" /> เรียนรู้วิถีชีวีสร้างสุขแบบอุ๊ยกื๋อสไตล์ - สารคดี.คอม [ Sarakadee Magazine ]

เรียนรู้วิถีชีวีสร้างสุขแบบอุ๊ยกื๋อสไตล์

มีนาคม 5, 2019 
0


เรื่องและภาพ ณฐมน รัตนสุภา
ผลงานจากนักเล่าเรื่อง “บางจากสร้างนักเขียนเยาวชน” ปี 7
เล่าเรื่องด้วยภาพ “ตามรอยศาสตร์พระราชา”
@แก่นมะกรูด อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี

“ความสุขที่แท้จริงคืออะไร?” หากใครสักคนลองเอ่ยคำถามประโยคนี้ สำหรับบางคนความสุขคือการมีทรัพย์สินเงินทอง มีความรัก มีอาชีพที่มั่นคง หรือประสบความสำเร็จในชีวิต คำตอบที่ได้คงมีมากมายแตกต่างกันออกไปตามไลฟ์สไตล์ของบุคคล แต่ความสุขสำหรับบุคคลที่เราได้ไปสนทนาในวันนี้คือการได้เรียนรู้ศาสตร์พระราชาและได้นำมาปฏิบัติจริงในชีวิต

“ไร่อุ๊ยกื๋อ” เป็นสถานที่ที่ทีมงานค่ายบางจากมอบหมายให้เราไปลงพื้นที่ปฏิบัติงานถ่ายภาพเล่าเรื่อง ที่นี่เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรทฤษฎีใหม่ พิกัดตั้งอยู่ที่ชุมชนกะเหรี่ยงแก่นมะกรูด บ้านใหม่คลองอังวะ อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี เจ้าของไร่แห่งนี้คือ คุณวันนบ ขอสุข ซึ่งเป็นบุคคลที่เรามีโอกาสได้ไปนั่งสนทนาเรื่องที่มาของการเกิดไร่อุ๊ยกื๋อ

จากสภาพพื้นที่เขาหัวโล้นที่แห้งแล้ง แปรเปลี่ยนเป็นเขาหัวจุกที่มีทรัพยากรธรรมชาติมากขึ้น เกิดจากการที่คุณวันนบศึกษาศาสตร์พระราชา และได้มีโอกาสไปเรียนรู้แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงของพระเจ้าอยู่หัว ร.9 ที่ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงสวนล้อมศรีรินทร์ จ.สระบุรี และนำมาลองปรับใช้กับพื้นที่เกษตรกรรมที่แก่นมะกรูดซึ่งผลลัพธ์ที่ได้ช่างน่าประทับใจ จากเมื่อก่อนที่เป็นเจ้าของไร่ข้าวโพดส่งออกขนาดใหญ่ มาวันนี้เขากลายเป็นผู้ให้ที่พร้อมจะแบ่งปันสิ่งดีๆ ให้กับคนที่อยากเรียนรู้แนวคิดดังกล่าวด้วยการสร้างไร่อุ๊ยกื๋อขึ้นมา

ไร่แห่งนี้มีการนำกระบวนการ “โคก หนอง นา” มาปรับใช้ แต่เดิมพื้นที่ทางเกษตรกรรมนี้มีน้ำใช้ไม่เพียงพอ ผลผลิตทางการเกษตรไม่ดี รายได้ของเกษตรกรจึงลดลง จึงนำกระบวนการดังกล่าวมาปรับใช้โดยการขุดที่ดินให้มีสภาพเป็นโคก มีหนองน้ำไว้กักเก็บน้ำ และมีนาที่ใช้แนวคิดการห่มดินเพื่อให้ผืนดินมีความอุดมสมบูรณ์

หากคุณเป็นผู้บริโภคก็มั่นใจในผลผลิตของไร่อุ๊ยกื๋อได้แน่นอน เพราะที่นี่ปลอดสารเคมี ใช้ปุ๋ยหมักทางชีวภาพ ให้ความสำคัญกับการกักเก็บและบริหารน้ำที่ถือว่าเป็นหัวใจสำคัญของการเกษตร ทั้งยังดูแลพืชที่ปลูกให้เติบโตตามธรรมชาติมากที่สุด
คุณวันนบกล่าวกับเราว่า “ตั้งแต่สร้างไร่อุ๊ยกื๋อขึ้นมา ชีวิตก็มีความสุขที่ได้รู้จักคำว่าพอเพียงอย่างลึกซึ้ง เพราะศาสตร์พระราชาไม่ได้เป็นเพียงแค่วาทกรรม ถ้าใครได้ลองนำมาปรับใช้กับชีวิตจะค้นพบความสุขที่แท้จริง” ความพอเพียงนั้นก็คือการดำเนินชีวิตที่ประกอบไปด้วย พออยู่ พอกิน พอใช้ และพอร่มเย็น หากเรานำแนวคิดนี้มาปรับใช้กับการดำเนินชีวิต เราจะได้เรียนรู้การพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน จนบางทีเราอาจจะถึงจุดอิ่มตัวกับการขวนขวายหาทรัพย์สินเงินทองในที่สุด
การเรียนรู้ไม่มีที่สิ้นสุดนั้นเป็นเรื่องจริง เพราะตราบใดที่เรายังมีชีวิตอยู่ เราก็จะสามารถเรียนรู้ได้เรื่อยๆ อยู่ที่ว่าจะหาโอกาสให้ตัวเองหรือไม่ คุณวันนบเองนั้นก็ไม่ได้บอกว่าตนประสบความสำเร็จอย่าง 100% ในการสร้างไร่อุ๊ยกื๋อขึ้นมา เพราะในอนาคตเขาอยากจะทำที่นี่ให้เป็น Farm School ซึ่งเป็นแหล่งเรียนรู้แบบเปิดที่ไม่ว่าใครก็สามารถมาเรียนรู้กระบวนการเกษตรกรรมแบบพอเพียงได้ตลอดเวลา

