พุธ-ไซแอนซ์ – วิธีแก้ง่วงยามบ่าย โดยไม่ต้องพึ่ง “คาเฟอีน” แนะนำจากข้อมูลงานวิจัย!

มกราคม 24, 2018 
0


putscienceพุธ-ไซแอนซ์

ติดปีกความรู้ทางวิทยาศาสตร์ทุกวันพุธ เพราะเทพเจ้าประจำดาวพุธคือ Mercury บุรุษเทพแห่งการสื่อสารที่ไปได้เร็วเท่าความคิด


1. หยุดมองหน้าจอคอม

95% ของคนอเมริกันเสี่ยงต่อโรคสายตา ปวดหัวปวดไหล่ เพราะการมองจอทั้งวัน

ลดความสว่าง ปรับท่านั่ง กระพริบตาบ่อยๆ
ที่สำคัญหยุดมองหน้าจอและหันไปมองอะไรไกลๆ ทุก 20 นาที

2. กินของขบเคี้ยวที่ดีต่อสุขภาพ

น้ำตาลในเลือดต่ำทำให้คุณสลึมสลือเซื่องๆ ซึมๆ พอๆ กับการสวาปามมื้อหนักเกินไป
เพราะการย่อยต้องใช้พลังงาน

กินของขบเคี้ยวชิ้นเล็กๆ ที่มีคุณค่าทางอาหาร มีเส้นใย วิตามินซี โปรตีนจากถั่ว จะช่วยได้

3. เคี้ยวหมากฝรั่ง

งานวิจัยจำนวนหนึ่งพบว่าการเคี้ยวหมากฝรั่งทำให้ปากขยับตลอดเวลาและส่งผลให้สมองตื่นตัว

นอกจากนี้ยังพบว่ามันช่วยลดความกระวนกระวาย และเพิ่มสมาธิในการทำข้อสอบ



4. ดูวิดีโอแมวน่ารัก

จากการสำรวจผู้ชมวิดีโอแมวน่ารักกว่า 7000 คนพบว่าทำให้ผู้ชมมีอารมรณ์ดี และรู้สึกตื่นตัวกระปรี้กระเปร่า

ยังไม่มีงานวิจัยว่ามันเกี่ยวกันยังไง คาดว่ามันอาจช่วยลดคอร์ติซอลที่เกี่ยวข้องกับความเครียด

5. ฟังเพลง

ฟังเพลงโดนใจสัก 15 นาที สมองจะเต็มไปด้วยสารโดพามีน ซึ่งทำให้มีความสุข

นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มสารเซโรโทนินและออกซิโทซิน ซึ่งเป็นสารอารมณดีๆ ทั้งนั้น

แนะนำให้ฟังเพลงหลากหลาย เพราะจะยิ่งช่วยกระตุ้นสมอง

6. งีบหลับสัก 5-25 นาที

แต่ถ้างีบนานกว่านี้คุณจะเกิดอาการเฉื่อยเนือยหลังตื่น

การงีบหลับช่วยเพิ่มความจำ ความคิดสร้างสรรค์

งานวิจัยบางชิ้นพบว่า งีบสัก 6 นาทีดีกว่าการฝืนไม่หลับเลย

อ้างอิง : http://www.sciencealert.com/you-can-stay-alert-without-caffeine-try-these-science-based-tricks-next-time-you-feel-tired


dumสุวัฒน์ อัศวไชยชาญ :

บก. ดำ ผู้ชอบจับแพะมาชนกับแกะ จับแมวโยนไปให้ถึงดวงดาว เพราะหลงเชื่อว่าจักรวาลนี้ไม่มีอะไรที่ไม่เกี่ยวข้องกัน

