ถ้ำ – จากบรรณาธิการ สารคดี ฉบับที่ ๔๐๒

กันยายน 4, 2018 
0


ภาพ : Thai Navy Seal

ปฏิบัติการช่วยเด็ก ๆ และโค้ชทีมหมูป่าฯ ที่ถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จังหวัดเชียงราย กลายเป็นข่าวดังระดับโลกในช่วง ๒-๓ สัปดาห์

นิตยสาร สารคดี ฉบับนี้พยายามสรุปประมวลเหตุการณ์มานำเสนอให้ผู้อ่านได้ย้อนรำลึกเท่าที่จะทำได้ครับ

แต่ต้องยอมรับว่าการบันทึกเหตุการณ์ให้ถูกต้อง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์นั้นยากมากเลยทีเดียว

ข้อจำกัดคือความสับสนของข่าวสารทั้งหมดที่เผยแพร่ออกมาตั้งแต่วันแรก จนไม่รู้ว่ามีความถูกต้องมากน้อยแค่ไหน และหลาย ๆ ประเด็นและรายละเอียดไม่ได้ถูกเปิดเผยโดยตรงจากผู้เกี่ยวข้องหรือผู้รู้จริง

ยกตัวอย่างแค่ต้นเรื่องว่าเด็กเข้าถ้ำไปทำไม ซึ่งเคยมีข่าวเล่าไปต่าง ๆ นานา ถ้าภายหลังไม่มีงานแถลงข่าวบอกเล่าจากปากโค้ชเอกและเด็กเอง ก็คงไม่มีใครรู้ว่าพวกเขาวางแผนจะไปเที่ยวถ้ำกันล่วงหน้าเป็นอาทิตย์แล้ว หรือกรณีทีมนักดำน้ำอังกฤษบางคนเพิ่งยอมให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวต่างประเทศในช่วงหลัง ก็ค่อย ๆ ทำให้เราเข้าใจว่ามีการค้นพบและช่วยเหลือเด็กอย่างไรชัดเจนขึ้นบ้าง  ไม่นับภาพไดอะแกรมการดำน้ำพาเด็กออกจากถ้ำที่หลายสำนักข่าววาดภาพอย่างสวยงาม แต่ภายหลังก็พบว่าไม่ตรงกับวิธีการช่วยเหลือตามที่เป็นจริง

เชื่อว่ายังมีผู้คนและการดำเนินการทั้งเบื้องหน้าเบื้องหลัง และข้อเท็จจริงอีกมากที่ไม่ได้ปรากฏในข่าว

การบันทึกปฏิบัติการช่วยเหลือทีมหมูป่าฯ ให้ถูกต้องและครบถ้วนจึงเป็นเรื่องท้าทายมากเพราะต้องรวบรวมข้อเท็จจริงจากผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ทุก ๆ แง่มุมมาปะติดปะต่อกัน หากต้องการบันทึกเป็นกรณีศึกษาในอนาคต

สำหรับนิตยสาร สารคดี ยอมรับกับผู้อ่านตรง ๆ ครับว่า เราอยู่ห่างไกลจากแหล่งข้อมูลชั้น ๑ มาก และรายละเอียดที่นำเสนอในฉบับนี้ก็น่าจะมีข้อผิดพลาดพอสมควรถ้ามีผู้รู้ตรวจสอบกันอย่างจริงจัง

ประเด็นหนึ่งที่เหตุการณ์ถ้ำหลวงสะท้อนให้เห็นชัด คือ การนำเสนอข่าวของคนไทยไม่ค่อยสนใจหรือให้ความสำคัญกับความรู้เกี่ยวกับถ้ำในเชิงวิทยาศาสตร์

ถ้ำและโพรงถ้ำเกิดจากอะไร ธารน้ำไหลในถ้ำมาจากไหน สภาพอากาศในถ้ำเป็นอย่างไร วิธีการสำรวจถ้ำที่ปลอดภัยควรทำอย่างไร

