พุธ-ไซแอนซ์ – วิธีแก้ง่วงยามบ่าย โดยไม่ต้องพึ่ง “คาเฟอีน” แนะนำจากข้อมูลงานวิจัย!

มกราคม 24, 2018 
0


putscienceพุธ-ไซแอนซ์

ติดปีกความรู้ทางวิทยาศาสตร์ทุกวันพุธ เพราะเทพเจ้าประจำดาวพุธคือ Mercury บุรุษเทพแห่งการสื่อสารที่ไปได้เร็วเท่าความคิด


1. หยุดมองหน้าจอคอม

95% ของคนอเมริกันเสี่ยงต่อโรคสายตา ปวดหัวปวดไหล่ เพราะการมองจอทั้งวัน

ลดความสว่าง ปรับท่านั่ง กระพริบตาบ่อยๆ
ที่สำคัญหยุดมองหน้าจอและหันไปมองอะไรไกลๆ ทุก 20 นาที

2. กินของขบเคี้ยวที่ดีต่อสุขภาพ

น้ำตาลในเลือดต่ำทำให้คุณสลึมสลือเซื่องๆ ซึมๆ พอๆ กับการสวาปามมื้อหนักเกินไป
เพราะการย่อยต้องใช้พลังงาน

กินของขบเคี้ยวชิ้นเล็กๆ ที่มีคุณค่าทางอาหาร มีเส้นใย วิตามินซี โปรตีนจากถั่ว จะช่วยได้

3. เคี้ยวหมากฝรั่ง

งานวิจัยจำนวนหนึ่งพบว่าการเคี้ยวหมากฝรั่งทำให้ปากขยับตลอดเวลาและส่งผลให้สมองตื่นตัว

นอกจากนี้ยังพบว่ามันช่วยลดความกระวนกระวาย และเพิ่มสมาธิในการทำข้อสอบ



4. ดูวิดีโอแมวน่ารัก

จากการสำรวจผู้ชมวิดีโอแมวน่ารักกว่า 7000 คนพบว่าทำให้ผู้ชมมีอารมรณ์ดี และรู้สึกตื่นตัวกระปรี้กระเปร่า

ยังไม่มีงานวิจัยว่ามันเกี่ยวกันยังไง คาดว่ามันอาจช่วยลดคอร์ติซอลที่เกี่ยวข้องกับความเครียด

5. ฟังเพลง

ฟังเพลงโดนใจสัก 15 นาที สมองจะเต็มไปด้วยสารโดพามีน ซึ่งทำให้มีความสุข

นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มสารเซโรโทนินและออกซิโทซิน ซึ่งเป็นสารอารมณดีๆ ทั้งนั้น

แนะนำให้ฟังเพลงหลากหลาย เพราะจะยิ่งช่วยกระตุ้นสมอง

6. งีบหลับสัก 5-25 นาที

แต่ถ้างีบนานกว่านี้คุณจะเกิดอาการเฉื่อยเนือยหลังตื่น

การงีบหลับช่วยเพิ่มความจำ ความคิดสร้างสรรค์

งานวิจัยบางชิ้นพบว่า งีบสัก 6 นาทีดีกว่าการฝืนไม่หลับเลย

อ้างอิง : http://www.sciencealert.com/you-can-stay-alert-without-caffeine-try-these-science-based-tricks-next-time-you-feel-tired


dumสุวัฒน์ อัศวไชยชาญ :

บก. ดำ ผู้ชอบจับแพะมาชนกับแกะ จับแมวโยนไปให้ถึงดวงดาว เพราะหลงเชื่อว่าจักรวาลนี้ไม่มีอะไรที่ไม่เกี่ยวข้องกัน