สำหรับลูกหลานจีนส่วนใหญ่ น่าจะคุ้นเคยกับนิทาน ไซอิ๋ว โดยเฉพาะตัวเอกน่ารักน่าชังอย่างเห้งเจียหรือซึงหงอคง เจ้าแห่งลิงที่มีฤทธิ์เดชสารพัด จนแม้แต่บรรดาเทพเจ้าน้อยใหญ่บนสรวงสวรรค์ยังเอาไม่อยู่ ไซอิ๋ว เป็นวรรณกรรมจีนที่แต่งขึ้นเมื่อราว ๕๐๐ ปีก่อน จินตนาการต่อเติมขึ้นจากเรื่องราวของบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ คือพระถังซำจั๋งหรือพระเสวียนจ้าง ซึ่งมีชีวิตอยู่ก่อนเกิดบทประพันธ์ถึง ๙๐๐ ปี เหตุการณ์ที่พระเสวียนจ้างเดินทางฝ่าดินแดนทุรกันดารไปอัญเชิญพระไตรปิฎกที่อินเดียนั้นเกิดขึ้นจริง แต่ใน ไซอิ๋ว เสริมแต่งเรื่องให้สนุกสุดพิสดาร โดยพระถังซำจั๋งมีลูกศิษย์เป็นสัตว์สามตัวร่วมทางไปด้วย คือ เห้งเจีย - ลิง  ตือโป้ยก่าย - หมู  ซัวเจ๋ง - ปลา  ในระหว่างทางต้องพบปีศาจร้ายต่าง ๆ ที่หมายจับพระถังซำจั๋งมากินเนื้อเป็นยาอายุวัฒนะ นอกจากจะอ่านเป็นนิทานสนุกสนานสำหรับเด็กแล้ว ไซอิ๋ว ยังได้รับการตีความว่าซ่อนปริศนาการบรรลุธรรมเอาไว้ ความนัยที่อาจเคยได้ยินกันคือ ตือโป้ยก่าย ซัวเจ๋ง และเห้งเจีย เป็นตัวแทนของศีล สมาธิ และปัญญา (ตามลำดับ) หรือไตรสิกขา ซึ่งเป็นวิถีของการหลุดพ้น แต่ก็ยังมีการวิเคราะห์ตีความอื่น ๆ อีก คำอธิบายหนึ่งบอกว่าการเดินทางของพระถังซำจั๋งและลูกศิษย์ คือความพยายามเจริญสติตื่นรู้อยู่ทุกขณะ ซึ่งเป็นหนทางที่ยากเย็นแสนเข็ญ แต่ถ้าทำได้ก็จะไปถึงการบรรลุธรรม พระถังซำจั๋งเป็นตัวแทนของจิตใจที่มุ่งมั่นสู่นิพพาน  ส่วนเหล่าปีศาจคือความคิดและอารมณ์ต่าง ๆ ที่เข้ามาขัดขวาง เมื่อไรที่เราพยายามตั้งสติมั่น อารมณ์ความคิดต่าง ๆ ก็เข้ามาครอบงำให้สติเผลอไผลไปครั้งแล้วครั้งเล่า  สติรู้ตัวนั้นจึงขาดเป็นช่วง ๆ เช่นเดียวกับพระถังซำจั๋งที่มักถูกปีศาจร้ายจับตัวไปทุกครั้ง แถมตามท้องเรื่องนั้น พระถังซำจั๋งมักไร้เดียงสา หลงกลปีศาจที่แปลงกายมาในรูปร่างหน้าตาต่าง ๆ กันไปเสียทุกครั้ง ซึ่งก็เหมือนกับธรรมชาติจิตใจคนเราที่ ถูกล่อลวงด้วยอารมณ์ดีอารมณ์ร้ายต่าง ๆ ได้ง่าย
สัก ๒๐ กว่าปีก่อนผมมีโอกาสเข้าไปทำงานสารคดีตามรอยนักวิจัยในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง  ระหว่างเดินตามเส้นทางเล็ก ๆ กลางป่าในบ่ายวันหนึ่ง พลันก็ได้ยินเสียง “โฮก” ตอนนั้นตกใจมาก ไม่คิดมาก่อนว่าจะมีโอกาสได้ยินเสียงเสือโคร่งคำรามกลางป่า ผมยืนนิ่ง รออยู่สักพัก  สุดท้ายก็ไม่มีโอกาสเห็นตัวเป็น ๆ ความจริงในใจก็หวั่นว่าถ้าเสือโผล่มาจะทำอย่างไร ถือเป็นครั้งเดียวในชีวิตที่ได้ใกล้ชิดที่สุดกับเสือโคร่งในธรรมชาติ  ไม่นับการได้เห็นเสือโคร่งจากการตามนักวิจัยที่ศึกษาเสือโคร่งโดยทำกรงดักล่อเสือเพื่อติดปลอกคอวิทยุ หรือการไปดูเสือโคร่งตามสวนสัตว์และสถานที่เพาะเลี้ยงสัตว์ป่า อีกครั้งหนึ่งในป่าดงดิบภาคใต้ คือการเห็นเสือไฟ (แบบแวบ ๆ) วิ่งตัดหน้ารถยนต์ เสือเมืองไทยมีทั้งหมดเก้าชนิด ผมได้เห็นเกือบทุกชนิดในสวนสัตว์และกรงเพาะเลี้ยง ยกเว้นแมวป่าหัวแบนชนิดเดียวที่ไม่เคยเห็น ได้แต่ดูในภาพถ่ายเก่าในอดีตการถ่ายภาพของเสือทั้งเก้าชนิดในสภาพธรรมชาตินับว่าเป็นเรื่องที่ยากมาก จนกระทั่งมีการใช้อุปกรณ์ที่เรียกว่า camera trap  ภาพของเสือโคร่ง เสือดาว เสือดำ รวมทั้งสัตว์ป่าอีกหลายชนิดในธรรมชาติจึงได้รับการบันทึกเป็นหลักฐานว่าในเขตอนุรักษ์บางแห่งนั้นยังเป็นถิ่นแพร่กระจายพันธุ์ของสัตว์ป่าหายากเหล่านี้ ภัยคุกคามหลัก ๆ ที่มีมาตลอดเวลายาวนานที่มีต่อเผ่าพันธุ์เสือ คือ การล่าเอาหนังและหัวไปประดับบารมี เอาอวัยวะไปกินเป็นยาบำรุงตามตำรับยาสมุนไพรของจีน รวมทั้งการเอาอวัยวะไปทำเครื่องรางของขลังด้วยเชื่อว่าเสือมีพลังอำนาจลึกลับในธรรมชาติ เสือเป็นสัตว์จำพวกนักล่าที่ล่าสัตว์อื่นกินเป็นอาหาร อยู่ตำแหน่งบนสุดในระบบห่วงโซ่อาหาร การดำรงอยู่ของสัตว์นักล่าในที่ใด ไม่ว่าจะเป็นเสือหรือหมาใน แสดงว่าในที่นั้นต้องมีประชากรของสัตว์กินพืชอื่น ๆ อยู่หนาแน่น มีจำนวนมากและหลากหลายเพียงพอให้พวกมันพึ่งพาได้  และการที่สัตว์กินพืชจะมีจำนวนมากได้ผืนป่านั้นก็ต้องมีขนาดใหญ่ มีความอุดมสมบูรณ์ และมีพันธุ์ไม้หลากหลายด้วย ทุกวันนี้เสือจึงเหลืออยู่แต่ในผืนป่าอนุรักษ์ขนาดใหญ่เท่านั้น เพราะป่าธรรมชาติบ้านเราถูกตัดถูกทำลายไปมากมาย ล่าสุดนอกจากปัญหาภาวะโลกร้อนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งสาเหตุส่วนหนึ่งนั้นมาจากการตัดไม้ทำลายป่าที่เกิดขึ้นทั่วโลกแล้ว  นักวิทยาศาสตร์ยังคาดว่าโลกกำลังเผชิญกับสถานการณ์รุนแรงในอนาคตอันใกล้ นั่นคือการล่มสลายของความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งจะนำไปสู่การสูญพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตบนโลกครั้งใหญ่ สตีเฟน ฮอว์กิง สุดยอดนักวิทยาศาสตร์ที่เพิ่งเสียชีวิตไปเมื่อต้นเดือนมีนาคม เคยออกมาเตือนว่า มนุษย์กำลังทำลายล้างทรัพยากรบนโลกด้วยอัตราแบบทวีคูณ และภายใน ๑๐๐ ปีมนุษย์อาจสูญสิ้นเผ่าพันธุ์ถ้าไม่หาทางหนีไปอยู่ดาวดวงอื่น
