" /> ย่อส่วนเมืองนนท์...เวอร์ชั่นคนรุ่นใหม่ - สารคดี.คอม [ Sarakadee Magazine ]

ย่อส่วนเมืองนนท์…เวอร์ชั่นคนรุ่นใหม่

ตุลาคม 14, 2018 
0


เรื่อง นภัสกร ปิงเมือง
ภาพ พิชญานิน คีรีแก้ว

อาจลืมไปเลยว่าอดีต-ประวัติศาสตร์เป็นเรื่องน่าเบื่อ
เมื่อได้มาเปิดตาเปิดใจที่ “#พิพิธภัณฑ์จังหวัดนนทบุรี”
ที่นี่ย่อส่วนเรื่องราวหลากแง่มุมทั้งจังหวัดไว้อย่างครบเครื่อง ทั้งวิถีชีวิต อาชีพปั้นเครื่องดินเผา ไปจนถึงภูมิปัญญาด้านต่างๆ โดยเฉพาะ “หนังใหญ่” ที่น้อยคนจะรู้ว่า “#หนังใหญ่นนทบุรี” มีดีไม่แพ้ที่ไหน

นิตยสารสารคดี ร่วมกับทรูปลูกปัญญา
นำเสนอผลงานเยาวชนในโครงการ “ทำ ก่อน ฝัน “

:: เริ่มผจญภัยในเมืองนนท์ ::

เช้าที่สดใสของวันใหม่ มาพร้อมแสงแดดสาดส่อง ผมเริ่มต้นท่องเที่ยวเมืองนนทบุรีด้วยรถสองแถวที่มีจุดหมายยัง “ท่าน้ำนนท์” โดยมี “หอนาฬิกา” เป็นแลนด์มาร์กสำคัญ

สิ่งก่อสร้างสูงตระหง่านนี้ผ่านแดดลมฝนมาตั้งแต่พุทธศักราช ๒๕๐๐ โดยกระทรวงมหาดไทยในสมัยก่อนซึ่งมีโรงเรียนตั้งอยู่บริเวณนี้ตระหนักถึงวัฒนธรรมการตรงต่อเวลาจึงพิจารณาให้สร้างหอนาฬิกาแห่งนี้ขึ้นมาเพื่อประโยชน์ของส่วนรวมของประชาชนชาวนนทบุรีด้วย

การออกแบบหอนาฬิกาอาศัยเค้าโครงตามแบบของกรมโยธาธิการ มีความสูง ๑๗ เมตร มีหน้าปัดนาฬิกา ๔ ด้าน เหนือหน้าปัดนาฬิกาทำหน้าที่เป็นซุ้มหอกระจายข่าว รวมถึงที่ตรวจเพลิงไหม้ทั้งสี่ด้าน

และหอนาฬิกานี้ยังเป็นศูนย์กลางการนัดพบและค้าขายของชาวนนทบุรี มาตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน


:: กลางเก่า กลางใหม่ ::

แม้เข็มนาฬิกาจะหมุนเวียนไปกี่แสนกี่ล้านครั้ง
หลายสิ่งหลายอย่างสลายหายไปกับกาลเวลา
แต่ความเก่าและวิถีชีวิตรอบหอนาฬิกาท่าน้ำนนท์ก็ยังอยู่ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงทุกวินาที

ท่ามกลางความเจริญด้านคมนาคมทางบก มีรถราทันสมัยเป็นพาหนะสนองความรีบเร่งและไปได้ในระยะไกลกว่าอย่างรถยนต์ มอเตอร์ไซค์ แท็กซี่ และรถโดยสารประจำทาง ยังมีบางสิ่งยึดโยงเวลา

“สามล้อไหมครับ”
คือเสียงคุ้นที่ใครๆ มักได้ยินจากนักปั่นรุ่นเก๋า
พวกเขาจะยืนเรียกลูกค้าที่ยังคงสมัครใจเลือกวิธีสัญจรแบบเนิบนาบ ไม่เร่งรีบ และเป็นมิตรกับวิถีชุมชน อยู่บริเวณวินสามล้อถีบใกล้กับหอนาฬิกา พร้อมจะพาผู้โดยสารไปส่งยังจุดหมายในราคาที่คิดตามระยะทางและตามแต่จะตกลงกับผู้ใช้บริการโดยเริ่มต้นที่ ๑๐ บาท

การได้เห็นพาหนะในสองยุคขับเคลื่อนไปพร้อมกันบนเส้นทางที่มีทั้งความเก่าแก่และความเจริญผสมผสาน เป็นภาพที่ทำให้คนรุ่นใหม่อย่างผมรู้สึกอบอุ่น

:: Museum of Nonthaburi ::

ไม่ไกลจากหอนาฬิกา-ท่าน้ำนนท์ คือที่ตั้งของ “พิพิธภัณฑ์จังหวัดนนทบุรี”
เปิดให้เข้าชมตั้งแต่วันอังคาร-อาทิตย์ รวมถึงวันหยุดนักขัตฤกษ์ ในเวลา ๐๙.๐๐-๑๗.๐๐ น.

