การกลับมาของช้างแคระ

pygmy_elephant_21

 

นิตยสาร Time ฉบับวันสงกรานต์เลือด 13 เมษายนที่ผ่านมา ได้รายงานถึงสัตว์ทั่วโลก 10 ชนิดที่อยู่ในภาวะน่าเป็นห่วงยิ่ง จวนเจียนจะสูญพันธุ์เต็มที่แล้ว

ที่น่าสนใจคือ สัตว์โชคร้ายทั้ง 10 ชนิดที่ใกล้จะลาลับจากดาวเคราะห์สีน้ำเงินนั้น มีภูมิลำเนาอยู่ในกลุ่มอาเซียน หรือเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ถึง 6 ชนิด  ได้แก่

แรดชวา อาศัยอยู่ในอินโดนีเซียและเวียดนาม คาดว่าเหลือน้อยกว่า 60 ตัว และถือเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่หายากที่สุดในโลก  มันถูกล่าเอานอ และป่าดงดิบบ้านของมันถูกรุกรานกลายเป็นพื้นที่เกษตรมากขึ้นเรื่อย ๆ  คาดว่าอีกไม่นานสัตว์ชนิดนี้คงจากโลกอย่างแน่นอน

ค่างหัวสีทอง อาศัยอยู่ในเวียดนามเท่านั้น ปัจจุบันมีเหลือน้อยกว่า 70 ตัว

ปลาบึก  อาศัยอยู่ในแม่น้ำโขง มีเหลือไม่กี่ร้อยตัว เป็นปลาน้ำจืดขนาดใหญ่ที่สุดในโลกชนิดหนึ่ง เคยจับได้น้ำหนัก 293 กิโลกรัม  การสร้างเขื่อนในแม่น้ำโขงและการล่าเพื่อเป็นอาหารคือภัยคุกคามสำคัญ

เสือสุมาตรา เหลือน้อยกว่า 600 ตัว มันอาศัยอยู่เฉพาะในเกาะสุมาตรามานับล้านปีแล้ว  เมื่อมนุษย์เพิ่มมากขึ้น มันจึงลดจำนวนลงอย่างรวดเร็ว

หมียักษ์แพนด้า อาศัยอยู่ในจีน  พม่าและเวียดนามด้วย เป็นสัตว์แสนน่ารัก ใคร ๆเห็นก็หลง  แต่ก็หาได้ทำให้หมีแพนด้ารอดพ้นจากภัยคุกคามไม่ เหลืออยู่ไม่ถึง 2,000 ตัว

ช้างแคระ อาจจะเป็นสัตว์ที่คนไทยสนใจมากที่สุด อาศัยอยู่ในรัฐซาบาห์ทางเหนือของเกาะบอร์เนียว มีเหลือประมาณ 1,000 ตัว  เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์จากพื้นที่ป่าที่ถูกบุกรุกมากขึ้นเรื่อย ๆ ในช่วง 50 ปีที่ผ่านมา 40 % ของผืนป่าแถบนี้ถูกทำลายจากการตัดไม้ และการปรับพื้นที่ให้เป็นสวนปาล์ม สวนยางพาราและการตั้งถิ่นฐานของชาวบ้าน พื้นที่ที่ช้างแคระอาศัยหากินเป็นที่เดียวกับที่ที่มีการตัดไม้มากที่สุดในซาบาห์

ตามความเข้าใจของคนเราทั่วไป ช้างในโลกปัจจุบันนี้จะมีเพียงสองชนิด คือช้างแอฟริกา และช้างเอเชีย  ส่วนช้างแคระนั้นเรายังสงสัยมาตลอดว่ามีจริงหรือเป็นแค่ตำนาน แต่การค้นพบช้างแคระในป่าบอร์เนียว ได้ทำให้นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า ช้างแคระน่าจะเป็นสายพันธุ์ย่อยของช้างเอเชีย แต่ยังต้องมีการศึกษาต่อไป  ช้างแคระเหล่านี้มีขนาดสูงไม่เกิน 2 เมตรครึ่ง ขณะที่ช้างเอเชียทั่วไปจะสูงประมาณ 3 เมตร ลำตัวอ้วนกลมกว่า เชื่องกว่าช้างชนิดอื่น และในโลกนี้พบบนเกาะบอร์เนียวเท่านั้น