จากบรรณาธิการนิตยสาร สารคดี ฉบับที่ 407 มกราคม 2562 ระหว่างเดินทางกลับเมืองงไทยจากเมืองหลวงลูซากา ประเทศ  แซมเบีย เพื่อไปเปลี่ยนไฟลต์ที่ไนโรบี ประเทศเคนยา แล้วบินตรงมากรุงเทพฯ ผมพบกับหนุ่มชาวจีนที่ต้องเดินทางกลับบ้านเกิด คนเดียวเหมือนกัน แต่หนุ่มจีนพูดภาษาอังกฤษไม่ได้เลย เจ้าหน้าที่เช็กอินกวักมือเรียกผมเข้าไปช่วย คงเพราะคิดว่าผมหน้าตาจีน ๆ คล้ายกัน  ผมเลยอาสาช่วยเหลือตั้งแต่เช็กอินจนถึงพาขึ้นเครื่อง ระหว่างนั่งรอ  ผมคุยกับเขาโดยกดเทกซ์ผ่านเครื่องแปลภาษาอังกฤษเป็นภาษาจีนในแอปพลิเคชันมือถือ
ภาพจาก : https://www.penguinrandomhouse.ca/authors/2023279/erling-kagge ภาพถ่ายของผู้เขียนบนหน้าท้ายๆ ของหนังสือชื่อ Silence* แสดงถึงใบหน้าของชายผู้มุ่งมั่นกับแววตาลึกซึ้ง อาลิงก์ ค็อกยัก (Erling Kagge) เป็นชาวนอร์เวย์ บนหน้าประวัติสั้น ๆ อันน่าทึ่งบอกว่า เขาเป็นนักสำรวจคนแรกที่เดินกว่า
(*ดัดแปลงจากบทอ่านบนเวทีช่วงจุดประกายความคิด งานประกวดวรรณกรรมรางวัล “วรรณศิลป์อุชเชนี” ครั้งที่ ๒ วันเสาร์ที่ ๒๗ ตุลาคม ๒๕๖๑) ที่บ้านผมปลูกต้นปีบไว้ต้นหนึ่ง ตอนปลูกก็ไม่รู้หรอกว่าจากต้นกล้าเล็ก ๆ ในกระถางมันจะเติบโตจนเป็นต้นไม้ที่สูงใหญ่  ผ่านไป๒๐ ปีตอนนี้มันสูงกว่า ๑๐ เมตร ลำต้นเปลือกหนามีร่องขรุขระอย่างกับผิวจระเข้ แต่เวลาออกดอกดอกปีบสวยงามราวกับนางฟ้าสีขาว ก้านเรียวยาว กลีบดอกบางน่าทะนุถนอม แถมยังมีกลิ่นหอมรื่น ๆ ต่างกันอย่างสิ้นเชิงกับลำต้นที่ดูหยาบกร้าน ผมปลูกต้นปีบไว้ติดกับกำแพงบ้าน เวลาดอกปีบนับพันบนต้นร่วง จึงร่วงลงทั้งสองฝั่งของกำแพง  ฝั่งนอกบ้านคือพื้นปูนคอนกรีตของถนนในซอย ฝั่งในบ้านคือสวนเล็ก ๆ เรื่องเศร้าคือดอกปีบที่ร่วงลงพื้นปูนคอนกรีตที่สุดแล้วก็จะกลายเป็นขยะ และสำหรับพนักงานกวาดถนนมันคือภาระที่เกินกว่าการงานปรกติ แต่สำหรับพื้นดินในสวนเล็ก ๆ ดอกปีบคือปุ๋ยชั้นดีที่จะถูกต้นปีบเองดูดซับขึ้นไปเป็นส่วนหนึ่งของกิ่ง ก้าน ลำต้น หรือแม้แต่เป็นดอกปีบที่จะผลิบานใหม่ ผมเรียนรู้จากการชื่นชมความงามของดอกปีบร่วงว่า ความหมายของนางฟ้าสีขาวนั้นไม่ได้ถูกนิยามด้วยตัวของมันเอง แต่ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมที่มันมีความสัมพันธ์ สำหรับดินในสวนดอกปีบมีความหมาย งอกงาม เติบโต และแปรเปลี่ยน เป็นวัฏจักรที่มีคุณค่าแต่มันจะไร้ค่าและไม่มีความหมายใด ๆ กับพื้นหินแข็งกระด้างที่มีแต่ความเฉยเมย เม็ดทรายก็ไม่ต่างกัน หากเรากอบเม็ดทรายจากหาดทรายขาวมาเทกระจายบนโต๊ะกินข้าว มันคือความสกปรกเลอะเทอะ แต่เม็ดทรายที่อยู่บนชายหาดนั้นมีคุณค่ามหาศาล เชื่อไหมครับว่า ถ้าเรามีแว่นขยายพิเศษ ส่องดูรอยบุ๋มบนผิวเม็ดทรายทุกเม็ด เราจะเห็นสิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ ชุมนุมกันอย่างยั้วเยี้ย เจ้าสิ่งนี้คือแบคทีเรียซึ่งมีหลากหลายนับพัน ๆ ชนิด และมีจำนวนนับแสนตัวบนเม็ดทรายเพียงหนึ่งเม็ด ถามว่าพวกมันมาทำอะไรอยู่บนเม็ดทราย



