เรื่อง : สุชาดา ลิมป์
ภาพ : อภินัยน์ ทรรศโนภาส, จิตรทิวัส พรประเสริฐ 

๑๘-๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๘ ถึงคราวชาวกรุงได้ระเริงราตรีอีกครั้ง

เมื่อผ้าแดงผืนยาวเต็มพรืดด้วยชื่อ-นามสกุลของประชาชนได้ห่มล้อมองค์พระเจดีย์บรมบรรพต ก็คล้ายสัญญาณจากวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ถนนจักรพรรดิพงษ์ แขวงบ้านบาตร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย ประกาศให้รู้ว่างานบุญใหญ่ประจำปีที่ชาวพุทธจะได้ร่วมสมโภชองค์พระบรมสารีริกธาตุและชื่นชมทัศนียภาพกรุงเทพฯ เวลากลางคืนจากบนภูเขาทอง…เริ่มต้นแล้ว

พร้อม ๆ กับที่พ่อค้าแม่ขายต่างเตรียมขนความสนุกสนานเบิกบานมานำเสนอนักท่องราตรี “งานวัดภูเขาทอง” ชนิดที่ไม่มีใครยอมให้สีสันพร่องก่อนครบกำหนด ๑๐ วัน ๑๐ คืน

งานวัดฉบับดั้งเดิมเท่าที่จะย้อนยุค ได้รับการประยุกต์ขึ้นใหม่อย่างครบรสให้ผู้มาเที่ยวได้อิ่มพุงไปกับอาหารคาว-หวานจากร้านรวงท้องถิ่นต่าง ๆ จับจ่ายซื้อสินค้าราคาย่อมเยา เล่นสนุกกับกิจกรรมฮาเฮอย่าง “ปาเป้า” ล่ารางวัล “ยิงปืนลม” อวดความแม่นยำ บางคนไม่สนของล่อตามากไปกว่าความสะใจ แค่ได้จ่ายเงินลั่นไกดูกอริลลาตีฉาบหรือหมีควายกระโดดโลดเต้นก็สนุกมากแล้ว เด็ดกว่านั้นคือจูงมือกันเข้า “บ้านผีสิง” วิ่งหนีความกลัว แล้วออกมาปล่อยใจเป็นคู่ลอยไปในอากาศบน “ชิงช้าสวรรค์” ส่วนเด็กน้อยแค่ได้ “นั่งรถไฟราง” ฉึกฉักเรื่อยเฉื่อย หรือเหวี่ยงวนอยู่บน “ช้าง-ม้าหมุน” อย่างในเทพนิยาย ความสนุกก็บุกยึดหัวใจไปเต็มดวงแล้ว กระนั้นสิ่งที่นักท่องเที่ยวงานวัดยกให้เป็นสุดยอด “ไทยสไตล์” โดยไม่ง้อให้องค์การยูเนสโกขึ้นทะเบียนไว้เป็นมรดกโลก ยังมีการละเล่นปาลูกบอลลุ้นดูเสื้อผ้าเปียกปอนยาม “สาวน้อยตกน้ำ” และตีตั๋วเข้าโรงมายากลชมของแปลก ยลโฉม “เมียงู” สุดเซ็กซี่

นี่เองที่ทำให้ไม่ทันขึ้นภูเขาทองทำบุญหน้าองค์พระก็หมดเงินให้แก่สวรรค์อันคึกคักระหว่างทาง

มากกว่าสีสันความสนุกสดใส เสน่ห์ของงานวัดภูเขาทองที่ทำให้คนทุกวัยมาประชุมแน่นขนัดทุกปี คือการได้รำลึกความหลังไปกับวัฒนธรรมวันวานที่สะท้อนภาพสังคมไทยเดิมเหมือนเดินอยู่ในงานวัดชนบทห่างไกลกรุงเทพฯ ซึ่งหาดูได้ยากแล้ว

ระหว่างเที่ยวงานบางคราวยังได้ฮึมฮัมอารมณ์ดีไปตามจังหวะเสียงดนตรีโบราณที่เปิดผ่านลำโพงของวัด ประชันเสียงเชียร์ขายของจากโทรโข่งตัวเก่งของพ่อค้าแม่ขายที่มาออกร้านรวง

