็น ๆ ความจริงในใจก็หวั่นว่าถ้าเสือโผล่มาจะทำอย่างไร ถือเป็นครั้งเดียวในชีวิตที่ได้ใกล้ชิดที่สุดกับเสือโคร่งในธรรมชาติ  ไม่นับการได้เห็นเสือโคร่งจากการตามนักวิจัยที่ศึกษาเสือโคร่งโดยทำกรงดักล่อเสือเพื่อติดปลอกคอวิทยุ หรือการไปดูเสือโคร่งตามสวนสัตว์และสถานที่เพาะเลี้ยงสัตว์ป่า อีกครั้งหนึ่งในป่าดงดิบภาคใต้ คือการเห็นเสือไฟ (แบบแวบ ๆ) วิ่งตัดหน้ารถยนต์ เสือเมืองไทยมีทั้งหมดเก้าชนิด ผมได้เห็นเกือบทุกชนิดในสวนสัตว์และกรงเพาะเลี้ยง ยกเว้นแมวป่าหัวแบนชนิดเดียวที่ไม่เคยเห็น ได้แต่ดูในภาพถ่ายเก่าในอดีตการถ่ายภาพของเสือทั้งเก้าชนิดในสภาพธรรมชาตินับว่าเป็นเรื่องที่ยากมาก จนกระทั่งมีการใช้อุปกรณ์ที่เรียกว่า camera trap  ภาพของเสือโคร่ง เสือดาว เสือดำ รวมทั้งสัตว์ป่าอีกหลายชนิดในธรรมชาติจึงได้รับการบันทึกเป็นหลักฐานว่าในเขตอนุรักษ์บางแห่งนั้นยังเป็นถิ่นแพร่กระจายพันธุ์ของสัตว์ป่าหายากเหล่านี้ ภัยคุกคามหลัก ๆ ที่มีมาตลอดเวลายาวนานที่มีต่อเผ่าพันธุ์เสือ คือ การล่าเอาหนังและหัวไปประดับบารมี เอาอวัยวะไปกินเป็นยาบำรุงตามตำรับยาสมุนไพรของจีน รวมทั้งการเอาอวัยวะไปทำเครื่องรางของขลังด้วยเชื่อว่าเสือมีพลังอำนาจลึกลับในธรรมชาติ เสือเป็นสัตว์จำพวกนักล่าที่ล่าสัตว์อื่นกินเป็นอาหาร อยู่ตำแหน่งบนสุดในระบบห่วงโซ่อาหาร การดำรงอยู่ของสัตว์นักล่าในที่ใด ไม่ว่าจะเป็นเสือหรือหมาใน แสดงว่าในที่นั้นต้องมีประชากรของสัตว์กินพืชอื่น ๆ อยู่หนาแน่น มีจำนวนมากและหลากหลายเพียงพอให้พวกมันพึ่งพาได้  และการที่สัตว์กินพืชจะมีจำนวนมากได้ผืนป่านั้นก็ต้องมีขนาดใหญ่ มีความอุดมสมบูรณ์ และมีพันธุ์ไม้หลากหลายด้วย ทุกวันนี้เสือจึงเหลืออยู่แต่ในผืนป่าอนุรักษ์ขนาดใหญ่เท่านั้น เพราะป่าธรรมชาติบ้านเราถูกตัดถูกทำลายไปมากมาย ล่าสุดนอกจากปัญหาภาวะโลกร้อนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งสาเหตุส่วนหนึ่งนั้นมาจากการตัดไม้ทำลายป่าที่เกิดขึ้นทั่วโลกแล้ว  นักวิทยาศาสตร์ยังคาดว่าโลกกำลังเผชิญกับสถานการณ์รุนแรงในอนาคตอันใกล้ นั่นคือการล่มสลายของความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งจะนำไปสู่การสูญพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตบนโลกครั้งใหญ่ สตีเฟน ฮอว์กิง สุดยอดนักวิทยาศาสตร์ที่เพิ่งเสียชีวิตไปเมื่อต้นเดือนมีนาคม เคยออกมาเตือนว่า มนุษย์กำลังทำลายล้างทรัพยากรบนโลกด้วยอัตราแบบทวีคูณ และภายใน ๑๐๐ ปีมนุษย์อาจสูญสิ้นเผ่าพันธุ์ถ้าไม่หาทางหนีไปอยู่ดาวดวงอื่น