เราได้เจอแสงแดดที่ร้อนผ่าว ได้ฝ่ากองไมยราบที่ขีดข่วนแข้งขาจนเลือดไหลซิบ เหงื่อที่ไหลจนท่วมใบหน้าเป็นสิ่งที่เราได้เรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริง มันช่างมีคุณค่าและสร้างแรงบันดาลใจได้ไม่รู้จบ เปรียบเสมือนอาหารอันโอชะ อุดมไปด้วยโภชนาการที่สร้างประโยชน์ให้กับร่างกายสมกับชื่อไร่ที่เป็นภาษากะเหรี่ยง เพราะ “อุ๊ยกื๋อ” แปลว่า “อร่อย” และเราขอแนะนำให้คุณลองชิมอาหารจานนี้ดูสักครั้งที่นี่ ไร่อุ๊ยกื๋อ จังหวัดอุทัยธานี


สัมผัสวิถีเกษตรพอเพียง ณ ไร่อุ๊ยกื๋อ ชื่อนี้มีแต่ของอร่อย

คุณวันนบ ขอสุข เจ้าของไร่อุ๊ยกื๋อ ผู้มีอุดมการณ์อย่างแรงกล้าที่จะนำแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ในชีวิต

“คลองไส้ไก่” เป็นการขุดคลองระบายน้ำที่สร้างประโยชน์แก่เกษตรกร ดังนี้
1. ช่วยชะลอน้ำให้ค่อยๆ ไหล ป้องกันการเกิดน้ำท่วมในฤดูฝน
2. มีน้ำกักเก็บไว้อุปโภคในยามหน้าแล้ง ขาดแคลนน้ำ
3. ช่วยให้ระบบนิเวศสมดุล

การสาธิตขุดคลองไส้ไก่ ความลึกประมาณ 60-70 เซนติเมตร

คุณชัยพร โคตรสิมมา (ในภาพ) บอกกับเราว่าในหลวง ร.9 ทรงพระราชทานแนวพระราชดำริโครงการห่มดิน และทรงรับสั่งให้ “ห่มดิน อย่าเปลือยดิน” เพราะในแต่ละวันดินจะเสียความชุ่มชื้นวันละ 1 เซนติเมตร
วัตถุดิบที่ใช้ในการห่มดินจะเป็นฟาง เปลือกข้าวโพด หรือซากพืชอะไรก็ได้ที่แห้งและสามารถย่อยสลายได้ “การห่มดิน” เป็นกรรมวิธีง่ายๆ แต่ได้ผลประโยชน์คุ้มค่า เพราะจะช่วยรักษาสมดุลให้ดินมีความชุ่มชื้น น้ำจะระเหยช้ากว่าปกติ และซากพืชที่ใช้ห่มดินเมื่อย่อยสลายไปแล้วจะกลายเป็นอินทรียวัตถุที่ช่วยบำรุงและเติมสารอาหารกับผืนดิน

ได้ปลาดุกมาตัวใหญ่มาก เที่ยงนี้ไม่ต้องกินมังสวิรัติแล้ว

การหุงข้าวแบบเช็ดน้ำกับเตาถ่าน เห็นวิธีนี้ครั้งล่าสุดก็ตอนเข้าค่ายลูกเสือช่วง ม.ต้น

เขาว่ากันว่า “กินข้าวกับผักจิ้มน้ำพริกจะสวย” (ใครบอก)
มื้อเที่ยงนี้เราจึงลวกผักเอาไว้สำหรับทานคู่กับน้ำพริกกะปิ
พืชผักที่ไร่อุ๊ยกื๋อมักจะเป็นพืชอายุสั้น เติบโตง่ายตามธรรมชาติ ไร้สารพิษ และเป็นมิตรต่อร่างกาย

แกงเผ็ดปลาดุกกลิ่นหอมฉุย รสชาติเผ็ดร้อนสุดๆ



ผู้ดูแล และลงข้อมูลประจำเวบไซต์ sarakadee.com








ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.