เรื่องของพริก

 

ผมชอบกินพริกมาตั้งแต่เป็นเด็กแล้ว

 

กินข้าวหนึ่งคำเคี้ยวพริกขี้หนูครึ่งเม็ดทำเป็นประจำ

 

อาป๊าอาม้าไม่ชอบทานเผ็ด ยังสงสัยไม่หายว่าลูกจีนคนนี้ทำไมกินพริกเก่งจัง

 

 

ตอนเย็นสมัยเป็นนักเรียน กลับจากโรงเรียนด้วยความหิวโซ เข้าครัวคดข้าวสวยร้อน ๆ คลุกกับไข่เจียวราดพริกน้ำปลา ซดกับมาม่าต้มยำ เท่านี้ก็อิ่มท้องได้ทั้งคืน

 

บางวันพริกขี้หนูหมดครัว ใช้พริกป่นผสมน้ำปลาบีบมะนาวนิดก็อร่อยพอกัน

 

ตอนอายุสิบกว่าขวบ หน้าหนาวปีหนึ่งเพื่อนรุ่นพี่พาไปเดินป่าบนดอยทางเหนือ ก่อไฟหุงข้าวกินกันเอง จำได้ว่าเพื่อนบอกให้ผมเอาพริกขี้หนู พริกชี้ฟ้าและ กระเทียมโยนเข้ากองขี้เถ้า กะให้พอไหม้ แล้วเขี่ยออกมา แกะกระเทียม มาโขลกกับพริกใส่น้ำปลากับปลาแห้งลงไปหน่อย ทำน้ำพริกเป็นอันดับแรก

 

เป็นความรู้ของเด็กครั้งแรกว่า พริกหรือกระเทียมจะมีกลิ่นหอมต้องติดไหม้นิด ๆ บางทีก็เอาพริก กระเทียมมาเสียบไม้ปิ้งกลางป่า

 

อยู่กลางป่าช่วงนั้น ทุกมื้อต้องหุงข้าวกับตำน้ำพริกก่อนเป็นอย่างแรก เรียกว่าเป็นอาหารพื้นฐาน แล้วค่อยไปเดินหายอดผักมาจิ้มน้ำพริกกิน

โตขึ้นมาเป็นวัยรุ่นชอบออกค่ายไปสร้างโรงเรียนต่างจังหวัด นอกจากมีหน้าที่หุงข้าวเลี้ยงคนสามสี่สิบคนแล้ว ยังต้องทำน้ำพริก ซอยพริกขี้หนู โขลกกระเทียม  บางครั้งก็บีบมะนาว ตามด้วยน้ำตาลปี๊บ เลียนแบบน้ำจิ้มอาหารทะเล

 

ครั้งหนึ่งไปทำสารคดีเรื่องเต่าทะเลบนเกาะคราม เป็นเกาะของกองทัพเรือ ทั้งเกาะไม่มีคนพักอาศัย อาหารการกินหายากมาก ไปอยู่มาอาทิตย์เต็ม ๆ เสบียงที่เตรียมมาร่อยหรอลงเรื่อย ๆ  วันหลัง ๆ ต้องเดินไปต่อยหอยนางรมที่ขึ้นอยู่ตามโขดหินมาทำแซนวิช กินกับขนมปังที่ยังเหลืออยู่ แต่ไม่ลืมโปะพริกขี้หนูลงบนหอยนางรมตัวน้อยกินเป็นเครื่องเคียงด้วย

 

ล่าสุดไปล่องแม่น้ำสาละวิน แถวแม่ฮ่องสอน อยู่กับชาวกะเหรี่ยงเลยได้กินพริกกะเหรี่ยงตากแห้งจนเผ็ดซีดซาดกันหนำใจ

 

การกินพริก โดยเฉพาะพริกขี้หนูจึงเป็นเรื่องปรกติของผมและคนไทยจำนวนมาก

 

ผมสังเกตว่าคนไทยจำนวนมากชอบกินอาหารรสชาติติดไปทางเค็มหรือไม่ก็เผ็ด ดังนั้นพริกน้ำปลาจึงให้คุณสมบัตินี้ได้ครบถ้วน เรียกว่า ทูอินวัน ก็ว่าได้

 

หากให้มีรสชาติอมเปรี้ยวและติดหวาน ก็ใส่น้ำตาลปี๊บเพิ่มความอร่อย

ความเผ็ดร้อนช่วยให้ข้าวมีรสชาติและกินได้มากขึ้น แถมไม่เปลืองกับข้าวด้วย น้ำพริกจึงเป็นกับข้าวราคาถูก แต่อร่อยถึงใจ

 

ผมสังเกตตัวเองว่า นับวันยิ่งกินเผ็ดเก่งมากขึ้น ไม่รู้เพราะลิ้นรับรสเผ็ดมันชาด้านขึ้นหรือไม่ จนทุกวันนี้ต้องพยายามกินพริกให้น้อยลง กลัวไปกัดกระเพาะ แต่ข้อดีคือ พริกมีวิตามินซีมาก และสารเบตาแคโรทีนในพริกยังลดการเป็นโรคมะเร็งด้วย

 

แต่บางครั้งก็ลืมตัว กินข้าวเคี้ยวพริกขี้หนูตามไปด้วย โดยเฉพาะเวลากินข้าวขาหมูของโปรด ช่วยแก้เลี่ยนดีแท้

 

กินพริกขี้หนูทุกวัน หลงดีใจว่าพริกขี้หนูบ้านเราเผ็ดร้อนที่สุดในโลกตามความคิดแบบชาตินิยม จนไม่กี่ปีมานี้ เดินทางไกลไปถึงนาคาแลนด์ ในประเทศอินเดีย  อาหารของชาวนาคาส่วนใหญ่มีแต่ข้าวและเนื้อสัตว์ หาผักยากเต็มทน ยกเว้นพริกสีส้ม สีแดง แต่เพื่อนนาคาถามด้วยความเป็นห่วงว่า จะกินได้หรือ

 

ผมยิ้มด้วยความมั่นใจในฝีมือการกินพริกขี้หนูของตัวเอง พอตักข้าวใส่ปาก เอาพริกใส่ไปด้วยความเคยชิน  เคี้ยวพริกไปได้สองคำ จึงรู้ว่าความเผ็ดร้อนแรงที่สุดในชีวิตเป็นอย่างไร ดื่มน้ำตามเข้าไปหลายอึก ก็ไม่ช่วยอะไร พริกนาคาเผ็ดร้อนลึกและเผ็ดคาอยู่ในปากนานมาก ราวกับความเผ็ดร้อนซึมซาบอยู่ทุกอณูของลิ้น

 

มารู้ภายหลังว่าเป็นพริกบุต โจโลเกีย พริกเผ็ดที่สุดในโลก ชาวบ้านเรียกว่าพริกผี

 

ความคิดแบบชาตินิยมทำให้น้ำมูกน้ำตาไหลได้จริง ๆในวันนั้น

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.