sustainable development ยั่งยืน - จากบรรณาธิการฉบับที่ 489

ไม่กี่ปีมานี้ทุกคนได้ยินคำว่า “ยั่งยืน” กันบ่อย ๆ แต่ความหมาย ของคำนี้แท้จริงเป็นอย่างไรแน่

ยิ่งน่าสับสนเมื่อคำว่า “ยั่งยืน” ถูกใช้ต่อท้ายกิจกรรมต่าง ๆ เสียแทบทุกอย่าง เช่น การบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน การทำเหมืองแร่อย่างยั่งยืน การลงทุนอย่างยั่งยืน การใช้พลังงานอย่างยั่งยืน ฯลฯ

คำถามคือเป็นความยั่งยืนของใคร ของอะไร และอย่างไร

คำเต็มของ “ยั่งยืน” มาจาก “การพัฒนาอย่างยั่งยืน” แปลจาก ภาษาอังกฤษ sustainable development ซึ่งประชาคมโลกนิยามขึ้น ครั้งแรกใน ค.ศ. ๑๙๔๗ ว่าคือ “แนวทางการพัฒนาที่ตอบสนองความต้องการของคนรุ่นปัจจุบัน โดยไม่ลิดรอนความสามารถในการตอบสนอง ความต้องการของคนรุ่นหลัง”

ความต้องการของมนุษย์อย่างหยาบ ๆ หรือตามปัจจัยพื้นฐาน ก็คือปัจจัย ๔ อาหาร-น้ำดื่มน้ำใช้ บ้านเรือนที่อยู่อาศัย เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค รวมถึงความต้องการอื่น ๆ ที่จับต้องไม่ได้ อย่างอากาศ บริสุทธิ์ ไม่มี PM 2.5

ทั้งหมดที่มนุษย์ต้องพึ่งพาล้วนมาจากธรรมชาติ ตั้งแต่ดิน หิน ทราย น้ำใต้ดิน แม่น้ำ ทะเล ป่า พืช แมลง สัตว์ ฯลฯ

แต่ถ้าใครค้นหาคำอธิบายเรื่องการพัฒนาอย่างยั่งยืน ส่วนใหญ่ก็จะบอกว่าต้องประกอบด้วยสามมิติ คือ เศรษฐกิจ สังคม และ สิ่งแวดล้อม ใช้แผนผังวงกลมสามวงขนาดเท่ากันที่ทับซ้อนกันตรงกลาง สื่อถึงการดูแลทั้งสามมิติอย่างสมดุลไปพร้อม ๆ กัน

ฟังดูดี ทว่าในความจริง ทุกองค์กรทั้งภาครัฐและภาคธุรกิจเอกชน ต่างต้องการตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจที่เพิ่มสูงขึ้นทุก ๆ ปี ไม่มีใคร อยากเห็นตัวเลขคงเดิมอยู่กับที่ ยิ่งไม่ต้องการเห็นตัวเลขติดลบ แน่นอนว่าสังคม และโดยเฉพาะสิ่งแวดล้อมหรือธรรมชาติ ซึ่งไม่มีปากเสียงที่สุดคือผู้ต้องเสียสละ (ถูกบังคับ) ให้กับการเติบโตทางมิติเศรษฐกิจ

ที่พูดว่าดูแลให้สมดุลสามด้าน จึงเป็นเพียงภาพลวงตาของการชดเชยสังคมด้วยกิจกรรม CSR ชดเชยการทำลายพื้นที่ธรรมชาติด้วย การปลูกต้นไม้ ซึ่งไม่อาจเทียบคุณค่าทางระบบนิเวศแทนกันได้

ความจริงความยั่งยืนแบบสมดุลสามมิติเป็นเพียงคำอธิบาย แบบหนึ่งเท่านั้น ในทางวิชาการยังมีความยั่งยืนแบบอื่น ซึ่งภาครัฐ และธุรกิจไม่ค่อยอยากพูดถึง คือความยั่งยืนบนฐานมิติสิ่งแวดล้อม ให้มิติเศรษฐกิจและสังคมสำคัญรองลงไป

ความยั่งยืนสองแบบนี้ต่างกันแทบจะคนละขั้ว และส่งผลให้ความ แข็งแรงของความยั่งยืนแตกต่างกันด้วย

ความยั่งยืนแบบสมดุลสามมิติจัดเป็นความยั่งยืนที่ค่อนไปทาง อ่อน (weak sustainability) เอามนุษย์เป็นตัวตั้ง มองธรรมชาติเป็นทุน หรือทรัพยากรที่มนุษย์ใช้ เพื่อมุ่งหวังการเติบโตทางเศรษฐกิจ

ความยั่งยืนบนฐานมิติสิ่งแวดล้อม จัดว่าค่อนไปทางแข็งแรง (strong sustainability) เอาธรรมชาติเป็นตัวตั้ง เห็นธรรมชาติมีคุณค่า ในตัวของมันเอง ไม่ใช่แค่ทุนของมนุษย์ การเติบโตทางเศรษฐกิจทำได้ ถ้าธรรมชาติไม่ตกอยู่ในอันตราย

นอกจากมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังมีอีกมิติที่ สำคัญของความยั่งยืนซึ่งไม่ค่อยพูดถึงเช่นกัน คือมิติวัฒนธรรม เช่น ความหลากหลายของวิถีชีวิตและวัฒนธรรมท้องถิ่น ความตระหนักถึงพลังของผู้บริโภค วัฒนธรรมประชาธิปไตยและการมีส่วนร่วมของ ประชาชนทุกกลุ่ม ฯลฯ

สารคดี ฉบับนี้พาผู้อ่านมาทบทวนขบวนการคนรากหญ้าที่มักถูกปฏิบัติจากภาครัฐและกลุ่มทุนผู้กุมอำนาจเศรษฐกิจว่าเป็น “ม๊อบชาว บ้าน” เป็นพวกขัดขวางการพัฒนาประเทศ แต่คำถามคือโครงการพัฒนานั้นเป็นแบบโด

การพัฒนาอย่างยั่งยืนที่เข้มแข็ง ยั่งยืนอย่างลวงตา หรือยั่งยืน อย่างฟอกเขียว ทำลายธรรมชาติและสังคม

ทุกปีจะมีรางวัลด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน มอบให้หน่วยงานและ องค์กรธุรกิจต่าง ๆ เป็นที่เชิดหน้าชูตาของกลุ่มทุนชั้นนำในสังคม ขณะที่ขบวนการคนรากหญ้าซึ่งต่อสู้มาอย่างยาวนานก่อนที่คนไทยจะได้ยิน คำว่า “ยั่งยืน” บางคนต้องสละชีวิต เพื่อปกป้องฐานทรัพยากร ธรรมชาติและวิถีวัฒนธรรมท้องถิ่น อันเป็นรากฐานที่แท้จริงของการ พัฒนาอย่างยั่งยืน ไม่เคยได้รับการเอ่ยถึง

เมื่อรัฐและกลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรมเอ่ยคำว่า “ยั่งยืน” จึงต้องตั้ง คำถามให้ดีว่าหมายถึงอะไร

สุวัฒน์ อัศวไชยชาญ
บรรณาธิการบริหารนิตยสาร สารคดี