อดีตที่นี่เคยเป็นศาลากลางจังหวัด และปัจจุบันก็ยังคงสถาปัตยกรรมแบบตะวันตกประยุกต์ที่สร้างให้เข้ากับภูมิอากาศเขตร้อน หันหน้าออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งเป็นเส้นทางคมนาคมในสมัยก่อน

ตัวอาคารวางผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าล้อมรอบลานกว้าง เชื่อมต่อกันด้วยระเบียงทางเดินทำด้วยไม้ที่สร้างยื่นออกมารอบอาคาร

ด้วยคุณค่าทางสถาปัตยกรรมและความสำคัญทางประวัติศาสตร์ กรมศิลปากรจึงขึ้นทะเบียนอาคารพิพิธภัณฑ์หลังนี้เป็นโบราณสถาน เมื่อพุทธศักราช ๒๕๒๔

แสดงให้เห็นถึงการเป็นมรดกล้ำค่าที่ได้รับการดูแลรักษาไว้ให้ลูกหลานชาวนนทบุรีรวมถึงชาวไทยได้หวงแหนและภาคภูมิใจ

:: วิจิตรศิลป์ถิ่นนนท์ ::

“น้อยคนที่จะรู้ว่าเมืองนนท์ก็มีหนังใหญ่ และวิจิตรตระการตาไม่น้อยกว่าที่ไหนเลย”

ผู้ดูแลพิพิธภัณฑ์บอกเล่าเรื่องราวสำคัญให้ผมได้ร่วมภาคภูมิใจในวันที่ผ่านมาเยือน

“หนังใหญ่” ที่จัดแสดงตรงหน้าเป็นผลงานสรรค์สร้างผ่านฝีมือของ “ครูวีระ มีเหมือน”

ป้ายนิทรรศการบอกเล่าขั้นตอนการทำหนังใหญ่ ตั้งแต่นำหนังวัวหรือหนังควายมาฉลุลวดลายและลงสีเป็นภาพตัวละครในเรื่องรามเกียรติ์จนเกิดความวิจิตรงดงามมาตั้งแต่พุทธศักราช ๒๕๒๐

แต่สิ่งสำคัญที่น่าศึกษา คือการสืบทอดองค์ความรู้ของคนสมัยก่อน ด้วยวิธีฝากตัวเป็นศิษย์และอาศัยวิธีครูพักลักจำ ฝึกฝนด้วยตนเอง จนได้เป็น “ครูหนังใหญ่หนึ่งเดียวในจังหวัดนนทบุรี”

:: ตราแห่งความภาคภูมิ “เครื่องปั้นดินเผา” ::

นอกจากศิลปวัฒนธรรมทางการแสดงที่โดดเด่น
เครื่องปั้นดินเผา คือ อาชีพสำคัญของชาวนนทบุรี เป็นภูมิปัญญาที่ส่งต่อฝีมือโดยชาวมอญที่เข้ามาอาศัยบนแผ่นดินนนท์ ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความวิจิตรงดงามและทำกันมากในชุมชนจน “หม้อน้ำลายวิจิตร” ได้รับเลือกเป็นสัญลักษณ์หรือตราประจำจังหวัดเพื่อสะท้อนรากเหง้าอันมีอัตลักษณ์โดดเด่นที่สืบทอดกันรุ่นต่อรุ่นมาช้านาน จวบปัจจุบันก็ยังมีลูกหลานจำนวนมากยังรักษาอาชีพนี้

เป็นสิ่งที่ใครเห็นก็ต้องร้องอ๋อ…นี่หละหนอ “ของดีเมืองนนท์”

:: จากมอญสู่นนท์ ::

ชั้นสองของพิพิธภัณฑ์จังหวัดนนทบุรี นอกจากมีเรื่องราวของตราประจำจังหวัดจัดแสดงเด่นอยู่กลางห้อง ในห้องย่อยยังเต็มไปด้วยนิทรรศการเนื้อหาต่างๆ
หนึ่งในสิ่งน่าสนใจคือการทำ “เครื่องปั้นดินเผา”
ผ่านการจำลองวิถีชีวิตของชาวมอญซึ่งเป็นผู้นำภูมิปัญญาอันเป็นเอกลักษณ์เข้าสู่เมืองนนท์

