แพะในร่างแมวดำ กับคำพิพากษานอกบัลลังก์

กุมภาพันธ์ 25, 2018 
0


แพะในร่างแมวดำ กับคำพิพากษานอกบัลลังก์
เรื่อง :กิตติยา บำรุงสวน

“สร้อยฟ้าเดินคลำไปในตรอกที่มีเพียงแสงสลัวของพระจันทร์นำทาง พลางคิดถึงชะตากรรมว่าเหตุใดหนอจึงได้มาตกระกำลำบากถึงเพียงนี้ แต่ก็ไม่เท่ากับความกลัว เสียงหัวใจเต้นแรงแข่งกับความเงียบ พยายามเพ่งสายตาไปทั่วๆ เงาตะคุ่มนั้นทำสร้อยฟ้าใจหายวาบ แมวดำตัวเขื่องกระโดดลงมาขู่ เขี้ยวของมันกระทบแสงจันทร์เป็นสีขาววาววับ ดวงตาเรืองราวกับดวงตาปีศาจคู่นั้นจ้องเขม็งมาที่สร้อยฟ้า ยังมีทันที่สร้อยฟ้าจะขยับตัวหนี มันก็ชิงเร้นกายหายไปในความมืด “เป็นลางไม่ดีแน่ๆ ไอ้แมวผี” สร้อยฟ้าสบถ ก่อนตัดสินใจหันหลังกลับและวิ่งอย่างไม่คิดชีวิต”

ฉากที่มีแมวสีดำร่วมแสดงเช่นนี้ดูคุ้นเคย เพราะมันมักจะได้รับบทเดิมๆ ซ้ำๆ ในจังหวะที่ละครต้องการปูพื้นอารมณ์คนดูให้ตกอยู่ในความน่าสะพรึงกลัว สยองขวัญ สั่นประสาท แมวสีดำก็จะปรากฏตัวขึ้นมาตามคิว เปรียบได้กับสัญญาณไฟเขียวที่กะพริบบอกให้เตรียมตัวรับเรื่องร้ายๆ หรือภูตผี ปีศาจ ที่จะออกมาหลอกหลอนผู้คนในฉากถัดไป

ภาพลักษณ์เช่นนี้มีความแนบแน่นเคียงคู่กับแมวดำมานานแสนนาน และคงไม่ใช่เพียงพฤติกรรมตามธรรมชาติของแมวธรรมดาที่จะมีน้ำหนักมากพอในการที่มนุษย์จะพิพากษามัน

ไม่ใช่แค่ดวงตามีเลศนัยเรืองแสงวาวได้ในที่มืด เขี้ยวแหลม กรงเล็บโง้งคม นิสัยชอบทำตัวลึกลับปราดเปรียวเที่ยวท่องยามค่ำคืน แถมชอบทำเสียงขู่คนแปลกหน้าเวลาตกใจ การกระโจนวับหายไปแบบไร้เสียง หรือเสียงครางหาคู่กลางดึกที่แว่วมากับสายลมที่พาให้ใจเต้นแรง

แต่เพราะขนสีดำของมันต่างหากที่นำมันไปสู่คำกล่าวหาว่า “แมวดำคือโชคร้าย”

รื้อคดีเดิม

ไฉนเลยจากเทพีผู้สูงส่งแห่งลุ่มน้ำไนล์จึงกลายเป็นเงาปีศาจแห่งโลกตะวันตก

จากมัมมี่แมวนับหมื่นตัวที่ค้นพบในอียิปต์ คือหลักฐานชั้นดีที่ใช้บ่งบอกว่า “แมว” เคยอยู่ในฐานะสูงส่งมาก่อน รูปสลักเทพี Bastet ที่ได้รับการยกให้เป็นเทพแห่งความรักและความอุดมสมบูรณ์ก็มีลักษณะโดดเด่นโดยร่างกายเป็นมนุษย์ แต่ศีรษะเป็นแมว ภาพวาดแสดงความสัมพันธ์ระหว่างแมวกับชนชั้นสูงมากมาย รวมถึงหินแกะสลักแมวหลากสี และแมวดำที่สวมเครื่องประดับอย่างงดงาม

นี่คือจุดสูงสุดในอัตชีวประวัติของแมว… สัตว์เลี้ยงสี่ขาที่ใกล้ชิดมนุษย์มาเนิ่นนานนับพันปี

โทษหนัก… ทั้งดำทั้งจับ

เมื่อเหยื่อคือจำเลย แพะในร่างแมวดำ

ในยุโรปสมัยกลาง เสียงร่ำลือจากพ่อลูกคู่หนึ่งที่ใช้ก้อนหินไล่ขว้างปาแมวดำแล้วตามไปพบร่างหญิงชราที่เนื้อตัวปูดเขียวนอนซม นับแต่นั้นคำกล่าวหาว่าหญิงชราคือแม่มดที่แปลงร่างมาในคราบของแมวดำก็แพร่กระจายไปทั่ว