ผมโตมากับนิตยสาร จำได้ว่าตอนเด็ก ๆ ซื้อการ์ตูน หนูจ๋า ตุ๊กตา เบบี้ มาอ่าน  พอทีวีมีหนังฮีโร่ยอดมนุษย์ นักสู้นักกีฬา และการ์ตูนญี่ปุ่น ก็มีแมกกาซีนติดตามดาราญี่ปุ่นออกมาให้ตาลุกวาว ตามด้วย ชัยพฤกษ์การ์ตูน ชัยพฤกษ์ ชัยพฤกษ์วิทยาศาสตร์ ถือเป็นนิตยสารที่กระตุ้นให้สนใจเรื่องราวความรู้รอบตัว ทั้งวิทยาศาสตร์ สังคม บุคคล ประวัติศาสตร์ ธรรมชาติ โตขึ้นมาหน่อยก็มาตามโปสเตอร์ดาราฝรั่งและหนังฮอลลีวูดจาก สตาร์พิคส์  ทีมฟุตบอลและนักฟุตบอลในสตาร์ซอคเก้อร์ พร้อมกับอ่านเรื่องลึกลับ ๆ พวกมนุษย์ต่างดาว มัมมี่ พีระมิด จาก ต่วย’ตูน ฉบับพิเศษ สมัยก่อนแหล่งขายหนังสือนิตยสารเก่าอยู่ตรงศาลพระแม่ธรณีบีบมวยผม สนามหลวง (ก่อนจะย้ายไปสวนจตุจักร  ส่วนตอนนี้คงแทบไม่เหลือแล้ว) จำได้ว่าถ้าเดินเข้าไปในซุ้มขายหนังสือก็จะมีคนเข้ามาถาม “โป๊ไหมพี่ ๆ” เสียทุกครั้ง คนถามไม่อาย แต่คนฟังอายแทน ต้องเดินเลี่ยงไปทางอื่น ผมมารู้จัก National Geographic ที่นี่ ซื้อเล่มเก่า ๆ มาอ่าน ภาษาอังกฤษไม่ได้แข็งมาก อาศัยดูภาพถ่ายเป็นหลัก ด้วยความอยากรู้ว่าบนโลกใบนี้มีสิ่งมหัศจรรย์อะไรอยู่ที่ไหน และยังมีนิตยสาร Life รูปเล่มไซซ์ใหญ่ มีภาพข่าวขาวดำน่าตื่นตาตื่นใจ ไม่นับ Time และ Newsweek ที่จะซื้อเก็บฉบับที่มีภาพข่าวเหตุการณ์สำคัญระดับโลก ลลนา ถือเป็นแมกกาซีนแฟชั่นเล่มแรกที่มาสนใจตอนวัยรุ่น  ภาพถ่ายแฟชั่นสาวเท่กับกลอนเปล่าใต้ภาพดูมีเสน่ห์เหลือหลาย ไม่นับภาพวาดประกอบของ “น้านน” และ “น้าแพ็ท” ส่วนอ่านอะไรบ้างก็จำไม่ได้เสียแล้ว น่าจะมีคอลัมน์ของ “ฮิวเมอริสต์” เป็นหนึ่งในนั้น ส่วนแนววิทยาศาสตร์ที่ชอบเป็นทุนเดิม ตอนนั้นมีพาเหรดออกมาหลายปก โดยเฉพาะ มิติที่ 4 ที่เน้นเรื่องสั้นไซไฟ และปกภาพวาดเหนือโลกให้สมองเฟื่องฟูด้วยจินตนาการ จนต้องซื้อเก็บเพราะชอบภาพ กับ รู้รอบตัว และ อัปเดต ที่มีคอลัมน์ “คุยกับชัยคุปต์” ให้พลิกอ่านหาความรู้ก่อนเรื่องอื่น พอรู้จัก โลกหนังสือ ของ บก. สุชาติ สวัสดิ์ศรี หรือ “สิงห์ สนามหลวง” ก็ได้เปิดประตูโลกวรรณกรรมคลาสสิกและวรรณกรรมตะวันตก หาอ่านวรรณกรรมแปลซึ่งทำให้เราได้ใคร่ครวญถึงความหมายของชีวิต  จาก โลกหนังสือ มาเป็น ถนนหนังสือ ก็ยังตามซื้อ  ส่วน ฟ้าเมืองไทย ของครูอาจินต์ ปัญจพรรค์ ก็คอยหยิบมาสนุกสนานกับเรื่องราวชีวิตของผู้คนหลากหลาย