ผู้ดูแล และลงข้อมูลประจำเวบไซต์ sarakadee.com








ใส่ความเห็น

อีเมล์ของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

ภาพ : Thai Navy Seal ปฏิบัติการช่วยเด็ก ๆ และโค้ชทีมหมูป่าฯ ที่ถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จังหวัดเชียงราย กลายเป็นข่าวดังระดับโลกในช่วง ๒-๓ สัปดาห์ นิตยสาร สารคดี ฉบับนี้พยายามสรุปประมวลเหตุการณ์มานำเสนอให้ผู้อ่านได้ย้อนรำลึกเท่าที่จะทำได้ครับ แต่ต้องยอมรับว่าการบันทึกเหตุการณ์ให้ถูกต้อง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์นั้นยากมากเลยทีเดียว ข้อจำกัดคือความสับสนของข่าวสารทั้งหมดที่เผยแพร่ออกมาตั้งแต่วันแรก จนไม่รู้ว่ามีความถูกต้องมากน้อยแค่ไหน และหลาย ๆ ประเด็นและรายละเอียดไม่ได้ถูกเปิดเผยโดยตรงจากผู้เกี่ยวข้องหรือผู้รู้จริง ยกตัวอย่างแค่ต้นเรื่องว่าเด็กเข้าถ้ำไปทำไม ซึ่งเคยมีข่าวเล่าไปต่าง ๆ นานา ถ้าภายหลังไม่มีงานแถลงข่าวบอกเล่าจากปากโค้ชเอกและเด็กเอง ก็คงไม่มีใครรู้ว่าพวกเขาวางแผนจะไปเที่ยวถ้ำกันล่วงหน้าเป็นอาทิตย์แล้ว หรือกรณีทีมนักดำน้ำอังกฤษบางคนเพิ่งยอมให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวต่างประเทศในช่วงหลัง ก็ค่อย ๆ ทำให้เราเข้าใจว่ามีการค้นพบและช่วยเหลือเด็กอย่างไรชัดเจนขึ้นบ้าง  ไม่นับภาพไดอะแกรมการดำน้ำพาเด็กออกจากถ้ำที่หลายสำนักข่าววาดภาพอย่างสวยงาม แต่ภายหลังก็พบว่าไม่ตรงกับวิธีการช่วยเหลือตามที่เป็นจริง เชื่อว่ายังมีผู้คนและการดำเนินการทั้งเบื้องหน้าเบื้องหลัง และข้อเท็จจริงอีกมากที่ไม่ได้ปรากฏในข่าว การบันทึกปฏิบัติการช่วยเหลือทีมหมูป่าฯ ให้ถูกต้องและครบถ้วนจึงเป็นเรื่องท้าทายมากเพราะต้องรวบรวมข้อเท็จจริงจากผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ทุก ๆ แง่มุมมาปะติดปะต่อกัน หากต้องการบันทึกเป็นกรณีศึกษาในอนาคต สำหรับนิตยสาร สารคดี ยอมรับกับผู้อ่านตรง ๆ