กอปรกับยุคที่ศาสนจักรมีอำนาจสูงสุด ใครก็ตามที่คิดต่างหรือมีท่าทีแข็งขืนจะถูกมองว่าเป็นพวกนอกรีต พานเชื่อมโยงกล่าวโทษว่าเป็นแม่มด หญิงชรา สาวสวย ผู้หญิงที่ดูฉลาดโดยคาดว่าจะเป็นปฏิปักษ์จึงถูกตามล่าเพื่อนำมาประหารอย่างน่าเวทนา ทำให้แมวดำกลายเป็นเป้าหมายคู่ขนานของการตามล่า

เพราะฆ่ามันก็เท่ากับฆ่าแม่มด

ตำนานแพะรับบาปในร่างแมวดำจึงปรากฏขึ้นนับแต่นั้นเป็นต้นมา

และแม้ยุคมืดในยุโรปจะคลี่คลายไปนับหลายร้อยปี ความเชื่อเรื่องแม่มดแปลงร่างเป็นแมวดำก็ยังถูกส่งมาถึงสหรัฐอเมริกาจนได้ ดังปรากฏในช่วงตำนาน “การล่าแม่มดแห่งซาเล็ม (Salem witch hunts)” ที่เกิดขึ้นในราว ค.ศ. 1962 เมื่อกาลเวลาผ่านไป ความเข้มข้น น่าสะพรึงกลัวของเรื่องราวในยุคนั้นก็ค่อยๆ สลายกลายเป็นเพียงควันสีดำจางๆ เลื่อนลอยไปตามจินตนาการที่หาได้ในภาพยนตร์ สิ่งของในพิพิธภัณฑ์ หรือเป็นเพียงการแต่งตัวสนุกๆ ในเทศกาลฮาโลวีนเท่านั้น

ไม่มีใครเชื่อเรื่องแม่มด ไม่มีแม่มดให้ตามล่าอีกแล้ว

ในขณะที่แมวสีดำยังคงต้องรับชะตากรรมต่อจากบรรพบุรุษของมันในชีวิตจริงตราบจนทุกวันนี้

เหยื่อของความเชื่อ… คือมนุษย์หรือแมวดำ

“เก็บลูกแมวดำมาเลี้ยง แม่บอกว่าไม่ให้เลี้ยง บ้านคนเค้าไม่เลี้ยง มีแต่วัดที่เลี้ยงแมวดำ”
“เมื่อวานเพิ่งเอาลูกแมวดำมาเลี้ยงที่บ้าน วันนี้แฟนรถคว่ำขาหัก ซวยเพราะแมวดำหรือเปล่าคะ”
“ผมแอบเลี้ยงลูกแมวสามตัว ตัวหนึ่งเป็นสีดำ ผมเอาข้าวเอาน้ำมาให้มันทุกเย็น วันหนึ่งลูกแมวตัวสีดำหายไป ผมออกตามหา ไปเจอมันโดนตีตายอยู่ข้างถังขยะ”

ชี้ชัดว่าคำพิพากษาที่ตัดสินว่าแมวดำเกี่ยวข้องกับเรื่องร้ายก็ยังไม่ได้รับการลดหย่อนผ่อนโทษ ภาพลักษณ์ด้านลบของมันยึดแน่นราวกับถูกตรึงไว้ด้วยตะปูที่สนิมเกรอะกรังจนยากจะถอนออกจากกัน

ในสหรัฐอเมริกาและหลายประเทศในยุโรปมีความเชื่อว่า ถ้าแมวดำเดินตัดหน้า ความโชคร้ายจะมาเยือน

ชาวจีนเชื่อว่าแมวดำคือตัวนำความทุกข์ยาก แร้นแค้นมาให้

ชาวอิตาลีเชื่อว่าแมวดําเป็นสัตว์ที่นำความโชคร้ายมาสู่ เนื่องจากแมวดำจะชอบไปอยู่ใกล้ๆ กับคนป่วยที่ใกล้ตาย ดังนั้นหากพบว่าแมวดำไปนอนบนเตียงผู้ป่วยคนใด อีกไม่นานผู้ป่วยคนนั้นก็จะตายในที่สุด แมวดำในสายตาคนอิตาลีจึงเป็นสัตว์แห่งความตาย