ผู้ดูแล และลงข้อมูลประจำเวบไซต์ sarakadee.com








ใส่ความเห็น

อีเมล์ของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

สำหรับลูกหลานจีนส่วนใหญ่ น่าจะคุ้นเคยกับนิทาน ไซอิ๋ว โดยเฉพาะตัวเอกน่ารักน่าชังอย่างเห้งเจียหรือซึงหงอคง เจ้าแห่งลิงที่มีฤทธิ์เดชสารพัด จนแม้แต่บรรดาเทพเจ้าน้อยใหญ่บนสรวงสวรรค์ยังเอาไม่อยู่ ไซอิ๋ว เป็นวรรณกรรมจีนที่แต่งขึ้นเมื่อราว ๕๐๐ ปีก่อน จินตนาการต่อเติมขึ้นจากเรื่องราวของบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ คือพระถังซำจั๋งหรือพระเสวียนจ้าง ซึ่งมีชีวิตอยู่ก่อนเกิดบทประพันธ์ถึง ๙๐๐ ปี เหตุการณ์ที่พระเสวียนจ้างเดินทางฝ่าดินแดนทุรกันดารไปอัญเชิญพระไตรปิฎกที่อินเดียนั้นเกิดขึ้นจริง แต่ใน ไซอิ๋ว เสริมแต่งเรื่องให้สนุกสุดพิสดาร โดยพระถังซำจั๋งมีลูกศิษย์เป็นสัตว์สามตัวร่วมทางไปด้วย คือ เห้งเจีย - ลิง  ตือโป้ยก่าย - หมู  ซัวเจ๋ง - ปลา  ในระหว่างทางต้องพบปีศาจร้ายต่าง ๆ ที่หมายจับพระถังซำจั๋งมากินเนื้อเป็นยาอายุวัฒนะ นอกจากจะอ่านเป็นนิทานสนุกสนานสำหรับเด็กแล้ว ไซอิ๋ว ยังได้รับการตีความว่าซ่อนปริศนาการบรรลุธรรมเอาไว้ ความนัยที่อาจเคยได้ยินกันคือ ตือโป้ยก่าย ซัวเจ๋ง และเห้งเจีย เป็นตัวแทนของศีล สมาธิ และปัญญา (ตามลำดับ) หรือไตรสิกขา ซึ่งเป็นวิถีของการหลุดพ้น แต่ก็ยังมีการวิเคราะห์ตีความอื่น ๆ อีก คำอธิบายหนึ่งบอกว่าการเดินทางของพระถังซำจั๋งและลูกศิษย์ คือความพยายามเจริญสติตื่นรู้อยู่ทุกขณะ ซึ่งเป็นหนทางที่ยากเย็นแสนเข็ญ แต่ถ้าทำได้ก็จะไปถึงการบรรลุธรรม พระถังซำจั๋งเป็นตัวแทนของจิตใจที่มุ่งมั่นสู่นิพพาน  ส่วนเหล่าปีศาจคือความคิดและอารมณ์ต่าง ๆ ที่เข้ามาขัดขวาง เมื่อไรที่เราพยายามตั้งสติมั่น อารมณ์ความคิดต่าง ๆ ก็เข้ามาครอบงำให้สติเผลอไผลไปครั้งแล้วครั้งเล่า  สติรู้ตัวนั้นจึงขาดเป็นช่วง ๆ เช่นเดียวกับพระถังซำจั๋งที่มักถูกปีศาจร้ายจับตัวไปทุกครั้ง แถมตามท้องเรื่องนั้น พระถังซำจั๋งมักไร้เดียงสา หลงกลปีศาจที่แปลงกายมาในรูปร่างหน้าตาต่าง ๆ กันไปเสียทุกครั้ง ซึ่งก็เหมือนกับธรรมชาติจิตใจคนเราที่ ถูกล่อลวงด้วยอารมณ์ดีอารมณ์ร้ายต่าง ๆ ได้ง่าย