ในทางตรงข้ามเรากลับชอบประเด็นแนวลึกลับหรือปาฏิหาริย์เสียมากกว่า

ตอนพบทีมหมูป่าฯ ครั้งแรก พาดหัวข่าวส่วนใหญ่บอกว่าเป็น “ปาฏิหาริย์” เพราะนักดำน้ำวางเชือกหมดเส้นพอดี ถ้าเชือกสั้นกว่านั้นก็ไม่จะพบ หรือยาวกว่านั้นก็จะเลยไป  ภายหลังนักดำน้ำชาวอังกฤษออกมาอธิบายด้วยสีหน้านิ่ง ๆ ว่า การพบเด็กไม่ใช่เรื่องของโชคช่วย ทุกครั้งที่เขาดำน้ำเจอบริเวณโพรงถ้ำที่มีอากาศเหนือผิวน้ำ เขาจะโผล่ขึ้นจากน้ำและตะโกนถาม ซึ่งเป็นวิธีการปฏิบัติปรกติในการค้นหา

การพบทีมหมูป่าฯ จึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่เชือกหมด หรือปาฏิหาริย์

ยิ่งกว่านั้นเขายังอธิบายว่า ตอนนั้นเขาได้กลิ่นคนจึงรู้ว่ามีเด็กอยู่ ก่อนจะเห็นตัวและได้ยินเสียงเด็กเสียอีก

ข้อเท็จจริงของปฏิบัติการที่ถ้ำหลวงจึงอาจมีอีกหลายส่วนหลบอยู่ในความมืดของถ้ำ จนกว่าจะมีคนมาส่องไฟสว่าง ๆ

ผู้อ่านติดตามข่าวและเรื่องราวต่าง ๆ แล้วก็ต้องฟังหูไว้หูนะขอรับ แม้แต่ในนิตยสาร สารคดีฉบับนี้ก็ตาม

สุวัฒน์ อัศวไชยชาญ
บรรณาธิการบริหารนิตยสาร สารคดี
[email protected]