ชาวรัสเซียมีความเชื่อว่าหากแมวดำเดินตัดหน้าให้รีบจับกระดุมเสื้อเอาไว้เพื่อแก้เคล็ดช่วยคุ้มครองให้พ้นเคราะห์ หรือหากพบแมวดำเดินผ่านตัดข้างทางก็ต้องแก้เคล็ดด้วยการเดินถอยหลัง 12 ก้าว ก็จะปลอดภัยจากเคราะห์ร้าย

รวมถึงในประเทศไทย อินเดีย และจีน ที่ได้อิทธิพลมีความเชื่อจากกันและกันเกี่ยวกับพลังลึกลับของแมวดำที่เชื่อมโยงกับความตาย จึงห้ามแมวดำเข้ามาใกล้ศพ แตะต้องศพ หรือข้ามโลงศพ เพราะทำให้ศพนั้นมีมลทินกลายเป็นผีที่ดุร้าย คอยหลอกหลอนผู้คน ไม่ไปผุดไปเกิด

ทั้งมนุษย์และแมวดำจึงเหมือนกันที่ต่างฝ่ายต่างตกเป็นเหยื่อของความเชื่อ

แต่แตกต่างกันที่
ฝ่ายหนึ่งเป็นผู้กระทำ
และอีกฝ่ายเป็นผู้ถูกกระทำ

บันทึกสำนวนส่วนดีไว้ที่ใบลาน

นับว่ายังเป็นโชคดีของแมวดำสัญชาติไทยอยู่บ้างที่ทัศนคติในด้านดีที่มีต่อแมวดำยังปรากฏเป็นหลักฐานบันทึกอยู่ในสมุดข่อยหลายเล่ม ซึ่งเชื่อว่าคัดลอกต่อมาจากตำราสมัยกรุงศรีอยุธยา

 “กายดำคอสุดท้อง              ขาขนเลเอียดเฮย
ตาดั่งศรีบวบกล       ดอกแย้ม
โกนจาพนนิพนธ์ นามกล่าว        ไว้นา
ปากแลหางเรียวแฉล้ม       ทอดเท้าคือสิงห์”

คำกลอนในตำรากล่าวถึงลักษณะแมวให้คุณชื่อโกนจา และกล่าวถึงความเป็นมงคลหากได้ชุบเลี้ยงว่า “แมวนี้เลี้ยงดีมีคุณหนักหนา จงเร่งหามาอย่าแคลงสงสัย” แมวโกนจานี้มีลักษณะขนสีดำละเอียดตลอดลำตัว ดวงตาสีเหลืองดอกบวบแรกแย้ม ปากเรียวแหลม หางยาว มีท่าเดินเหมือนสิงโต แมวดำปลอดเช่นนี้สามารถพบเห็นได้ทั่วไปในปัจจุบัน ส่วนแมวดำลักษณะอื่นๆ ที่ให้คุณก็ยังมีปรากฏในตำราอีกหลายชนิด เพียงแต่ยากต่อการพบ และเป็นที่น่าเสียดายว่าส่วนใหญ่ได้สูญพันธุ์ เหลือไว้เพียงรูปวาดในสมุดข่อยเท่านั้นเอง