สำหรับลูกหลานจีนส่วนใหญ่ น่าจะคุ้นเคยกับนิทาน ไซอิ๋ว โดยเฉพาะตัวเอกน่ารักน่าชังอย่างเห้งเจียหรือซึงหงอคง เจ้าแห่งลิงที่มีฤทธิ์เดชสารพัด จนแม้แต่บรรดาเทพเจ้าน้อยใหญ่บนสรวงสวรรค์ยังเอาไม่อยู่ ไซอิ๋ว เป็นวรรณกรรมจีนที่แต่งขึ้นเมื่อราว ๕๐๐ ปีก่อน จินตนาการต่อเติมขึ้นจากเรื่องราวของบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ คือพระถังซำจั๋งหรือพระเสวียนจ้าง ซึ่งมีชีวิตอยู่ก่อนเกิดบทประพันธ์ถึง ๙๐๐ ปี เหตุการณ์ที่พระเสวียนจ้างเดินทางฝ่าดินแดนทุรกันดารไปอัญเชิญพระไตรปิฎกที่อินเดียนั้นเกิดขึ้นจริง แต่ใน ไซอิ๋ว เสริมแต่งเรื่องให้สนุกสุดพิสดาร โดยพระถังซำจั๋งมีลูกศิษย์เป็นสัตว์สามตัวร่วมทางไปด้วย คือ เห้งเจีย - ลิง  ตือโป้ยก่าย - หมู  ซัวเจ๋ง - ปลา  ในระหว่างทางต้องพบปีศาจร้ายต่าง ๆ ที่หมายจับพระถังซำจั๋งมากินเนื้อเป็นยาอายุวัฒนะ นอกจากจะอ่านเป็นนิทานสนุกสนานสำหรับเด็กแล้ว ไซอิ๋ว ยังได้รับการตีความว่าซ่อนปริศนาการบรรลุธรรมเอาไว้ ความนัยที่อาจเคยได้ยินกันคือ ตือโป้ยก่าย ซัวเจ๋ง และเห้งเจีย เป็นตัวแทนของศีล สมาธิ และปัญญา (ตามลำดับ) หรือไตรสิกขา ซึ่งเป็นวิถีของการหลุดพ้น แต่ก็ยังมีการวิเคราะห์ตีความอื่น ๆ อีก คำอธิบายหนึ่งบอกว่าการเดินทางของพระถังซำจั๋งและลูกศิษย์ คือความพยายามเจริญสติตื่นรู้อยู่ทุกขณะ ซึ่งเป็นหนทางที่ยากเย็นแสนเข็ญ แต่ถ้าทำได้ก็จะไปถึงการบรรลุธรรม พระถังซำจั๋งเป็นตัวแทนของจิตใจที่มุ่งมั่นสู่นิพพาน  ส่วนเหล่าปีศาจคือความคิดและอารมณ์ต่าง ๆ ที่เข้ามาขัดขวาง เมื่อไรที่เราพยายามตั้งสติมั่น อารมณ์ความคิดต่าง ๆ ก็เข้ามาครอบงำให้สติเผลอไผลไปครั้งแล้วครั้งเล่า  สติรู้ตัวนั้นจึงขาดเป็นช่วง ๆ เช่นเดียวกับพระถังซำจั๋งที่มักถูกปีศาจร้ายจับตัวไปทุกครั้ง แถมตามท้องเรื่องนั้น พระถังซำจั๋งมักไร้เดียงสา หลงกลปีศาจที่แปลงกายมาในรูปร่างหน้าตาต่าง ๆ กันไปเสียทุกครั้ง ซึ่งก็เหมือนกับธรรมชาติจิตใจคนเราที่ ถูกล่อลวงด้วยอารมณ์ดีอารมณ์ร้ายต่าง ๆ ได้ง่าย
สัก ๒๐ กว่าปีก่อนผมมีโอกาสเข้าไปทำงานสารคดีตามรอยนักวิจัยในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง  ระหว่างเดินตามเส้นทางเล็ก ๆ กลางป่าในบ่ายวันหนึ่ง พลันก็ได้ยินเสียง “โฮก” ตอนนั้นตกใจมาก ไม่คิดมาก่อนว่าจะมีโอกาสได้ยินเสียงเสือโคร่งคำรามกลางป่า ผมยืนนิ่ง รออยู่สักพัก  สุดท้ายก็ไม่มีโอกาสเห็นตัวเป็น ๆ ความจริงในใจก็หวั่นว่าถ้าเสือโผล่มาจะทำอย่างไร ถือเป็นครั้งเดียวในชีวิตที่ได้ใกล้ชิดที่สุดกับเสือโคร่งในธรรมชาติ  