ภาพจาก : https://www.penguinrandomhouse.ca/authors/2023279/erling-kagge ภาพถ่ายของผู้เขียนบนหน้าท้ายๆ ของหนังสือชื่อ Silence* แสดงถึงใบหน้าของชายผู้มุ่งมั่นกับแววตาลึกซึ้ง อาลิงก์ ค็อกยัก (Erling Kagge) เป็นชาวนอร์เวย์ บนหน้าประวัติสั้น ๆ อันน่าทึ่งบอกว่า เขาเป็นนักสำรวจคนแรกที่เดินกว่า
(*ดัดแปลงจากบทอ่านบนเวทีช่วงจุดประกายความคิด งานประกวดวรรณกรรมรางวัล “วรรณศิลป์อุชเชนี” ครั้งที่ ๒ วันเสาร์ที่ ๒๗ ตุลาคม ๒๕๖๑) ที่บ้านผมปลูกต้นปีบไว้ต้นหนึ่ง ตอนปลูกก็ไม่รู้หรอกว่าจากต้นกล้าเล็ก ๆ ในกระถางมันจะเติบโตจนเป็นต้นไม้ที่สูงใหญ่  ผ่านไป๒๐ ปีตอนนี้มันสูงกว่า ๑๐ เมตร ลำต้นเปลือกหนามีร่องขรุขระอย่างกับผิวจระเข้ แต่เวลาออกดอกดอกปีบสวยงามราวกับนางฟ้าสีขาว ก้านเรียวยาว กลีบดอกบางน่าทะนุถนอม แถมยังมีกลิ่นหอมรื่น ๆ ต่างกันอย่างสิ้นเชิงกับลำต้นที่ดูหยาบกร้าน ผมปลูกต้นปีบไว้ติดกับกำแพงบ้าน เวลาดอกปีบนับพันบนต้นร่วง จึงร่วงลงทั้งสองฝั่งของกำแพง  ฝั่งนอกบ้านคือพื้นปูนคอนกรีตของถนนในซอย ฝั่งในบ้านคือสวนเล็ก ๆ เรื่องเศร้าคือดอกปีบที่ร่วงลงพื้นปูนคอนกรีตที่สุดแล้วก็จะกลายเป็นขยะ และสำหรับพนักงานกวาดถนนมันคือภาระที่เกินกว่าการงานปรกติ แต่สำหรับพื้นดินในสวนเล็ก ๆ ดอกปีบคือปุ๋ยชั้นดีที่จะถูกต้นปีบเองดูดซับขึ้นไปเป็นส่วนหนึ่งของกิ่ง ก้าน ลำต้น หรือแม้แต่เป็นดอกปีบที่จะผลิบานใหม่ ผมเรียนรู้จากการชื่นชมความงามของดอกปีบร่วงว่า ความหมายของนางฟ้าสีขาวนั้นไม่ได้ถูกนิยามด้วยตัวของมันเอง แต่ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมที่มันมีความสัมพันธ์ สำหรับดินในสวนดอกปีบมีความหมาย งอกงาม เติบโต และแปรเปลี่ยน เป็นวัฏจักรที่มีคุณค่าแต่มันจะไร้ค่าและไม่มีความหมายใด ๆ กับพื้นหินแข็งกระด้างที่มีแต่ความเฉยเมย เม็ดทรายก็ไม่ต่างกัน หากเรากอบเม็ดทรายจากหาดทรายขาวมาเทกระจายบนโต๊ะกินข้าว มันคือความสกปรกเลอะเทอะ แต่เม็ดทรายที่อยู่บนชายหาดนั้นมีคุณค่ามหาศาล เชื่อไหมครับว่า ถ้าเรามีแว่นขยายพิเศษ ส่องดูรอยบุ๋มบนผิวเม็ดทรายทุกเม็ด เราจะเห็นสิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ ชุมนุมกันอย่างยั้วเยี้ย เจ้าสิ่งนี้คือแบคทีเรียซึ่งมีหลากหลายนับพัน ๆ ชนิด และมีจำนวนนับแสนตัวบนเม็ดทรายเพียงหนึ่งเม็ด ถามว่าพวกมันมาทำอะไรอยู่บนเม็ดทราย
ผมเคยมีญาติใกล้ชิดที่เสียชีวิตเพราะติดเหล้า และยังมีเพื่อนที่เสียชีวิตด้วยมะเร็งปอดเพราะติดบุหรี่ การติดเหล้าติดบุหรี่ หรือติดยาเสพติดร้ายแรงอื่น ๆ ถูกฝังในความเข้าใจเรามาตลอดว่าเป็นเรื่องพฤติกรรมส่วนบุคคล อีกส่วนหนึ่งเป็นเพราะฤทธิ์ยาเสพติด แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร เราก็มองหรือมีภาพของคนติดยาคนเสพยา ว่าเป็นคนไม่ดี และถึงขั้นคนร้าย และแน่นอนคนทั่วไปอย่างเราควรอยู่ให้ห่างๆ  ห่างทั้งคนติดยาและยาเสพติด การแก้ไขปัญหายาเสพติดตลอดเวลาหลายสิบปีของทางการจึงเป็นการปราบปราม จับกุม ลงโทษ  ทั้งคนเสพยา คนติดยา ถูกรวมเป็นอาชญากรเหมือนผู้เกี่ยวข้องในขบวนการค้ายาเสพติด คำถามคือการจับกุมลงโทษจะทำให้ผู้เสพยาหรือติดยาหยุดการเสพยาหรือหายจากการติดยาได้หรือไม่ คำตอบนั้นน่าจะพอเดากันได้ไม่ยาก ข้อมูลปี ๒๕๖๑ ระบุว่าประเทศไทยมีผู้ต้องโทษในคดียาเสพติดกว่า ๒ แสนคน และแม้จะมีพระราชบัญญัติฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๔๕  แต่ผู้ติดยาก็ยังเป็นผู้กระทำผิดกฎหมายและกระบวนการฟื้นฟูก็มีลักษณะของการบังคับมากกว่าความสมัครใจ ทำให้การฟื้นฟูยากจะประสบความสำเร็จ หัวใจสำคัญคือการเปลี่ยนมุมมองของคนในสังคมและกฎหมายว่าผู้ติดยาเสพติดคือผู้ป่วยที่ต้องได้รับการช่วยเหลือและรักษา ไม่ใช่อาชญากร ซึ่งหลายประเทศกำลังขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาผู้เสพยาเสพติดด้วยนโยบายตามแนวทางนี้ ขณะที่ข้อมูลใหม่ๆ ทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับสมองและวิวัฒนาการได้ช่วยเปิดเผยสาเหตุการติดยาเสพติดว่าไม่ใช่เรื่องของพฤติกรรมส่วนบุคคล แต่ถือเป็น “โรคเรื้อรัง” อย่างหนึ่ง เช่นเดียวกับโรคเบาหวาน มะเร็ง หรือโรคหัวใจ สาเหตุนั้นมาจากปัจจัยที่ผสมผสานกัน ทั้งปัจจัยด้านประสาทชีววิทยา จิตวิทยา สังคม และพันธุกรรม ไม่ว่าผู้ติดยาจะเริ่มเสพยาด้วยเหตุผลอะไร แต่ผลของยาเสพติดคือการเพิ่มขึ้นของสารเคมีในสมองที่ชื่อว่าโดปามีน (dopamine) ซึ่งเป็นสารที่ทำให้รู้สึกมีความสุข และเป็นสารสำคัญในวงจรสมองส่วนระบบการให้รางวัล เพื่อให้คนเราดำเนินกิจกรรมที่จำเป็นต่อการมีชีวิตรอด เช่น การกินอาหาร หรือการมีเพศสัมพันธ์



