ทำมาหากินบนอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์

 

ดอยอินทนนท์เป็นอุทยานแห่งชาติอันดับต้น ๆของนักท่องเที่ยวไทยมานานแล้ว

เป็นสวรรค์สำหรับนักดูนก และนักท่องเที่ยวผู้ชื่นชอบธรรมชาติ

ยิ่งฤดูหนาวอันเย็นยะเยือกตอนนี้ ดูเหมือนใคร ๆ ก็มุ่งหน้าสู่ยอดดอยอินทนนท์ เพื่อสัมผัสความหนาวใกล้ศูนย์องศาเซลเซียส เผื่อจะได้เห็นน้ำค้างตามผิวดินที่หนาวจนกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งเกาะตามใบไม้ใบหญ้าที่คนอีสานเรียกว่า แม่คะนิ้ง และคนทางเหนือเรียกว่า เหมยขาบ

ปลายปีที่ผ่านมา ผมเป็นหนึ่งในบรรดานักท่องเที่ยวนับพันคนขับรถแห่กันขึ้นมาดู แม่คะนิ้ง

รถติดบนยอดดอยกันตั้งแต่อรุณรุ่งยังไม่มาเยือน

พอไปถึงผมกับพรรคพวกก็หลบความวุ่นวายเข้าไปเดินดูนกในอ่างกาหลวง สักพักหนึ่งก็เดินออกมาที่ร้านค้าหากาแฟกิน สังเกตมีคนแห่เข้ามาอุดหนุนไม่ขาดสาย และยังมีบะหมี่สำเร็จรูปหรือซาลาเปาร้อน ๆ คอยบริการนักท่องเที่ยวในราคาที่แพงตามระยะทาง

เราคุยกันว่าใครที่ประมูลร้านค้าบนยอดดอยนี้ได้ คงสามารถทำกำไรมหาศาล ไม่มีคู่แข่ง ผูกขาดกันอยู่รายสองรายเท่านั้น

อันที่จริงร้านค้าในอุทยานชื่อดังทั่วประเทศมีนักท่องเที่ยวมากมาย  ส่วนใหญ่ผู้ประมูลได้ตลอดไปมักจะเป็นลูกเมีย ญาติพี่น้องของเจ้าหน้าที่อุทยาน หากไม่ใช่หัวหน้าก็เป็นผู้ช่วยหัวหน้าอุทยาน

เงินทองและผลกำไรในแต่ละปีจึงหมุนเวียนอยู่ในกระเป๋าตังค์ของเจ้าหน้าที่อุทยานเพียงไม่กี่คน

ดังนั้นจึงไม่แปลกใจที่พอมีข่าวว่า จะมีการเปิดประมูลอุทยานแห่งชาติให้นักธุรกิจจากข้างนอกเข้ามาทำโรงแรม ที่พักหรือร้านอาหาร บรรดาหัวหน้าอุทยานทั่วประเทศจึงประสานเสียงคัดค้านกันอย่างแข็งแรง ภายใต้เหตุผลอันสวยหรูว่า เพื่อปกป้องอุทยานจากนายทุนที่จะเข้ามากอบโกย

………..

ขณะกำลังส่องดูนกพญาไฟที่บินมาเกาะกิ่งไม้ต้นหนึ่ง  ก็ได้ยินเสียงร้องกรี๊ดดังลั่นกลางป่าของวัยรุ่นหลายคน ทำให้นักท่องเที่ยวหลายคน ตกใจว่าเกิดเหตุอะไร  ต่อมาจึงรู้ว่าเป็นเสียงพิธีกรวัยรุ่นของรายการโทรทัศน์ชื่อดัง ที่ใช้พิธีกรอาโนเนะคิกขุหลายคนส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าว หัวเราะกันคิกคักตามสคริป์ของผู้กำกับรายการ

ครั้งนี้ทีมงานต้องการใช้ยอดดอยเป็นฉากหลัง จึงจ่ายเงินเสียค่าธรรมเนียมให้กับทางอุทยาน ก็สามารถยกโขยงกันมาถ่ายทำรายการนอกสถานที่ได้บนยอดดอยที่สูงที่สุดในประเทศโดยไม่สนใจว่าการส่งเสียงดังลั่นผ่านไมโครโฟนขนาดนี้จะรบกวนนักท่องเที่ยวคนอื่นที่อุตส่าห์หนีความอึกทึกในเมืองเพื่อมาสัมผัสธรรมชาติอย่างเงียบ ๆ

เพื่อนคนหนึ่งเดินเฉียดเข้าไปใกล้ เพื่อจะไปห้องน้ำ กลับถูกทีมงานคนหนึ่งทำท่าไล่ออกมา ด้วยเกรงว่าเพื่อนผมจะไปรบกวนการถ่ายทำรายการ

เหมือนกับที่บางครั้งเราเดินอยู่ตามถนน จะถูกพวกทีมงานเหล่านี้ที่กำลังถ่ายโฆษณาหรือถ่ายละครโบกมือไล่ไม่ให้เข้ามา ทั้ง ๆ ที่คนเหล่านี้ไม่มีสิทธิใด ๆ ทั้งสิ้น
 
บนยอดดอยเช้านั้น เพื่อนคนหนึ่งตะโกนลอย ๆขึ้นมาว่า หัดเคารพสิทธิของคนอื่นเสียบ้าง ที่ต้องการมาหาความสงบบนนี้

…………………….

