แพะในร่างแมวดำ กับคำพิพากษานอกบัลลังก์

กุมภาพันธ์ 25, 2018 
0


แพะในร่างแมวดำ กับคำพิพากษานอกบัลลังก์
เรื่อง :กิตติยา บำรุงสวน

“สร้อยฟ้าเดินคลำไปในตรอกที่มีเพียงแสงสลัวของพระจันทร์นำทาง พลางคิดถึงชะตากรรมว่าเหตุใดหนอจึงได้มาตกระกำลำบากถึงเพียงนี้ แต่ก็ไม่เท่ากับความกลัว เสียงหัวใจเต้นแรงแข่งกับความเงียบ พยายามเพ่งสายตาไปทั่วๆ เงาตะคุ่มนั้นทำสร้อยฟ้าใจหายวาบ แมวดำตัวเขื่องกระโดดลงมาขู่ เขี้ยวของมันกระทบแสงจันทร์เป็นสีขาววาววับ ดวงตาเรืองราวกับดวงตาปีศาจคู่นั้นจ้องเขม็งมาที่สร้อยฟ้า ยังมีทันที่สร้อยฟ้าจะขยับตัวหนี มันก็ชิงเร้นกายหายไปในความมืด “เป็นลางไม่ดีแน่ๆ ไอ้แมวผี” สร้อยฟ้าสบถ ก่อนตัดสินใจหันหลังกลับและวิ่งอย่างไม่คิดชีวิต”

ฉากที่มีแมวสีดำร่วมแสดงเช่นนี้ดูคุ้นเคย เพราะมันมักจะได้รับบทเดิมๆ ซ้ำๆ ในจังหวะที่ละครต้องการปูพื้นอารมณ์คนดูให้ตกอยู่ในความน่าสะพรึงกลัว สยองขวัญ สั่นประสาท แมวสีดำก็จะปรากฏตัวขึ้นมาตามคิว เปรียบได้กับสัญญาณไฟเขียวที่กะพริบบอกให้เตรียมตัวรับเรื่องร้ายๆ หรือภูตผี ปีศาจ ที่จะออกมาหลอกหลอนผู้คนในฉากถัดไป

ภาพลักษณ์เช่นนี้มีความแนบแน่นเคียงคู่กับแมวดำมานานแสนนาน และคงไม่ใช่เพียงพฤติกรรมตามธรรมชาติของแมวธรรมดาที่จะมีน้ำหนักมากพอในการที่มนุษย์จะพิพากษามัน

ไม่ใช่แค่ดวงตามีเลศนัยเรืองแสงวาวได้ในที่มืด เขี้ยวแหลม กรงเล็บโง้งคม นิสัยชอบทำตัวลึกลับปราดเปรียวเที่ยวท่องยามค่ำคืน แถมชอบทำเสียงขู่คนแปลกหน้าเวลาตกใจ การกระโจนวับหายไปแบบไร้เสียง หรือเสียงครางหาคู่กลางดึกที่แว่วมากับสายลมที่พาให้ใจเต้นแรง

แต่เพราะขนสีดำของมันต่างหากที่นำมันไปสู่คำกล่าวหาว่า “แมวดำคือโชคร้าย”

รื้อคดีเดิม

ไฉนเลยจากเทพีผู้สูงส่งแห่งลุ่มน้ำไนล์จึงกลายเป็นเงาปีศาจแห่งโลกตะวันตก

จากมัมมี่แมวนับหมื่นตัวที่ค้นพบในอียิปต์ คือหลักฐานชั้นดีที่ใช้บ่งบอกว่า “แมว” เคยอยู่ในฐานะสูงส่งมาก่อน รูปสลักเทพี Bastet ที่ได้รับการยกให้เป็นเทพแห่งความรักและความอุดมสมบูรณ์ก็มีลักษณะโดดเด่นโดยร่างกายเป็นมนุษย์ แต่ศีรษะเป็นแมว ภาพวาดแสดงความสัมพันธ์ระหว่างแมวกับชนชั้นสูงมากมาย รวมถึงหินแกะสลักแมวหลากสี และแมวดำที่สวมเครื่องประดับอย่างงดงาม

นี่คือจุดสูงสุดในอัตชีวประวัติของแมว… สัตว์เลี้ยงสี่ขาที่ใกล้ชิดมนุษย์มาเนิ่นนานนับพันปี

โทษหนัก… ทั้งดำทั้งจับ

เมื่อเหยื่อคือจำเลย แพะในร่างแมวดำ

ในยุโรปสมัยกลาง เสียงร่ำลือจากพ่อลูกคู่หนึ่งที่ใช้ก้อนหินไล่ขว้างปาแมวดำแล้วตามไปพบร่างหญิงชราที่เนื้อตัวปูดเขียวนอนซม นับแต่นั้นคำกล่าวหาว่าหญิงชราคือแม่มดที่แปลงร่างมาในคราบของแมวดำก็แพร่กระจายไปทั่ว

กอปรกับยุคที่ศาสนจักรมีอำนาจสูงสุด ใครก็ตามที่คิดต่างหรือมีท่าทีแข็งขืนจะถูกมองว่าเป็นพวกนอกรีต พานเชื่อมโยงกล่าวโทษว่าเป็นแม่มด หญิงชรา สาวสวย ผู้หญิงที่ดูฉลาดโดยคาดว่าจะเป็นปฏิปักษ์จึงถูกตามล่าเพื่อนำมาประหารอย่างน่าเวทนา ทำให้แมวดำกลายเป็นเป้าหมายคู่ขนานของการตามล่า

เพราะฆ่ามันก็เท่ากับฆ่าแม่มด

ตำนานแพะรับบาปในร่างแมวดำจึงปรากฏขึ้นนับแต่นั้นเป็นต้นมา

และแม้ยุคมืดในยุโรปจะคลี่คลายไปนับหลายร้อยปี ความเชื่อเรื่องแม่มดแปลงร่างเป็นแมวดำก็ยังถูกส่งมาถึงสหรัฐอเมริกาจนได้ ดังปรากฏในช่วงตำนาน “การล่าแม่มดแห่งซาเล็ม (Salem witch hunts)” ที่เกิดขึ้นในราว ค.ศ. 1962 เมื่อกาลเวลาผ่านไป ความเข้มข้น น่าสะพรึงกลัว