ผู้ดูแล และลงข้อมูลประจำเวบไซต์ sarakadee.com








ใส่ความเห็น

อีเมล์ของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

ภาพจาก : https://www.penguinrandomhouse.ca/authors/2023279/erling-kagge ภาพถ่ายของผู้เขียนบนหน้าท้ายๆ ของหนังสือชื่อ Silence* แสดงถึงใบหน้าของชายผู้มุ่งมั่นกับแววตาลึกซึ้ง อาลิงก์ ค็อกยัก (Erling Kagge) เป็นชาวนอร์เวย์ บนหน้าประวัติสั้น ๆ อันน่าทึ่งบอกว่า เขาเป็นนักสำรวจคนแรกที่เดินกว่า
(*ดัดแปลงจากบทอ่านบนเวทีช่วงจุดประกายความคิด งานประกวดวรรณกรรมรางวัล “วรรณศิลป์อุชเชนี” ครั้งที่ ๒ วันเสาร์ที่ ๒๗ ตุลาคม ๒๕๖๑) ที่บ้านผมปลูกต้นปีบไว้ต้นหนึ่ง ตอนปลูกก็ไม่รู้หรอกว่าจากต้นกล้าเล็ก ๆ ในกระถางมันจะเติบโตจนเป็นต้นไม้ที่สูงใหญ่  ผ่านไป๒๐ ปีตอนนี้มันสูงกว่า ๑๐ เมตร ลำต้นเปลือกหนามีร่องขรุขระอย่างกับผิวจระเข้ แต่เวลาออกดอกดอกปีบสวยงามราวกับนางฟ้าสีขาว ก้านเรียวยาว กลีบดอกบางน่าทะนุถนอม แถมยังมีกลิ่นหอมรื่น ๆ ต่างกันอย่างสิ้นเชิงกับลำต้นที่ดูหยาบกร้าน ผมปลูกต้นปีบไว้ติดกับกำแพงบ้าน เวลาดอกปีบนับพันบนต้นร่วง จึงร่วงลงทั้งสองฝั่งของกำแพง  ฝั่งนอกบ้านคือพื้นปูนคอนกรีตของถนนในซอย ฝั่งในบ้านคือสวนเล็ก ๆ เรื่องเศร้าคือดอกปีบที่ร่วงลงพื้นปูนคอนกรีตที่สุดแล้วก็จะกลายเป็นขยะ และสำหรับพนักงานกวาดถนนมันคือภาระที่เกินกว่าการงานปรกติ แต่สำหรับพื้นดินในสวนเล็ก ๆ ดอกปีบคือปุ๋ยชั้นดีที่จะถูกต้นปีบเองดูดซับขึ้นไปเป็นส่วนหนึ่งของกิ่ง ก้าน ลำต้น หรือแม้แต่เป็นดอกปีบที่จะผลิบานใหม่ ผมเรียนรู้จากการชื่นชมความงามของดอกปีบร่วงว่า ความหมายของนางฟ้าสีขาวนั้นไม่ได้ถูกนิยามด้วยตัวของมันเอง แต่ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมที่มันมีความสัมพันธ์ สำหรับดินในสวนดอกปีบมีความหมาย งอกงาม เติบโต และแปรเปลี่ยน เป็นวัฏจักรที่มีคุณค่าแต่มันจะไร้ค่าและไม่มีความหมายใด ๆ กับพื้นหินแข็งกระด้างที่มีแต่ความเฉยเมย เม็ดทรายก็ไม่ต่างกัน หากเรากอบเม็ดทรายจากหาดทรายขาวมาเทกระจายบนโต๊ะกินข้าว มันคือความสกปรกเลอะเทอะ แต่เม็ดทรายที่อยู่บนชายหาดนั้นมีคุณค่ามหาศาล เชื่อไหมครับว่า ถ้าเรามีแว่นขยายพิเศษ ส่องดูรอยบุ๋มบนผิวเม็ดทรายทุกเม็ด เราจะเห็นสิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ ชุมนุมกันอย่างยั้วเยี้ย เจ้าสิ่งนี้คือแบคทีเรียซึ่งมีหลากหลายนับพัน ๆ ชนิด และมีจำนวนนับแสนตัวบนเม็ดทรายเพียงหนึ่งเม็ด ถามว่าพวกมันมาทำอะไรอยู่บนเม็ดทราย
