หมีขั้วโลกกับสวนสัตว์เชียงใหม่ การจองจำที่กำลังจะเริ่มต้น

หากมีการประกวดสัตว์โลกผู้น่ารักที่คนเราชอบมากสุด  หมีแพนด้าและหมีขั้วโลก คงจะต้องติดอันดับต้น ๆขวัญใจคนทั้งโลกอย่างแน่นอน  จากความน่ารัก น่าฟัด น่ากอดของสัตว์เหล่านี้

สวนสัตว์ในโลกนี้ จึงพยายามมองหาสัตว์โลกผู้น่ารักเหล่านี้ เพื่อเป็นแม่เหล็กในการดึงดูดผู้มาเที่ยวชม และเป็นจุดขายเพิ่มรายได้  ไม่เว้นแม้แต่ประเทศไทย เมื่อปี พ.ศ. 2546  ทางการประเทศจีนได้อนุญาตให้ยืมหมีแพนด้าคู่หนึ่งมาจัดแสดงที่สวนสัตว์เชียงใหม่ ภายใต้โครงการทดลองศึกษาวิจัยชีวิตหมีแพนด้า  นับเป็นประเทศที่ห้าของโลก ต่อจากสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น เม็กซิโก เยอรมนี และไทย  หมีแพนด้า ตัวผู้มีนามว่า ช่วง ช่วง  ตัวเมียมีนามว่า หลินฮุย  ทั้งคู่สร้างรายได้อย่างงดงามให้กับสวนสัตว์แห่งนี้ และเวลาผ่านไปทั้งคู่ก็ได้ทำการผสมเทียมและคลอดลูกหมีแพนด้าออกมา เป็นที่รู้จักกันทั่วประเทศไทยว่า หลินปิง

ช่วงเวลาที่หลินปิงลืมตาออกมาดูโลกนั้น  ช่วยทำให้คนไทยจำนวนมากลดความเครียดลงจากสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมือง หลินปิงจึงกลายเป็นขวัญใจของผู้คนในเวลาอันรวดเร็ว มีการถ่ายทอดชีวิตของหลินปิงออกอากาศแบบเรียลไทม์ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง  คิวการเข้าชมหลินปิงยาวเหยียดทุกวัน

เพื่อนผู้เขียนหลายคนบอกว่า เป็นแฟนคลับหลินปิง และพอกลับบ้านก็ต้องเปิดดูหน้าตาหลินปิงทางเคเบิ้ลทีวี ดูแล้วสบายใจคลายเครียด

แต่คงไม่มีใครเดาออกว่าหลินปิง กับพ่อแม่ของเค้าจะเครียดจากการถูกกักขังตลอดชีวิตหรือไม่

ช่วงเวลานั้นเองรายได้ของสวนสัตว์ดุสิตที่ลดฮวบฮาบ ขาดทุนอย่างหนักจากสถานที่ตั้งเป็นจุดยุทธศาสตร์ของการชุมนุมทางการเมือง ทำให้ไม่ค่อยมีคนกล้ามาเที่ยวเขาดิน แต่ ก็ได้หลินปิงจากสวนสัตว์เชียงใหม่เป็นอัศวินม้าขาวมาช่วยชีวิต สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ ลูกหมีตัวน้อย ๆ ตัวเดียวภายใต้ชื่อโครงการวิจัยชีวิตหมีแพนด้า สามารถทำรายได้ถึงปีละ 200 กว่าล้านบาท

หมีแพนด้าเป็นตัวอย่างของเสน่ห์ของสัตว์โลกผู้น่ารัก เป็นจุดขายที่สร้างความแตกต่างได้ชัดเจน  สามารถเปลี่ยนเป็นรายได้อย่างงดงาม ภายใต้ชื่อที่ดูสวยหรูว่าโครงการวิจัย  ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจว่า เมื่อกลางปีที่แล้ว ขณะที่ประเทศกำลังเพิ่งผ่านความบอบช้ำจากความรุนแรงทางการเมือง มีข่าวเล็กมากทางหน้าหนังสือพิมพ์ไม่กี่ฉบับว่า