  • นิลรัตน์ สีดำทั้งตัว รวมถึงเล็บ ลิ้น ฟัน ดวงตา และกระดูก หางยาวตวัดได้จนถึงหัว เลี้ยงไว้แล้วเชื่อว่าจะมีความเจริญ มีทรัพย์ ปราศจากอันตราย
  • วิลาศ มีลำตัวสีดำจากคอไปตลอดท้อง จากสองหูไปจนถึงหางและขาทั้งสี่มีสีขาว ตาสีเขียว เชื่อว่าเลี้ยงไว้แล้วจะได้เป็นเจ้าคนนายคน มีเงินทองมากมาย
  • เก้าแต้ม มีสีขาวเป็นพื้น มีแต้มสีดำเก้าจุดที่คอ หัว ต้นขาหน้าและหลังทั้งสองข้าง และที่ท้ายลำตัว เชื่อว่าเลี้ยงไว้แล้วจะรุ่งเรืองทางการค้าขาย
  • รัตนกำพล ตัวขาวเหมือนหอยสังข์ แต่รอบตัวตรงส่วนอกมีลักษณะคล้ายสายคาดสีดำ ตาสีเหลือง เชื่อว่าเลี้ยงแล้วจะมียศ ผู้อื่นยำเกรง
  • นิลจักร มีลำตัวดำสนิท ที่คอมีขนสีขาวอยู่รอบเหมือนกับปลอกคอ เชื่อว่าเลี้ยงแล้วจะมีทรัพย์มาก
  • มุลิลา ลำตัวดำ หูสองข้างมีสีขาว ตามีสีเหลืองเหมือนดอกเบญจมาศ เชื่อว่าแมวชนิดนี้เหมาะกับนักบวชเลี้ยงเพราะช่วยให้มีการเล่าเรียนดีสมปรารถนา
  • กรอบแว่นหรืออานม้า มีปานลักษณะอานม้าบนหลัง เชื่อว่าแมวชนิดนี้มีราคาสูงถึงแสนตำลึงทองคำ และให้เกียรติยศแก่เจ้าของ
  • ปัดเสวตรหรือปัดตลอด ตัวมีสีดำเป็นพื้น ตั้งแต่จมูกไปตามแนวสันหลังถึงปลายหางมีสีขาว ตาเหลืองคล้ายกับพลอย หากเลี้ยงไว้จะมีความเจริญมากกว่าคนในสกุลเดียวกันและได้ลาภยศ
  • กระจอก ลำตัวกลมมีสีดำ รอบปากมีสีขาว ตาสีเหลือง เลี้ยงแล้วเชื่อกันว่าจะได้ที่ดินเงินทอง ไพร่ก็จะได้เป็นเจ้านายคน
  • สิงหเสพย์หรือโสงหเสพย ลำตัวมีสีดำ ที่ปาก รอบคอ จมูกมีสีขาว ตาสีเหลือง ท่าทางเดินสง่าเหมือนสิงโต เลี้ยงแล้วมีสิริมงคล
  • การเวก ลำตัวสีดำ จมูกสีขาว ตาเป็นประกายสีทอง เชื่อกันว่าภายใน 7 เดือนที่ได้มาเลี้ยงจะได้ยศศักดิ์และลาภจำนวนมาก
  • จตุบท ตัวสีดำ เท้าทั้งสี่มีสีขาว ตาสีเหลืองเหมือนดอกโสน เชื่อว่าให้คุณกับคนเลี้ยง แต่ไม่เหมาะกับคนทั่วไป สมควรเลี้ยงแก่บุคคลชั้นสูงหรือราชนิกูลเท่านั้น

และยังพบบันทึกความเชื่อในด้านบวกที่เชื่อมโยงกับแมวดำในอีกหลายประเทศอีกเช่นกัน

ในตอนกลางของอังกฤษเชื่อว่าแมวดำเป็นสัญลักษณ์ของความโชคดี มักให้เป็นของอวยพรแด่เจ้าสาว

ชาวประมงหรือโจรสลัดในยุโรปบางคนเชื่อว่าการเลี้ยงแมวไว้บนเรือ และการเก็บแมวดำไว้ในบ้านจะช่วยให้ออกเรือได้อย่างปลอดภัย

ชาวนาที่ประเทศลัตเวียเชื่อว่าแมวดำเป็นเทพเจ้าแห่งการเก็บเกี่ยวหรือ “รุงงิส” ถ้าเจอแมวดำในยุ้งฉางปีนั้นจะอุดมสมบูรณ์มากๆ ส่วนชาวสกอตเชื่อว่าหากมีแมวดำมานั่งอยู่หน้าเฉลียงบ้านมันจะนำความร่ำรวยและความสุขมาให้

ส่วนชาวญี่ปุ่นเชื่อว่าแมวดำเป็นสัญลักษณ์ของความโชคดีเช่นกัน ตุ๊กตาแมวกวักสีดำที่ยกขาซ้ายหน้าขึ้น มีความหมายถึงการคุ้มครองให้มีสุขภาพดี และความเชื่ออีกมุมที่ช่างถูกใจสาวๆ คือ หญิงสาวคนไหนเลี้ยงแมวดำไว้ในบ้าน มันจะมีพลังดึงดูดเนื้อคู่ให้มาหา

และบุคคลสำคัญที่ถูกบันทึกความเชื่อมโยงถึงแมวดำในด้านดีและต่อลมหายใจให้แมวดำสัญชาติอังกฤษอีกหลายตัว คือ ท่านเซอร์วินสตัน เชอร์ชิล นายกรัฐมนตรีของอังกฤษในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ท่านมีความเชื่อส่วนบุคคลว่า การได้ลูบแมวดำจะนำโชคดีมาให้ ทำให้ประชาชนชาวอังกฤษบางส่วนเชื่อว่าการที่ประเทศรอดพ้นจากวิกฤตสงครามโลกครั้งที่ 2 มาได้… แมวดำนี่แหละที่นำโชคมาสู่ประเทศและผู้นำของเขา

“แมวสีอะไรก็ได้ ขอให้จับหนูได้ก็พอ”

คือวลีทองของท่านประธานเหมาเจ๋อตุง ที่ในเวลาต่อมามีการนำมาใช้เป็นหลักในการบริหารคนและบริหารประเทศอย่างแพร่หลาย แต่ปฐมบทแห่งอมตวาจานี้เป็นที่ทราบกันว่าท่านหมายถึงอย่างที่ท่านกล่าวนั้นจริงๆ