ไม่นับการได้เห็นเสือโคร่งจากการตามนักวิจัยที่ศึกษาเสือโคร่งโดยทำกรงดักล่อเสือเพื่อติดปลอกคอวิทยุ หรือการไปดูเสือโคร่งตามสวนสัตว์และสถานที่เพาะเลี้ยงสัตว์ป่า อีกครั้งหนึ่งในป่าดงดิบภาคใต้ คือการเห็นเสือไฟ (แบบแวบ ๆ) วิ่งตัดหน้ารถยนต์ เสือเมืองไทยมีทั้งหมดเก้าชนิด ผมได้เห็นเกือบทุกชนิดในสวนสัตว์และกรงเพาะเลี้ยง ยกเว้นแมวป่าหัวแบนชนิดเดียวที่ไม่เคยเห็น ได้แต่ดูในภาพถ่ายเก่าในอดีตการถ่ายภาพของเสือทั้งเก้าชนิดในสภาพธรรมชาตินับว่าเป็นเรื่องที่ยากมาก จนกระทั่งมีการใช้อุปกรณ์ที่เรียกว่า camera trap  ภาพของเสือโคร่ง เสือดาว เสือดำ รวมทั้งสัตว์ป่าอีกหลายชนิดในธรรมชาติจึงได้รับการบันทึกเป็นหลักฐานว่าในเขตอนุรักษ์บางแห่งนั้นยังเป็นถิ่นแพร่กระจายพันธุ์ของสัตว์ป่าหายากเหล่านี้ ภัยคุกคามหลัก ๆ ที่มีมาตลอดเวลายาวนานที่มีต่อเผ่าพันธุ์เสือ คือ การล่าเอาหนังและหัวไปประดับบารมี เอาอวัยวะไปกินเป็นยาบำรุงตามตำรับยาสมุนไพรของจีน รวมทั้งการเอาอวัยวะไปทำเครื่องรางของขลังด้วยเชื่อว่าเสือมีพลังอำนาจลึกลับในธรรมชาติ เสือเป็นสัตว์จำพวกนักล่าที่ล่าสัตว์อื่นกินเป็นอาหาร อยู่ตำแหน่งบนสุดในระบบห่วงโซ่อาหาร การดำรงอยู่ของสัตว์นักล่าในที่ใด ไม่ว่าจะเป็นเสือหรือหมาใน แสดงว่าในที่นั้นต้องมีประชากรของสัตว์กินพืชอื่น ๆ อยู่หนาแน่น มีจำนวนมากและหลากหลายเพียงพอให้พวกมันพึ่งพาได้  และการที่สัตว์กินพืชจะมีจำนวนมากได้ผืนป่านั้นก็ต้องมีขนาดใหญ่ มีความอุดมสมบูรณ์ และมีพันธุ์ไม้หลากหลายด้วย ทุกวันนี้เสือจึงเหลืออยู่แต่ในผืนป่าอนุรักษ์ขนาดใหญ่เท่านั้น เพราะป่าธรรมชาติบ้านเราถูกตัดถูกทำลายไปมากมาย ล่าสุดนอกจากปัญหาภาวะโลกร้อนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งสาเหตุส่วนหนึ่งนั้นมาจากการตัดไม้ทำลายป่าที่เกิดขึ้นทั่วโลกแล้ว  นักวิทยาศาสตร์ยังคาดว่าโลกกำลังเผชิญกับสถานการณ์รุนแรงในอนาคตอันใกล้ นั่นคือการล่มสลายของความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งจะนำไปสู่การสูญพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตบนโลกครั้งใหญ่ สตีเฟน ฮอว์กิง สุดยอดนักวิทยาศาสตร์ที่เพิ่งเสียชีวิตไปเมื่อต้นเดือนมีนาคม เคยออกมาเตือนว่า มนุษย์กำลังทำลายล้างทรัพยากรบนโลกด้วยอัตราแบบทวีคูณ และภายใน ๑๐๐ ปีมนุษย์อาจสูญสิ้นเผ่าพันธุ์ถ้าไม่หาทางหนีไปอยู่ดาวดวงอื่น