สวนสัตว์เชียงใหม่ได้วางศิลาฤกษ์โครงการก่อสร้างอาคารจัดแสดงพันธุ์สัตว์ขั้วโลก มูลค่า 71 ล้านบาท เตรียมนำหมีขั้วโลกและเพนกวินคิง มาจัดแสดงเพื่อ สร้างเป็นจุดขายใหม่ กำหนดเสร็จพร้อมเปิดในปี 2556    โดยเบื้องต้นมีแผนจะติดต่อเจรจากับทางสวนสัตว์โตรอนโต ประเทศแคนาดา และสวนสัตว์ในรัสเซีย ถึงความเป็นไปได้ในการแลกเปลี่ยนสัตว์ระหว่างกัน  โดยรูปแบบการจัดการแสดงพันธุ์สัตว์ขั้วโลก จะ เหมือนกับโครงการวิจัยและจัดแสดงหมีแพนด้าในประเทศไทย

สำหรับโครงการก่อสร้างอาคารจัดแสดงพันธุ์สัตว์ขั้วโลก (Polar World Chiang Mai Zoo) มูลค่า 71 ล้านบาท ของสวนสัตว์เชียงใหม่นั้นมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์และภูมิอากาศของขั้วโลก รวมทั้งระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อมของขั้วโลก และเป็นแหล่งศึกษาวิจัยอนุรักษ์พันธุ์หมีขั้วโลกและนกเพนกวิน   โดยมีพื้นที่ประมาณ 2,909 ตารางเมตร แบ่งเป็นพื้นที่เลี้ยงและจัดแสดงหมี  ร้านจำหน่ายของที่ระลึก ห้องคอกกัก ห้องปฏิบัติการ ห้องเตรียมอาหาร และอาคารระบบยังชีพ โดยในส่วนที่เป็นพื้นที่จัดแสดง และที่อยู่ของสัตว์ขั้วโลกจะเป็นพื้นที่ปรับอากาศและจำลองบรรยากาศให้เหมือนขั้วโลกจริง

ล่าสุดมีข่าวว่าการก่อสร้างอาคารดำเนินไปได้ประมาณ 30 เปอร์เซนต์แล้ว โดยที่ยังไม่มีใครได้ทันทักท้วงตั้งคำถามว่า การที่สวนสัตว์เชียงใหม่จะนำเอาหมีขั้วโลก ที่มีชีวิตอยู่ตามธรรมชาติในเขตขั้วโลกเหนือ   มากักขังอยู่ในบริเวณอากาศร้อนแถบเส้นศูนย์สูตรนั้น เพื่อเป็นจุดขายสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำให้กับทางสวนสัตว์ เป็นเรื่องเหมาะสมเพียงใด

หมีขั้วโลกจัดว่าเป็นสัตว์กินเนื้อบนบกขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ตัวผู้หนัก 350-650 กิโลกรัม ตัวเมียหนัก 150-250 กิโลกรัม  ปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 40,000 ตัว  ถือว่าเป็นสัตว์อยู่ในบัญชีรายชื่อสัตว์ใกล้สูญพันธุ์  หากินอยู่แถบขั้วโลกเหนือตั้งแต่อลาสก้า ไปจนถึงรัสเซีย จากการศึกษาของมหาวิทยาลัยอ๊อกฟอร์ด พบว่าหมีขั้วโลกเป็นสัตว์ที่ใช้พื้นที่หากินขนาดใหญ่มาก มันเป็นนักพเนจรตัวยง เดินทาง ว่ายน้ำหาอาหารตามล่าแมวน้ำรวมแล้วปีละสามพันกว่า กิโลเมตร  และตลอดชีวิตของมัน ใช้พื้นที่หากินถึง 260,000 ตารางกิโลเมตร