มีหลักฐานกล่าวว่า สมัยก่อนช้างแคระเคยอาศัยอยู่บนเกาะชวา และในศตวรรษที่ 18 สุลต่านบนเกาะชวาได้ส่งช้างจำนวนหนึ่งมอบเป็นของขวัญบรรณาการให้กับสุลต่านบนเกาะซูลูของฟิลิปปินส์ และสุลต่านได้นำมาปล่อยบนเกาะบอร์เนียว จนออกลูกออกหลานแพร่พันธุ์บนเกาะแห่งนี้ เพียงที่เดียวในโลก เป็นจำนวนนับพันตัวภายในเวลาไม่ถึง 300 ปี แต่ปัจจุบันเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์จากปัญหาการบุกรุกพื้นที่ป่า

ไม่มีหลักฐานที่บอกว่าก่อนหน้านี้ช้างแคระมาอาศัยอยู่บนเกาะชวาได้อย่างไร แต่ที่แน่ ๆ คือปัจจุบันมันสูญพันธุ์ไปหมดสิ้นแล้วบนเกาะชวา เช่นเดียวกับที่มีหลักฐานว่าเคยมีคนพบช้างแคระทางภาคใต้ของเมืองไทย เมื่อ 60 ปีก่อน

คนไทยเรียกช้างแคระชนิดนี้ว่า ช้างแกลบหรือช้างค่อม มีผู้พบครั้งสุดท้ายประมาณพ.ศ. 2490  บริเวณทางเหนือของทะเลสาบสงขลา

นายแพทย์บุญส่ง เลขะกุล นักอนุรักษ์ธรรมชาติชื่อดังผู้ล่วงลับไปแล้ว ได้กล่าวถึงเรื่องช้างแคระในหนังสือพิมพ์ พิมพ์ไทยประจำวันที่ 5 มิ.ย. พ.ศ.2506 ว่าเมื่อสิบปีก่อน ท่านเคยพบช้างแคระหรือช้างค่อมถึงสองครั้ง บริเวณทิศเหนือของทะเลสาบสงขลา โดยครั้งแรกพบ 7 เชือก ครั้งหลังพบ 4 เชือก ขณะที่ยืนกินหญ้าอยู่ตามหนองน้ำเห็นได้ชัดว่ารูปร่างสูงใหญ่เหมือนควายตาม บ้าน มีนิสัยไม่ดุร้ายเหมือนช้างป่า พอถึงปี พ.ศ.2506 ได้ออกไปสำรวจอีกครั้ง แต่ไม่พบช้างประเภทนี้  และสืบสวนได้ความว่าเพราะส่วนหนึ่งชาวบ้านไล่ล่ามากินแทนเนื้อหมู

สาเหตุการสูญพันธุ์ของช้างแกลบ คงไม่ต่างจากปัญหาช้างถูกคุกคามที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานในปัจจุบัน กล่าวคือช้างแกลบที่เคยอาศัยอยู่ตรงพื้นที่ป่าบริเวณนั้นเป็นป่าพรุเก่า ได้ถูกชาวบ้านบุกรุกเปลี่ยนเป็นท้องนา เมื่อช้างแกลบมากินข้าวในท้องนา ก็ถูกชาวบ้านลอบทำร้าย วิธีการขับไล่ ก็คือการขุดหลุมลึก2-3เมตรแล้วใช้โคมไฟไล่ให้ช้างตกไปในหลุม ล่าเอาเนื้อมากิน จนกระทั่งช้างแกลบหรือช้างแคระได้สูญพันธุ์ไปจากเมืองไทย

ขณะที่ป่าแก่งกระจานอันเป็นบ้านของช้างมาก่อน ก็ถูกชาวบ้านบุกรุกเปลี่ยนพื้นที่ป่าเป็นไร่สับปะรด เมื่อช้างลงมากินสับปะรด ก็ถูกชาวบ้านรุมทำร้าย