โดยขณะที่บรรพบุรุษชาวไทยเชื้อสายมอญหลีกหนีภัยสงครามในบ้านเกิดมาตั้งถิ่นฐานพึ่งพระบรมโพธิสมภารตั้งแต่สมัยอยุธยา พวกเขาก็นำฝีมือปั้นหม้อที่ติดตัวมาประกอบอาชีพต่อจนทำให้จังหวัดนนทบุรีมีแหล่งผลิตเครื่องปั้นดินเผาขึ้นชื่อ ๒ แห่ง คือบ้านบางตะนาวศรี และบ้านเกาะเกร็ด

จนถึงปัจจุบันสิ่งเหล่านี้ได้เป็นมากกว่าวิถีชีวิตหรือเป็นอาชีพ

แต่เป็นเอกลักษณ์ และความภาคภูมิใจของลูกหลานชาวนนทบุรี

เพราะเมื่อไรที่ใครพูดถึง “เครื่องปั้นดินเผา” จะนึกถึง “เมืองนนท์”

ลวดลายแห่ง“นนทบุรี”

หากถามถึง “เครื่องปั้นดินเผา” นอกจากรูปทรงหรือรูปแบบในการปั้นแล้ว “ลวดลาย” ก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญและบ่งบอกถึงเอกลักษณ์ได้เป็นอย่างดี โดยในนิทรรศการได้มีการนำเสนอเรื่องการทำลวดลายอย่างเจาะลึกและได้มีตัวอย่างของเครื่องปั้นประเภทหม้อที่หาชมได้ยากมาให้ชมกันอย่างใกล้ชิด

การตกแต่งเครื่องปั้นประเภทหม้อน้ำลายวิจิตร จะทำหลังจากเก็บเครื่องปั้นที่เสร็จแล้วระยะหนึ่งมาใช้ โดยในช่วงปั้นจะบรรจงประดิษฐ์ลายด้วยวิธีต่าง ๆ เช่น การสลักลายด้วยไม้สลักตัดดินและตกแต่งด้วยมีดปลายแหลมให้ลายเด่นชัด และใช้แม่พิมพ์กดประทับ ส่วนขารองนิยมฉลุเป็นลายโปร่ง

ขั้นตอนที่วิจิตรบรรจงประดิษฐ์ลวดลายลงไปบนเครื่องปั้น ได้ทำให้เรารู้ถึงความเก่งและความคิดสร้างสรรค์ของคนในสมัยก่อนได้อย่างดี ถือเป็นภูมิปัญญาวิถีที่น่าภาคภูมิใจ

:: ภูมิปัญญาที่น่าค้นหายังคงมนต์เสน่ห์ ::

ท่ามกลางสิ่งจัดแสดงมากมายที่เรียงรายอวดโฉมอยู่ในพิพิธภัณฑ์

ผมสนใจ “เครื่องปั้นดินเผา” เป็นพิเศษ ทั้งหม้อน้ำลายวิจิตร โอ่ง อ่าง ครก ฯลฯ นอกจากเสน่ห์ด้านความสวยงาม คุณค่ายังปรากฏที่ความเก่าแก่และเรื่องราวที่มาที่ไปทำให้ข้าวของทุกชิ้นเปี่ยมมนต์ขลัง

โดยเฉพาะหม้อน้ำที่มีลวดลายแกะสลักอย่างประณีตหาชมได้ยาก ซึ่งเดิมเป็นของสะสมของ “อาจารย์พิศาล บุญผูก” ชาวไทยเชื้อสายมอญ ผู้เชี่ยวชาญด้านวัฒนธรรมมอญ กรุณามอบให้เป็นสมบัติแก่พิพิธภัณฑ์เพื่อเป็นสื่อการเรียนรู้แก่คนรุ่นหลัง
สำหรับผม…

พิพิธภัณฑ์จังหวัดนนทบุรีแห่งนี้ ย่อส่วนเรื่องราวอันยาวนานไว้ได้ค่อนข้างสมบูรณ์

ผมไม่แปลกใจเลยที่รู้ว่าทั้งชาวนนทบุรี ชาวไทย และชาวต่างชาติ ให้ความสนใจ

:: เมืองนนท์ ในมุมคนรุ่นใหม่ ::

ผม…ในวัยที่ยังจัดอยู่ในกลุ่มเยาวชน
ภาคภูมิใจและยินดียิ่งที่มีโอกาสได้บอกเล่าเรื่องราวของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้

เพราะที่นี่ไม่เพียงบรรจุเรื่องราวอดีตของบรรพบุรุษชุมชนที่ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ยุคกี่สมัยก็ยังจับต้องได้
ยังทำให้ผมรู้สึกเสียดายที่มีเวลาไม่มากพอจะออกไปท่องเที่ยวเมืองนนท์ให้ทั่วถึงกว่านี้ เพราะมีหลายสถานที่ในนิทรรศการที่ทำให้เชื่อว่าน่าจะตื่นเต้นหากได้เห็นของจริงที่ยังมีให้เห็นอยู่ในพื้นที่ชุมชน