“ตัวนี้ชื่อดำเกิง จับหนูเก่ง ขี้อ้อน เรียบร้อย” วีรวุฒิ สุขเพ็ชร ชายเจ้าของแมวดำสามตัวแนะนำแมวตัวหนึ่งให้ได้รู้จักด้วยน้ำเสียงเอ็นดู

“ผมไม่ได้ตั้งใจเลี้ยงหรอกครับ แต่วันหนึ่งผมขับรถกลับบ้าน ผมเห็นถุงกระสอบป่านอยู่ข้างทาง มีอะไรขยุกขยิกอยู่ข้างใน ผมสงสัยก็เลยไปเปิดดู ปรากฏว่าเป็นลูกแมวสีดำสามตัว พอผมกับมันสบตากันผมรู้ตัวทันทีว่าจะปล่อยมันไว้อย่างนั้นไม่ได้

“ตอนที่ผมตัดสินใจอุ้มพวกมันกลับบ้าน ผมไม่ได้คิดว่ามันเป็นแมวสีอะไร ผมแค่คิดว่ามันเป็นแมว พอเอามาเลี้ยงผมว่ามันก็มีนิสัยเหมือนแมวสีอื่นๆ ที่ผมเคยเลี้ยงนั่นแหละ อาจจะนิสัยดีกว่าด้วย มันอาจจะรู้ตัวว่ามันไม่สวยเลยต้องเจียมตัวหน่อย… อันนี้ผมคิดเอาเอง” เขาพูดอย่างอารมณ์ดี

ศรันย์พร พลเดชา หรือคุณฝ้าย พนักงานบริษัท ลีวายส์ (ประเทศไทย ) จำกัด เธอบังเอิญเดินเข้ามาทักทายแมวดำตัวที่กำลังนอนหลับ ในจังหวะที่เราลอบสังเกตพฤติกรรมอยู่พอดี เธอเอ่ยปากบอกเราว่าเธอก็เลี้ยงแมวดำ

“บังเอิญแมวข้างบ้านคลอดลูก แล้วบังเอิญแม่มันตาย เราเลยรับมาเลี้ยง ตั้งชื่อว่า ‘เขม่า’ ตามสีของมัน ลำตัวมันสีดำมีแต้มขาวตรงหน้าอกนิดหน่อย เป็นแมวตัวผู้อายุ 4 ปี เรามีแชนเนลทางยูทูบที่มีเรื่องเขม่าเป็นตัวเอก ตอนแรกกะทำเล่นๆ เพราะอยากอวดแมว แต่ไปๆ มาๆ บังเอิญมีคนเข้ามาดูเป็นล้าน เราก็เลยทำต่อไปอีกหลายๆ ตอนเลยค่ะ ลองเข้าไปดูได้นะคะ”

เรากำลังจะเอ่ยปากถามเธอต่อถึงเรื่องอื่นๆ แต่เธอมองนาฬิกาข้อมือและรีบเร่งขอตัวไปทำงาน เราได้แต่มองไล่หลังหญิงสาวหน้าตาน่ารักที่ใครๆ อาจจะคิดว่าเธออาจมีของสะสมเป็นตุ๊กตาแมวคิตตี้สีชมพู แต่เปล่า… เธอบังเอิญเป็นเจ้าของแมวดำที่นำพาความบังเอิญอื่นๆ มาช่วยสร้างทัศนคติที่ดีต่อแมวดำผ่านแมวดำของเธอที่ชื่อเขม่าได้เป็นอย่างดี

แม้แมวดำจะถูกผลักให้หลังพิงฝาในมุมมืด แต่ก็ยังมีผู้พยายามสร้างแสงดวงเล็กๆ เพื่อเป็นกระบอกเสียงแทนพวกมัน

วันยกย่องแมวดำ (Black Cat Appreciation Day) ถือเป็นวันสำคัญวันหนึ่งในสหรัฐอเมริกา ที่สถานสงเคราะห์สัตว์หรือบ้านพักพิงสัตว์จะออกมารณรงค์เพื่อโปรโมตให้รับแมวดำไปเลี้ยง โดยจะมีการยื่นข้อเสนอและสิทธิพิเศษต่างๆ ให้ เพื่อเป็นการสร้างแรงจูงใจให้มีการรับแมวดำไร้บ้านไปอุปถัมภ์เลี้ยงดู

17 สิงหาคมของทุกปีจึงเป็นวันสำคัญของแมวดำที่ไม่เคยปรากฏในแมวสีอื่นๆ

ในขณะเดียวกัน For the love of black cat ก็ได้นำเสนอเรื่องราวแมวดำในมุมน่ารักอย่างสม่ำเสมอแก่แฟนเพจกว่า 5 แสนคนทั่วโลก