คนไทยผูกพันธุ์และรักช้างมานานแล้ว การได้ทราบข่าวว่า ช้างแคระที่เคยมีในเมืองไทย ยังไม่สูญพันธุ์ไปจากโลกนี้ และอยู่ในประเทศเพื่อนบ้านนี้เอง  แม้จะมีภาวะถูกคุกคาม น่าจะเป็นเรื่องน่ายินดีสำหรับคนไทยทั่วไป ในบรรยากาศทางการเมืองอันเคร่งเครียด แบ่งฝักแบ่งฝ่าย

หากต่างฝ่ายยังไม่ยอมลดราวาศอก ยึดมั่นถือมั่นในอุดมการณ์ตัวเองว่าคือความถูกต้องฝ่ายเดียว ใครคิดต่างเลวหมด  ไม่ยอมเปิดใจให้กว้าง รับฟังความเห็นที่แตกต่าง หันหน้าพูดคุยกัน  แต่หนักไปทางใช้ความรุนแรง ก่อการจลาจล มีแนวโน้มจะฆ่ากันเองมากขึ้น

อีกไม่นานเผ่าพันธุ์ คนไทยอาจจะถูกประกาศว่าอยู่ในบัญชีรายชื่อสิ่งมีชีวิตที่ใกล้สูญพันธุ์

Comments

  1. คนคู่

    สำหรับเมืองไทยคงไม่มีการกลับมาของช้างแคระแล้วสินะ แต่ดูเหมือนว่ากำลังมีสัญญานคุกคามของพวกซ้ายจัดกับขวาจัด

  2. สิริพร ศรีสว่าง

    เมื่อพูดถึงการสูญพันธุ์ของช้างค่อมคุณคิดมั้ยว่าคิวต่อไปก็คือช้างเอเชียในบ้านเรา แล้วเคยถามตัวเองไหมว่าทุกวันนี้ช้างที่เร่ร่อนอยู่ในเมืองกับช้างป่าอย่างไหมมีมากกว่ากัน ฉันอยากให้คนไทยเรารักช้างอย่างจริงจังและจริงใจกันมากกว่านี้ เมื่อเดือนที่แล้วฉันพบเห็นกว่าทารุณลูกช้างที่หน้าตลาดรังสิตโดยลูกช้างที่ฉันพบคาดว่าอายุไม่น่าจะเกินสองปีถูกควาญวัยรุ่นในขอสับที่กระพองจนเลือดไหลโทรมเพราะลูกช้างไม่ยอมเดิน ลูกช้างส่งเสียงร้องโหยหวน ยืนฉี่ราด ฉันเข้าไปห้ามแต่ควาญช้างบอกไม่ให้ยุ่งนี้มันช้างของเข้า ฉันจึงตัดสินใจวิ่งข้ามถนนไปบอกให้ตำรวจจราจรที่โบกรถอยู่แนวนั้นเข้าไปห้ามเพราะคิดว่าอย่างน้อยควาญช้างต้องเกรงใจตำรวจบ้าง แต่คุณรู้มั้ยว่าตำรวจนายนั้นพูดกับฉันว่ายังไง เขาบอกก็ช่างหัวมันปะไรช้างของมันมันจะทำอะไรก็เรื่องของมันแล้วคุณไปยุ่งอะไรกับเรื่องของชาวบ้านว่างงนักหรือไง แต่โชคก็ยังเข้าข้างฉันที่มีนายทหารคนหนึ่งที่เข้ามาช่วยจัดการกับเจ้าควาญช้างใจทรามคนนั้น

  3. KOMOL CHAMNARNKIT

    แบ่งที่ดินผืนนี้ ให้เจ้าของพื้นที่เดิม ได้มีโอกาสมีชีวิตอยู่ เพียงเพื่อที่จะ”ไม่สูญพันธุ์”ไม่ได้คาดหวังไปมากกว่านั้นขอร้องได้มั๊ย”สัตว์”ประเสริฐทั้งหลายหยุดคุกคามพวกเขาซะที เกินจะทนแล้วจริงๆ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.