แต่อย่างน้อยที่สุดความรู้ฉบับรวบรัดที่ได้จากการเที่ยวพิพิธภัณฑ์ก็ทำให้ผมผู้มาจากจังหวัดทางเหนือของประเทศไทยได้เปิดโลกความรู้เกี่ยวกับจังหวัดไกลบ้านที่น่าสนใจ

ใครจะไปคิดว่า…
การเที่ยวพิพิธภัณฑ์จังหวัดในเวลาอันจำกัดจะทำให้รู้จักจนเริ่มตกหลุมรักเมืองนี้ได้

โดย กลุ่มกำแชะ ผลงานจากค่ายสารคดี ครั้งที่ 15 “คนสวยโพธาราม คนงามบ้านโป่ง เมืองโอ่งมังกร วัดขนอนหนังใหญ่ ตื่นใจถ้ำงาม ตลาดน้ำดำเนินสะดวก เพลินค้างคาวร้อยล้าน ย่านยี่สกปลาดี” ตัวหนังสือที่สร้างขึ้นมีสนิมเกาะเกรอะกรัง ที่แกลเลอรีโรงงานเซรามิก
ผีสางเทวดา เกร็ดเรื่องราวความเชื่อผีสาง เทวดา ในวัฒนธรรมไทยแต่อดีต ในโลกสมัยใหม่ที่ชอบหยิบจับเอา “ทุนทางวัฒนธรรม” มาแปลงกายเป็นสินค้าหารายได้ ต้นทุนอย่างหนึ่งที่มักถูกขุดขึ้นมาใช้เสมอ คืองานช่างโบราณ หรือศิลปะประเพณี แต่สำหรับเมืองไทยก็มีข้อแม้พิเศษเพิ่มเติมอีกว่า ต้องไม่เกี่ยวข้องกับศาสนา เพราะจะ “เป็นเรื่องเป็นราว” กันใหญ่โต
เวลาไปวัดของคนมอญแถวพระประแดง, เกาะเกร็ด, ปทุมธานี หรือตามริมลำน้ำแม่กลอง แถบ อ. บ้านโป่ง โพธาราม จ.ราชบุรี หลายคนมักสังเกตเห็น เสาต้นหนึ่งปักอยู่ มองขึ้นไปบนยอดเสา จะเห็นรูปตัวหงส์ ตั้งเด่นเป็นสง่า ที่ในวัดมอญต้องมีเสาหงส์ก็เพราะคนมอญเชื่อว่า


ผู้ดูแล และลงข้อมูลประจำเวบไซต์ sarakadee.com








ใส่ความเห็น

อีเมล์ของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

โดย กลุ่มกำแชะ ผลงานจากค่ายสารคดี ครั้งที่ 15 “คนสวยโพธาราม คนงามบ้านโป่ง เมืองโอ่งมังกร วัดขนอนหนังใหญ่ ตื่นใจถ้ำงาม ตลาดน้ำดำเนินสะดวก เพลินค้างคาวร้อยล้าน ย่านยี่สกปลาดี” ตัวหนังสือที่สร้างขึ้นมีสนิมเกาะเกรอะกรัง ที่แกลเลอรีโรงงานเซรามิก
ผีสางเทวดา เกร็ดเรื่องราวความเชื่อผีสาง เทวดา ในวัฒนธรรมไทยแต่อดีต ในโลกสมัยใหม่ที่ชอบหยิบจับเอา “ทุนทางวัฒนธรรม” มาแปลงกายเป็นสินค้าหารายได้ ต้นทุนอย่างหนึ่งที่มักถูกขุดขึ้นมาใช้เสมอ คืองานช่างโบราณ หรือศิลปะประเพณี แต่สำหรับเมืองไทยก็มีข้อแม้พิเศษเพิ่มเติมอีกว่า ต้องไม่เกี่ยวข้องกับศาสนา เพราะจะ “เป็นเรื่องเป็นราว” กันใหญ่โต
เวลาไปวัดของคนมอญแถวพระประแดง, เกาะเกร็ด, ปทุมธานี หรือตามริมลำน้ำแม่กลอง แถบ อ. บ้านโป่ง โพธาราม จ.ราชบุรี หลายคนมักสังเกตเห็น เสาต้นหนึ่งปักอยู่ มองขึ้นไปบนยอดเสา จะเห็นรูปตัวหงส์ ตั้งเด่นเป็นสง่า ที่ในวัดมอญต้องมีเสาหงส์ก็เพราะคนมอญเชื่อว่า