มีบ้างที่ความทันสมัยถูกจับแทรกผ่านสิ่งเก่า ๆ อย่างการแต่งกายวับแวมของสาว ๆ นักแสดงโชว์ หรือลูกโป่งพลาสติกที่อวดลวดลายเลียนแบบการ์ตูนลิขสิทธิ์ ไม่เว้นแม้แต่รูปแบบขนม-เครื่องดื่มนานาชาติ

แต่ดูเหมือนทุกคนพร้อมจะมองผ่าน เมื่อสิ่งพัฒนายังไม่ถึงกับลดคุณค่าศิลปะงานวัดย้อนยุค

และอาจเป็นเพราะเราต่างรู้ว่าเป็นมุกตลกที่ใครบางคนจงใจผสมผสานพุทธศักราช ๒๕๕๘ เอาไว้เพื่อเสิร์ฟความสุขให้อิ่มใจทั้งคนรุ่นเก่าและคนรุ่นใหม่

หิวเมื่อไรก็แวะมา…งานวัดภูเขาทอง

หากขาดอาหาร พลังงานครื้นเครงของชาวบ้านคงถดถอย

สารพัดเมนูอย่างผัดหมี่ ขนมจีน ไก่ย่าง ไข่หมึก กุ้งเผา แมลงทอด ลูกชิ้น ไส้กรอก ขนมลา ขนมเบื้อง ไอติมหลอด ยันสายไหม น้ำตาลปั้น ฯลฯ จึงมีให้เห็นตลอดเส้นทางตั้งแต่ยังไม่เข้าเขตวัด

หม้อ กระทะ ใบโต ๆ แทบไม่ได้พักว่างห่างไฟหุงต้ม ระหว่างผู้ใหญ่ยืนออรอคิวซื้ออาหาร เด็กน้อยก็ไปป้วนเปี้ยนหน้าร้านขายขนม อิ่มหนำสำราญแล้วนั่นละจึงมีแรงเที่ยวเล่นต่อ

เว้นแต่คนไหนมีเงินไม่พอ ต้องยืนหงอยมองเพื่อนร่วมวัยพรากขนมชวนน้ำลายสอตรงหน้าไป

หลังชื่นมื่นกับสวรรค์บนดินชาตินี้ ผู้มาเที่ยวงานวัดเกือบทั้งหมดจะต่อบุญลุ้นเห็นสวรรค์ชาติหน้า

โดยขึ้นไปสักการะ-ขอพรจากพระบรมสารีริกธาตุที่อัญเชิญมาจากเมืองกบิลพัสดุ์ ประเทศอินเดีย ซึ่งประดิษฐานอยู่ในพระบรมบรรพตชั้นบนสุดของภูเขาทองที่สูงราว ๑๐๐ เมตร ซึ่ง ๑ ปีมีเพียงหนึ่งครั้งที่ทางวัดจะเปิดโอกาสพิเศษให้คลื่นมหาชนได้ขึ้นเยี่ยมชมเจดีย์ห่มผ้าแดงระยะประชิดจนเที่ยงคืน

กลิ่นดอกไม้ธูปเทียนคละเคล้าให้หอมแสบจมูกตลอดทางเวียนขึ้น-ลงบันไดโดยรอบ  บางคนแวะพักดูภาพเขียนจิตรกรรมฝาผนังในพระอุโบสถ ชื่นชมความงามของพระพุทธรูป บ้างขอพรจากพระสงฆ์ รับสายสิญจน์กลับไปบูชา และไม่ลืมหยอดเงินทำบุญใส่ตู้รับบริจาค

ตลอดระยะเวลา ๑๐ วัน ๑๐ คืนของปีนี้ หากใครยังเที่ยวไม่ครบ ปีหน้าควรมาอีก หรือเที่ยวครบแล้วแต่อารมณ์ยังไม่จบ ปีหน้าก็ควรมาอีก
บรรยากาศของงานวัดภูเขาทองอาจคล้ายกันในแต่ละปี แต่สาวน้อยตกน้ำและเมียงูสุดเซ็กซี่เปลี่ยนหน้าทุกปี

ไม่เชื่อต้องมาดู !