สัก ๒๐ กว่าปีก่อนผมมีโอกาสเข้าไปทำงานสารคดีตามรอยนักวิจัยในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง  ระหว่างเดินตามเส้นทางเล็ก ๆ กลางป่าในบ่ายวันหนึ่ง พลันก็ได้ยินเสียง “โฮก” ตอนนั้นตกใจมาก ไม่คิดมาก่อนว่าจะมีโอกาสได้ยินเสียงเสือโคร่งคำรามกลางป่า ผมยืนนิ่ง รออยู่สักพัก  สุดท้ายก็ไม่มีโอกาสเห็นตัวเป็น ๆ ความจริงในใจก็หวั่นว่าถ้าเสือโผล่มาจะทำอย่างไร ถือเป็นครั้งเดียวในชีวิตที่ได้ใกล้ชิดที่สุดกับเสือโคร่งในธรรมชาติ  ไม่นับการได้เห็นเสือโคร่งจากการตามนักวิจัยที่ศึกษาเสือโคร่งโดยทำกรงดักล่อเสือเพื่อติดปลอกคอวิทยุ หรือการไปดูเสือโคร่งตามสวนสัตว์และสถานที่เพาะเลี้ยงสัตว์ป่า อีกครั้งหนึ่งในป่าดงดิบภาคใต้ คือการเห็นเสือไฟ (แบบแวบ ๆ) วิ่งตัดหน้ารถยนต์ เสือเมืองไทยมีทั้งหมดเก้าชนิด ผมได้เห็นเกือบทุกชนิดในสวนสัตว์และกรงเพาะเลี้ยง ยกเว้นแมวป่าหัวแบนชนิดเดียวที่ไม่เคยเห็น ได้แต่ดูในภาพถ่ายเก่าในอดีตการถ่ายภาพของเสือทั้งเก้าชนิดในสภาพธรรมชาตินับว่าเป็นเรื่องที่ยากมาก จนกระทั่งมีการใช้อุปกรณ์ที่เรียกว่า camera trap  ภาพของเสือโคร่ง เสือดาว เสือดำ รวมทั้งสัตว์ป่าอีกหลายชนิดในธรรมชาติจึงได้รับการบันทึกเป็นหลักฐานว่าในเขตอนุรักษ์บางแห่งนั้นยังเป็นถิ่นแพร่กระจายพันธุ์ของสัตว์ป่าหายากเหล่านี้ ภัยคุกคามหลัก ๆ ที่มีมาตลอดเวลายาวนานที่มีต่อเผ่าพันธุ์เสือ คือ การล่าเอาหนังและหัวไปประดับบารมี เอาอวัยวะไปกินเป็นยาบำรุงตามตำรับยาสมุนไพรของจีน รวมทั้งการเอาอวัยวะไปทำเครื่องรางของขลังด้วยเชื่อว่าเสือมีพลังอำนาจลึกลับในธรรมชาติ เสือเป็นสัตว์จำพวกนักล่าที่ล่าสัตว์อื่นกินเป็นอาหาร อยู่ตำแหน่งบนสุดในระบบห่วงโซ่อาหาร การดำรงอยู่ของสัตว์นักล่าในที่ใด ไม่ว่าจะเป็นเสือหรือหมาใน แสดงว่าในที่นั้นต้องมีประชากรของสัตว์กินพืชอื่น ๆ อยู่หนาแน่น มีจำนวนมากและหลากหลายเพียงพอให้พวกมันพึ่งพาได้  และการที่สัตว์กินพืชจะมีจำนวนมากได้ผืนป่านั้นก็ต้องมีขนาดใหญ่ มีความอุดมสมบูรณ์ และมีพันธุ์ไม้หลากหลายด้วย ทุกวันนี้เสือจึงเหลืออยู่แต่ในผืนป่าอนุรักษ์ขนาดใหญ่เท่านั้น เพราะป่าธรรมชาติบ้านเราถูกตัดถูกทำลายไปมากมาย ล่าสุดนอกจากปัญหาภาวะโลกร้อนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งสาเหตุส่วนหนึ่งนั้นมาจากการตัดไม้ทำลายป่าที่เกิดขึ้นทั่วโลกแล้ว  นักวิทยาศาสตร์ยังคาดว่าโลกกำลังเผชิญกับสถานการณ์รุนแรงในอนาคตอันใกล้ นั่นคือการล่มสลายของความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งจะนำไปสู่การสูญพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตบนโลกครั้งใหญ่ สตีเฟน ฮอว์กิง สุดยอดนักวิทยาศาสตร์ที่เพิ่งเสียชีวิตไปเมื่อต้นเดือนมีนาคม เคยออกมาเตือนว่า มนุษย์กำลังทำลายล้างทรัพยากรบนโลกด้วยอัตราแบบทวีคูณ และภายใน ๑๐๐ ปีมนุษย์อาจสูญสิ้นเผ่าพันธุ์ถ้าไม่หาทางหนีไปอยู่ดาวดวงอื่น