ผู้ดูแล และลงข้อมูลประจำเวบไซต์ sarakadee.com








ใส่ความเห็น

อีเมล์ของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

จากบรรณาธิการนิตยสาร สารคดี ฉบับที่ 407 มกราคม 2562 ระหว่างเดินทางกลับเมืองงไทยจากเมืองหลวงลูซากา ประเทศ  แซมเบีย เพื่อไปเปลี่ยนไฟลต์ที่ไนโรบี ประเทศเคนยา แล้วบินตรงมากรุงเทพฯ ผมพบกับหนุ่มชาวจีนที่ต้องเดินทางกลับบ้านเกิด คนเดียวเหมือนกัน แต่หนุ่มจีนพูดภาษาอังกฤษไม่ได้เลย เจ้าหน้าที่เช็กอินกวักมือเรียกผมเข้าไปช่วย คงเพราะคิดว่าผมหน้าตาจีน ๆ คล้ายกัน  ผมเลยอาสาช่วยเหลือตั้งแต่เช็กอินจนถึงพาขึ้นเครื่อง ระหว่างนั่งรอ  ผมคุยกับเขาโดยกดเทกซ์ผ่านเครื่องแปลภาษาอังกฤษเป็นภาษาจีนในแอปพลิเคชันมือถือ
ภาพจาก : https://www.penguinrandomhouse.ca/authors/2023279/erling-kagge ภาพถ่ายของผู้เขียนบนหน้าท้ายๆ ของหนังสือชื่อ Silence* แสดงถึงใบหน้าของชายผู้มุ่งมั่นกับแววตาลึกซึ้ง อาลิงก์ ค็อกยัก (Erling Kagge) เป็นชาวนอร์เวย์ บนหน้าประวัติสั้น ๆ อันน่าทึ่งบอกว่า เขาเป็นนักสำรวจคนแรกที่เดินกว่า
(*ดัดแปลงจากบทอ่านบนเวทีช่วงจุดประกายความคิด งานประกวดวรรณกรรมรางวัล “วรรณศิลป์อุชเชนี” ครั้งที่ ๒ วันเสาร์ที่ ๒๗ ตุลาคม ๒๕๖๑) ที่บ้านผมปลูกต้นปีบไว้ต้นหนึ่ง ตอนปลูกก็ไม่รู้หรอกว่าจากต้นกล้าเล็ก ๆ ในกระถางมันจะเติบโตจนเป็นต้นไม้ที่สูงใหญ่  ผ่านไป๒๐ ปีตอนนี้มันสูงกว่า ๑๐ เมตร ลำต้นเปลือกหนามีร่องขรุขระอย่างกับผิวจระเข้ แต่เวลาออกดอกดอกปีบสวยงามราวกับนางฟ้าสีขาว ก้านเรียวยาว กลีบดอกบางน่าทะนุถนอม แถมยังมีกลิ่นหอมรื่น ๆ ต่างกันอย่างสิ้นเชิงกับลำต้นที่ดูหยาบกร้าน ผมปลูกต้นปีบไว้ติดกับกำแพงบ้าน เวลาดอกปีบนับพันบนต้นร่วง จึงร่วงลงทั้งสองฝั่งของกำแพง  ฝั่งนอกบ้านคือพื้นปูนคอนกรีตของถนนในซอย ฝั่งในบ้านคือสวนเล็ก ๆ เรื่องเศร้าคือดอกปีบที่ร่วงลงพื้นปูนคอนกรีตที่สุดแล้วก็จะกลายเป็นขยะ และสำหรับพนักงานกวาดถนนมันคือภาระที่เกินกว่าการงานปรกติ แต่สำหรับพื้นดินในสวนเล็ก ๆ ดอกปีบคือปุ๋ยชั้นดีที่จะถูกต้นปีบเองดูดซับขึ้นไปเป็นส่วนหนึ่งของกิ่ง ก้าน ลำต้น หรือแม้แต่เป็นดอกปีบที่จะผลิบานใหม่ ผมเรียนรู้จากการชื่นชมความงามของดอกปีบร่วงว่า ความหมายของนางฟ้าสีขาวนั้นไม่ได้ถูกนิยามด้วยตัวของมันเอง แต่ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมที่มันมีความสัมพันธ์ สำหรับดินในสวนดอกปีบมีความหมาย งอกงาม เติบโต และแปรเปลี่ยน เป็นวัฏจักรที่มีคุณค่าแต่มันจะไร้ค่าและไม่มีความหมายใด ๆ กับพื้นหินแข็งกระด้างที่มีแต่ความเฉยเมย เม็ดทรายก็ไม่ต่างกัน หากเรากอบเม็ดทรายจากหาดทรายขาวมาเทกระจายบนโต๊ะกินข้าว มันคือความสกปรกเลอะเทอะ แต่เม็ดทรายที่อยู่บนชายหาดนั้นมีคุณค่ามหาศาล เชื่อไหมครับว่า ถ้าเรามีแว่นขยายพิเศษ ส่องดูรอยบุ๋มบนผิวเม็ดทรายทุกเม็ด เราจะเห็นสิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ ชุมนุมกันอย่างยั้วเยี้ย เจ้าสิ่งนี้คือแบคทีเรียซึ่งมีหลากหลายนับพัน ๆ ชนิด และมีจำนวนนับแสนตัวบนเม็ดทรายเพียงหนึ่งเม็ด ถามว่าพวกมันมาทำอะไรอยู่บนเม็ดทราย