ผมเคยมีญาติใกล้ชิดที่เสียชีวิตเพราะติดเหล้า และยังมีเพื่อนที่เสียชีวิตด้วยมะเร็งปอดเพราะติดบุหรี่ การติดเหล้าติดบุหรี่ หรือติดยาเสพติดร้ายแรงอื่น ๆ ถูกฝังในความเข้าใจเรามาตลอดว่าเป็นเรื่องพฤติกรรมส่วนบุคคล อีกส่วนหนึ่งเป็นเพราะฤทธิ์ยาเสพติด แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร เราก็มองหรือมีภาพของคนติดยาคนเสพยา ว่าเป็นคนไม่ดี และถึงขั้นคนร้าย และแน่นอนคนทั่วไปอย่างเราควรอยู่ให้ห่างๆ  ห่างทั้งคนติดยาและยาเสพติด การแก้ไขปัญหายาเสพติดตลอดเวลาหลายสิบปีของทางการจึงเป็นการปราบปราม จับกุม ลงโทษ  ทั้งคนเสพยา คนติดยา ถูกรวมเป็นอาชญากรเหมือนผู้เกี่ยวข้องในขบวนการค้ายาเสพติด คำถามคือการจับกุมลงโทษจะทำให้ผู้เสพยาหรือติดยาหยุดการเสพยาหรือหายจากการติดยาได้หรือไม่ คำตอบนั้นน่าจะพอเดากันได้ไม่ยาก ข้อมูลปี ๒๕๖๑ ระบุว่าประเทศไทยมีผู้ต้องโทษในคดียาเสพติดกว่า ๒ แสนคน และแม้จะมีพระราชบัญญัติฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๔๕  แต่ผู้ติดยาก็ยังเป็นผู้กระทำผิดกฎหมายและกระบวนการฟื้นฟูก็มีลักษณะของการบังคับมากกว่าความสมัครใจ ทำให้การฟื้นฟูยากจะประสบความสำเร็จ หัวใจสำคัญคือการเปลี่ยนมุมมองของคนในสังคมและกฎหมายว่าผู้ติดยาเสพติดคือผู้ป่วยที่ต้องได้รับการช่วยเหลือและรักษา ไม่ใช่อาชญากร ซึ่งหลายประเทศกำลังขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาผู้เสพยาเสพติดด้วยนโยบายตามแนวทางนี้ ขณะที่ข้อมูลใหม่ๆ ทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับสมองและวิวัฒนาการได้ช่วยเปิดเผยสาเหตุการติดยาเสพติดว่าไม่ใช่เรื่องของพฤติกรรมส่วนบุคคล แต่ถือเป็น “โรคเรื้อรัง” อย่างหนึ่ง เช่นเดียวกับโรคเบาหวาน มะเร็ง หรือโรคหัวใจ สาเหตุนั้นมาจากปัจจัยที่ผสมผสานกัน ทั้งปัจจัยด้านประสาทชีววิทยา จิตวิทยา สังคม และพันธุกรรม ไม่ว่าผู้ติดยาจะเริ่มเสพยาด้วยเหตุผลอะไร แต่ผลของยาเสพติดคือการเพิ่มขึ้นของสารเคมีในสมองที่ชื่อว่าโดปามีน (dopamine) ซึ่งเป็นสารที่ทำให้รู้สึกมีความสุข และเป็นสารสำคัญในวงจรสมองส่วนระบบการให้รางวัล เพื่อให้คนเราดำเนินกิจกรรมที่จำเป็นต่อการมีชีวิตรอด เช่น การกินอาหาร หรือการมีเพศสัมพันธ์