ผมโตมากับนิตยสาร จำได้ว่าตอนเด็ก ๆ ซื้อการ์ตูน หนูจ๋า ตุ๊กตา เบบี้ มาอ่าน  พอทีวีมีหนังฮีโร่ยอดมนุษย์ นักสู้นักกีฬา และการ์ตูนญี่ปุ่น ก็มีแมกกาซีนติดตามดาราญี่ปุ่นออกมาให้ตาลุกวาว ตามด้วย ชัยพฤกษ์การ์ตูน ชัยพฤกษ์ ชัยพฤกษ์วิทยาศาสตร์ ถือเป็นนิตยสารที่กระตุ้นให้สนใจเรื่องราวความรู้รอบตัว ทั้งวิทยาศาสตร์ สังคม บุคคล ประวัติศาสตร์ ธรรมชาติ โตขึ้นมาหน่อยก็มาตามโปสเตอร์ดาราฝรั่งและหนังฮอลลีวูดจาก สตาร์พิคส์  ทีมฟุตบอลและนักฟุตบอลในสตาร์ซอคเก้อร์ พร้อมกับอ่านเรื่องลึกลับ ๆ พวกมนุษย์ต่างดาว มัมมี่ พีระมิด จาก ต่วย’ตูน ฉบับพิเศษ สมัยก่อนแหล่งขายหนังสือนิตยสารเก่าอยู่ตรงศาลพระแม่ธรณีบีบมวยผม สนามหลวง (ก่อนจะย้ายไปสวนจตุจักร  ส่วนตอนนี้คงแทบไม่เหลือแล้ว) จำได้ว่าถ้าเดินเข้าไปในซุ้มขายหนังสือก็จะมีคนเข้ามาถาม “โป๊ไหมพี่ ๆ” เสียทุกครั้ง คนถามไม่อาย แต่คนฟังอายแทน ต้องเดินเลี่ยงไปทางอื่น ผมมารู้จัก National Geographic ที่นี่ ซื้อเล่มเก่า ๆ มาอ่าน ภาษาอังกฤษไม่ได้แข็งมาก อาศัยดูภาพถ่ายเป็นหลัก ด้วยความอยากรู้ว่าบนโลกใบนี้มีสิ่งมหัศจรรย์อะไรอยู่ที่ไหน และยังมีนิตยสาร Life รูปเล่มไซซ์ใหญ่ มีภาพข่าวขาวดำน่าตื่นตาตื่นใจ ไม่นับ Time และ Newsweek ที่จะซื้อเก็บฉบับที่มีภาพข่าวเหตุการณ์สำคัญระดับโลก ลลนา ถือเป็นแมกกาซีนแฟชั่นเล่มแรกที่มาสนใจตอนวัยรุ่น  ภาพถ่ายแฟชั่นสาวเท่กับกลอนเปล่าใต้ภาพดูมีเสน่ห์เหลือหลาย ไม่นับภาพวาดประกอบของ “น้านน” และ “น้าแพ็ท” ส่วนอ่านอะไรบ้างก็จำไม่ได้เสียแล้ว น่าจะมีคอลัมน์ของ “ฮิวเมอริสต์” เป็นหนึ่งในนั้น ส่วนแนววิทยาศาสตร์ที่ชอบเป็นทุนเดิม ตอนนั้นมีพาเหรดออกมาหลายปก โดยเฉพาะ มิติที่ 4 ที่เน้นเรื่องสั้นไซไฟ และปกภาพวาดเหนือโลกให้สมองเฟื่องฟูด้วยจินตนาการ จนต้องซื้อเก็บเพราะชอบภาพ กับ รู้รอบตัว และ อัปเดต ที่มีคอลัมน์ “คุยกับชัยคุปต์” ให้พลิกอ่านหาความรู้ก่อนเรื่องอื่น พอรู้จัก โลกหนังสือ ของ บก. สุชาติ สวัสดิ์ศรี หรือ “สิงห์ สนามหลวง” ก็ได้เปิดประตูโลกวรรณกรรมคลาสสิกและวรรณกรรมตะวันตก หาอ่านวรรณกรรมแปลซึ่งทำให้เราได้ใคร่ครวญถึงความหมายของชีวิต  จาก โลกหนังสือ มาเป็น ถนนหนังสือ ก็ยังตามซื้อ  ส่วน ฟ้าเมืองไทย ของครูอาจินต์ ปัญจพรรค์ ก็คอยหยิบมาสนุกสนานกับเรื่องราวชีวิตของผู้คนหลากหลาย