คณะของเราเดินสำรวจป่าอยู่กันทั้งวัน พออาทิตย์ลับขอบฟ้า ฟ้าสลัวอย่างรวดเร็ว จึงกลับลงมาที่พักบริเวณที่ทำการอุทยานฯ กะว่าคืนนี้จะดูฝนดาวตก แต่พอยิ่งเข้าใกล้ที่ทำการอุทยานมีแสงสว่างตัดกับความมืดมิด พอพ้นโค้งสุดท้ายจึงเห็นแสงสว่างเป็นชั้น ๆ ขึ้นไปตามเนินเขาหลายลูก ดูคล้ายศูนย์การค้าเปิดไฟสว่างกลางป่า ใกล้เข้าไปอีกนิดจึงรู้ว่าเป็นแปลงดอกไม้เมืองหนาวของชาวเขาคลุมหลังคาพลาสติกขาวปลูกกันทั่วดอย

สมัยก่อนชาวเขาแถวนี้ปลูกฝิ่นเป็นอาชีพ จนเมื่อสามสิบก่อนโครงการหลวงได้เข้ามาแนะนำให้เปลี่ยนอาชีพจากการปลูกฝิ่นเป็นทำการเกษตรปลูกพืชผักและดอกไม้เมืองหนาว

เราลงจากรถเดินไปที่แปลงดอกไม้ จึงรู้ว่าเป็นดอกเบญจมาศ  สอบถามชาวม้งคนหนึ่งที่กำลังเฝ้าแปลงว่าทำไมต้องเปิดไฟตอนกลางคืนด้วย แสงสว่างจากหลอดไฟช่วยเร่งให้ดอกไม้โตเร็วขึ้น จะได้รีบตัดมาขาย กำลังได้ราคาดี

เมื่อหลายปีก่อนพื้นที่ปลูกดอกไม้ยังไม่มากเท่าตอนนี้ แต่ปัจจุบันดูเหมือนชาวเขาจะขยายพื้นที่บนดอยออกไปเรื่อย ๆ  หากใครมาพักในอุทยานคงนึกแปลกใจว่า กลางอุทยานแห่งชาติที่เป็นป่าต้นน้ำสำคัญของประเทศ สามารถทำแบบนี้ได้ด้วยหรือ

ไม่มีใครรู้ว่าแสงสว่างกลางป่า จะมีผลต่อสัตว์ที่หากินกลางคืนในป่าผืนนี้หรือไม่

เช่นเดียวกับที่ไม่มีใครรู้ว่า โครงการหลวงที่ริเริ่มเพาะพันธุ์ สิ่งมีชีวิตต่างถิ่น หรือ Alien Species ที่ชอบอากาศหนาวเย็น เพื่อส่งเสริมให้เป็นสัตว์เศรษฐกิจ อาทิ ปลาเทราท์ ปลาสเตอร์เจียน กุ้งบางพันธุ์  ฯลฯ จะมีผลต่อระบบนิเวศหรือไม่

แน่นอนว่าคนไทยอาจจะได้กินปลาเทราท์ย่างซี่อิ๊ว หรือไข่ปลาคาร์เวียร์ในราคาถูกกว่าสั่งซื้อจากเมืองนอก แต่ไม่มีใครรู้ว่าหากปลาพวกนี้หลุดไปอยู่ในแม่น้ำแล้ว จะเกิดอะไรขึ้นกับสิ่งมีชีวิตอื่น ๆในแหล่งน้ำ จึงควรที่จะมีการศึกษาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้รอบคอบเสียก่อนดีไหม

……………………………..

ระบบนิเวศเป็นเรื่องไกลตัวคน เห็นผลกระทบช้า เข้าใจยาก น่าเบื่อหน่าย  แตกต่างจากระบบเศรษฐกิจเป็นเรื่องเงินทอง ปากท้องของผู้คน ใกล้ตัว เข้าใจง่าย  เห็นผลทันตา

ในสังคมนี้ คนที่ห่วงใยปากท้องของผู้คน จึงมักได้รับการสรรเสริญ ส่วนใครห่วงใยต้นไม้ สัตว์ป่าและระบบนิเวศมักถูกตำหนิว่าเป็นพวกขวางโลก ขัดขวางการพัฒนา

จะรักษาดุลยภาพของทั้งสองสิ่งนี้ได้อย่างไร

Comments

  1. VARANONT

    เสียดายธรรมชาติและความสุขสงบแบบเดิมๆครับ

    ตอนผมเป็นเด็ก เคยสงสัยเวลาคุณพ่อคุณแม่พูดว่าอยากให้กรุงเทพกลับไปเป็นเหมือนสมัยทีท่านยังเด็ก

    พี่จอบยังจำถนนสาทรเหนือ-ใต้หน้าโรงเรียนเล็กได้มั้ยครับ คลองใส ต้นไม้เพียบ

    ตอนนี้ผมเข้าใจแล้วครับว่าทำไมท่านต้องการให้เป็นแบบนั้น

    ป๋อง

  2. Post
    Author
    one ton

    ถนนสาทรเคยเป็นถนนสวยที่สุดในกทม. มีต้นก้ามปูใหญ่อยู่ริมคลองตรงกลางถนน เป็นต้นไม้รุ่นเดียวกับถนนวิทยุในปัจจุบัน เสียดายข้าราชการสมัยก่อนไม่สนใจธรรมชาติ อยากตัดถนนระบายรถอย่างเดียว หากเป็นปัจจุบัน คงโดนคัดค้านกันน่าดู
    จอบ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.