ในสหราชอาณาจักร National black cat day ในวันที่ 27 ตุลาคมของทุกปี ก็ได้รับการตั้งขึ้นจากกลุ่ม CAT PROTECTION เพื่อคาดหวังการปฏิบัติอย่างเมตตาต่อแมวดำ

ช่างภาพสาว เคซี่ ได้ใช้ความถนัดในวิชาชีพบันทึกภาพแมวดำจากสถานรับเลี้ยงสัตว์ที่ West Los Angeles ในมุมน่ารักๆ ของมัน เพื่อจูงใจให้ผู้คนไม่ทอดทิ้งมัน

โดยทั้งหมดนั้นแม้เป็นเพียงแสงตะเกียงดวงเล็กๆ ในความมืดของแมวดำทั้งโลก แต่ก็มีเป้าหมายร่วมกันคือหวังว่าจะส่องสว่างให้มนุษย์มองมันเป็นเพียงสัตว์ตัวน้อยแสนเชื่องที่ควรได้รับการมอบความรักเฉกเช่นเดียวกับพวกพ้องของมันที่มีขนสีอื่นๆ

จากข้อมูลพบว่า 70% ของสัตว์เลี้ยงที่อยู่ในสถานสงเคราะห์นับพันตัวเป็นแมวดำ หรือดำปนขาว ในขณะที่ปัจจุบันตามสถานสงเคราะห์สัตว์ต่างๆ มีแมวดำเพิ่มปริมาณมากขึ้นกว่า 22% บ่งบอกถึงการที่มันถูกนำมาทิ้งมากขึ้น และได้รับการเลือกไปเลี้ยงน้อยลง สุดท้ายแล้วมาตรการการุณยฆาตของทางการก็คือวิธีการสุดท้ายที่ต้องมอบให้มัน

ไม่ใช่เพียงความเชื่อด้านลบทำให้แมวดำเป็นแมวที่ถูกทอดทิ้งมากที่สุด และความไม่ถูกใจในสีสันของมันก็ทำให้แมวดำเป็นแมวที่ถูกเลือกนำไปอุปการะต่อน้อยที่สุดเช่นกัน ดังสถานรับเลี้ยงสัตว์ที่ West Los Angeles ที่นับวันจะมีแต่แมวดำเพิ่มมากขึ้นเนื่องจากไม่มีใครเลือกรับเลี้ยงแมวตัวที่มีขนสีดำ สอดคล้องกับรายงานจากเทเลกราฟระบุว่า องค์กรพิทักษ์สัตว์ในอังกฤษให้ความเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์นี้ว่า

“มันมีเหตุผลหลายอย่างเลย ทั้งด้วยเหตุที่แมวดำมันยากที่จะแยกแยะ ไม่เหมือนแมวที่มีลายเฉพาะตัว และสัตว์เลี้ยงสีดำก็เป็นพวกที่ถ่ายรูปไม่ขึ้นด้วย”

ข้อกล่าวหาล่าสุดได้เกิดขึ้นแล้ว ยุติธรรมหรือไม่ที่มนุษย์จะนำมันไปสู่การพิพากษาอีกครั้ง

………………………….

Black cat with yellow eyes

ภาคผนวก 1
สอบปากคำ จับพิรุธ

ในเช้าวันที่มีแดดอ่อนๆ หลังคืนฝนพรำ สิ่งมีชีวิตที่นอนขดกองกัน มองเผินๆ เหมือนกองผ้าดำขนาดย่อมๆ ที่มีลมหายใจ คือแมวดำสามตัว ที่หนึ่งในสามตัวผงกหัวขึ้นมาหรี่ตาสีเหลือง ก่อนเอนตัวเลียขนที่ขาอย่างตั้งใจ

อยากให้คุณนิยามถึงตัวตนของคุณเอง

“อันที่จริงแล้วเราเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม สี่ขา ขนาดเล็ก ถูกจัดให้อยู่ในประเภทสัตว์กินเนื้อ เรามีเขี้ยวและเล็บแหลมคม สามารถหดซ่อนเล็บได้เช่นเดียวกับเสือ เผ่าพันธุ์ของเราไม่เสถียร สีสัน รูปร่าง ลักษณะขนสั้นขนยาวหลากหลาย อันที่จริงมนุษย์ได้ตกเป็นทาสของเรามาหลายพันปีแล้วนะ ตั้งแต่สมัยอียิปต์โน่น”

ไลฟ์สไตล์ของคุณเป็นอย่างไร

“ก็เหมือนแมวทั่วไป ชอบนอนกลางวันในที่อุ่นๆ ตื่นตัวในเวลากลางคืนก็ออกไปสำรวจนอกบ้าน ปีนป่ายไปตามกำแพง เวลาเราหิวก็ร้องดังๆ เดี๋ยวทาสก็เอาอาหารมาให้ บางทีเราเจอหนู นก จิ้งจก เราก็จัดการมัน และเอากลับมาที่บ้านเป็นสิ่งตอบแทนเล็กๆ น้อยๆ ให้ทาสของเรา”

แมวดำตัวที่ 2 บิดขี้เกียจ หาวปากกว้างเห็นเขี้ยวแหลมขาวตัดกับสีขนของมัน

คุณรู้สึกถึงความเหยียดสีขนบ้างไหม ในฐานะที่คุณเกิดมาเป็นแมวสีดำ

“ถ้าในหมู่แมวด้วยกันก็ไม่รู้สึกนะ แต่ถ้าในสายตามนุษย์ก็แบบที่คุณรู้นั่นแหละ ถ้าเราสามารถเปลี่ยนสีขนเหมือนมนุษย์ที่ย้อมเส้นผมเป็นสีต่างๆ ได้ก็คงดี เราจะเลือกย้อมเป็นสีรุ้ง”

แมวดำตัวที่หางกุดเป็นพวงแกว่งหางเล็กๆ ของมัน เป็นสัญญาณบอกว่าเวลานอนเล่นของมันถูกรบกวนมากเกินไปแล้ว

ฉันใช้มือเกาคอแหล่งข้อมูลเบาๆ ไล่ไปจนครบสามตัว คอที่แหงนขึ้นรับกับสัมผัสนั้นบ่งบอกว่ามันพอใจกับวิธีการขอบคุณของฉันต่อการแสดงบทบาทสมมุติระหว่างกันเมื่อสักครู่

สรุป… ไม่พบพิรุธ

ถ้ามองข้ามสีสันอันดำสนิท พฤติกรรมของมันก็เป็นเช่นแมวสามัญตัวหนึ่งที่เหมือนกับแมวสีอื่นๆ นั่นเอง

……………………….

ภาคผนวก 2
คำให้การเรื่องแมวดำจากปากคำหมอ
สพ.ญ. ลลินทิพย์ กิตติวรกุล
petrepublicthailand.com

ทัศนคติของคุณหมอที่มีต่อแมวดำเป็นอย่างไรคะ
“ในมุมมองของหมอไม่ได้รู้สึกว่าแมวดำมีความแตกต่างอะไรกับแมวสีอื่นๆ เพราะเวลาเราทำงานเรามองที่ว่าเค้าเป็นคนไข้หรือเป็นสัตว์ไข้ มองไปที่อาการหรือความเจ็บป่วยมากกว่าที่จะสนใจที่สีหรือหน้าตาของแมว ไม่ว่าแมวสีไหนการรักษาก็ไม่ได้แตกต่าง

“สำหรับหมอที่เป็นหมอที่บ้านเลี้ยงแมวหลายตัวและรักแมวมากอยู่แล้ว แมวตัวไหนหมอว่าก็น่ารักไปหมดค่ะ สิ่งหนึ่งที่รู้สึกแย่คือเวลาที่มีแมวประกาศหาบ้านหรือแม้แต่แมวตามข้างถนน รู้สึกว่าแมวที่สีไม่สวยหรือลายไม่งามหรือแมวสีดำนี่แหละที่มักจะไม่ค่อยมีคนรับไปเลี้ยงทั้งๆ ที่เค้าควรจะได้รับโอกาสเท่าๆ กับแมวสีอื่น เพียงเพราะการทำงานตามธรรมชาติของพันธุกรรมที่ทำให้แมวที่ลายไม่สวยสีไม่สวยไม่ถูกใจคนเลี้ยงหรือมีความเชื่ออะไรมาแต่โบราณทำให้เค้าได้รับโอกาสน้อยลง

“หมอเองเป็นคนที่เก็บแมวมาเลี้ยงตั้งแต่เด็กๆ แต่แปลกตรงที่ไม่เคยได้เลี้ยงแมวสีดำล้วนเลย ตอนนี้ที่บ้านมีแมวสีดำใส่ถุงเท้าขาวหนึ่งตัว ก็เก็บมาเลี้ยงเพราะแม่เค้าเสีย และตัวนี้เป็นตัวที่เล็กและอ่อนแอที่สุดในครอก ไม่ได้เลือกมาเลี้ยงเพราะสีหรือลาย”

ลักษณะนิสัยของแมวดำกับแมวสีอื่นๆ แตกต่างกันไหมคะ
“สีต่างๆ ของแมวเกิดจากพันธุกรรมที่เป็นตัวกำหนดสีขนออกมา ไม่ว่าจะแมวดำหรือแมวสีอะไรก็ตามก็มีนิสัยแตกต่างกันไปขึ้นกับพื้นฐานนิสัยของแมวตัวนั้นเอง ไม่ได้ขึ้นอยู่กับสีขนแต่อย่างใดเลยค่ะ”

อยากให้คุณหมอแนะนำเกี่ยวกับการเลี้ยงดูแมวค่ะ
“การดูแลแมวสำหรับคนเลี้ยงแมวและรักแมวจริงๆ ก็คือการปฏิบัติกับแมวเหมือนกับเค้าเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว ดูแลลูกอย่างไรก็ดูแลแมวอย่างนั้น ตั้งแต่เรื่องพื้นฐานคือที่อยู่และอาหาร ที่อยู่ก็ควรมีความสะอาด มีบริเวณให้แมวผ่อนคลาย ไม่เครียด มีที่สูงที่แมวสามารถขึ้นไปนอนได้ มีปริมาณกระบะทรายเพียงพอ อาหารก็ควรเป็นอาหารที่มีคุณภาพดีพอหรืออาหารที่เหมาะสมกับช่วงวัยหรือโรคของแมว ส่วนอีกเรื่องที่สำคัญมากก็คือเรื่องสุขภาพของแมว ควรทำวัคซีน ถ่ายพยาธิ กำจัดหมัด และพาไปพบสัตวแพทย์เพื่อตรวจร่างกายเป็นประจำ หมั่นสังเกตอาการต่างๆ ของแมวอยู่เสมอ อีกเรื่องที่หลายคนมักจะลืมคือเรื่องของจิตใจ แม้เราจะมีที่อยู่ อาหาร ยารักษาโรคให้กับแมวอย่างครบถ้วนแล้ว แต่แมวก็ต้องการความรักความใกล้ชิดนะคะ แบ่งเวลามากอดแมว เล่นกับแมวบ้าง เกาคางบ้าง แมวคงมีความสุขเพิ่มขึ้นไม่น้อยค่ะ”

——————————————–

พุธ-ไซแอนซ์ ติดปีกความรู้ทางวิทยาศาสตร์ทุกวันพุธ เพราะเทพเจ้าประจำดาวพุธคือ Mercury บุรุษเทพแห่งการสื่อสารที่ไปได้เร็วเท่าความคิด 1. หมาและแมวตาบอดสี ? หมาและแมวสามารถเห็นสีฟ้าและสีเขียว แมวจะเห็นสีแดงและสีชมพูเป็นสีออกเขียว ส่วนสีม่วงจะเห็นเป็นสีฟ้า 2. นกกระจอกเทศเอาหัวมุดทรายเพื่อหลบภัย ? นกกระจอกเทศไม่เคยมุดหัวในทราย
เรื่อง : รพีพัฒน์ อิงคสิทธิ์ ภาพ : กิตติธัช โพธิวิจิตร ช่องกว้างขนาดพอดีหนึ่งคน กลายเป็นบ้านพักชั่วคราวของแมวจรทั่วสารทิศที่ "รักษ์" วชิรา ทวีสกุลสุข คอยดูแล ทั้งเล่น ให้อาหาร และทำความสะอาดใช้เวลาวันละ
ปรากฏการณ์ (ทาส) เหมียว / เทพบุตรหอคำ



ผู้ดูแล และลงข้อมูลประจำเวบไซต์ sarakadee.com








พุธ-ไซแอนซ์ ติดปีกความรู้ทางวิทยาศาสตร์ทุกวันพุธ เพราะเทพเจ้าประจำดาวพุธคือ Mercury บุรุษเทพแห่งการสื่อสารที่ไปได้เร็วเท่าความคิด 1. หมาและแมวตาบอดสี ? หมาและแมวสามารถเห็นสีฟ้าและสีเขียว แมวจะเห็นสีแดงและสีชมพูเป็นสีออกเขียว ส่วนสีม่วงจะเห็นเป็นสีฟ้า 2. นกกระจอกเทศเอาหัวมุดทรายเพื่อหลบภัย ? นกกระจอกเทศไม่เคยมุดหัวในทราย
เรื่อง : รพีพัฒน์ อิงคสิทธิ์ ภาพ : กิตติธัช โพธิวิจิตร [caption id="" align="aligncenter" width="500"] ช่องกว้างขนาดพอดีหนึ่งคน กลายเป็นบ้านพักชั่วคราวของแมวจรทั่วสารทิศที่ "รักษ์" วชิรา ทวีสกุลสุข คอยดูแล ทั้งเล่น ให้อาหาร และทำความสะอาดใช้เวลาวันละ
ปรากฏการณ์ (ทาส) เหมียว / เทพบุตรหอคำ