หมีขั้วโลกเป็นสัตว์ฉลาด เป็นสัตว์ที่เลี้ยงได้เชื่องยากมาก เพราะชีวิตของมันคือการเดินทาง  การเอาหมีขั้วโลกมาอยู่บนพื้นที่ไม่กี่ตารางเมตร และในสภาพอากาศเขตร้อน คงสร้างความเครียดอย่างแน่นอน เพราะพื้นที่หากินตามธรรมชาติของหมีขั้วโลกมีขนาดเกือบครึ่งหนึ่งของประเทศไทยเสียอีก

นึกถึงคนที่เดินทางตลอดชีวิต แต่ต้องมาอยู่ในที่จำกัดตลอดเวลา จะมีสภาพและความรู้สึกเก็บกดอย่างไร เรา ๆท่าน ๆคงเข้าใจดี

ทุกวันนี้สวนสัตว์หลายแห่งในประเทศเยอรมนี อังกฤษ สวิสเซอร์แลนด์ ที่ไม่มีปัญหาเรื่องสภาพอากาศร้อนแบบบ้านเรา มีการจำลองบรรยากาศแบบขั้วโลกเหนือ แต่ทางสวนสัตว์เหล่านี้ ได้เรียนรู้และมีบทเรียนจากธุรกิจการเอาหมีขั้วโลก มาจัดแสดงว่า เป็นการทรมานสัตว์ชนิดนี้เพียงใด จึงมีนโยบายค่อย ๆ ทยอยเลิกการเลี้ยงหรือจัดแสดงหมีขั้วโลกในสวนสัตว์แล้ว เพราะการศึกษาพบว่า สร้างความเครียดให้กับธรรมชาติของหมีขั้วโลกเพียงใด  ขณะที่หมีขั้วโลกในสวนสัตว์สิงคโปร์ก็ได้รับการพิสูจน์แล้วว่า หมีขั้วโลกเหล่านั้นมีอาการเครียด ทรมานจากอากาศร้อนและการถูกกักขังในที่คับแคบ

ล่าสุดคนุต หมีขั้วโลกขวัญใจคนเยอรมนี ในสวนสัตว์กรุงเบอร์ลิน ที่แม่หมีคนุต คลอดทิ้งไว้ และเจ้าหน้าที่สวนสัตว์ต้องมาเลี้ยงดูแล จนกลายเป็นคนุต หมี แสนน่ารักที่โด่งดังไปทั่วโลก ได้เสียชีวิตลงอย่างกระทันหันโดยไม่ทราบสาเหตุเมื่อกลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

การเสียชีวิตของคนุต ยิ่งกดดันให้บรรดาผู้รักสัตว์ทั้งหลาย รู้สึกแล้วว่า การเอาหมีขั้วโลกมาจำกัดสถานที่ตามสวนสัตว์ทั่วโลกนั้น คงไม่เป็นผลดีต่อการอนุรักษ์สัตว์หายากชนิดนี้อย่างแน่นอน

วัตถุประสงค์ของสวนสัตว์เชียงใหม่ ที่อ้างว่าจะนำเอาหมีขั้วโลกมาเป็นจุดขายน่าจะเป็นเรื่องที่เข้าใจได้  เพราะขนาดหลินปิง ยังสร้างรายได้ถึงปีละ 200 กว่าล้านบาทมาแล้ว  แต่ที่ประกาศอย่างสวยหรูว่าเพื่อ “เป็นแหล่งศึกษาวิจัยอนุรักษ์พันธุ์หมีขั้วโลก” คงเป็นเรื่องที่สวนทางกับความจริงว่า สวนสัตว์แห่งนี้ น่าจะเป็นแหล่งทรมานหมีขั้วโลกมากกว่า

แม้อาคารจัดแสดงจะสร้างไปแล้วกว่า 30 เปอร์เซนต์ แต่การนำหมีขั้วโลกมาใช้ชีวิตอยู่ในเขตอากาศร้อนของเมืองไทย คงไม่ใช่เรื่องที่ปรกติแน่นอน

เชื่อเถอะครับ โครงการทุกอย่างทบทวนใหม่ได้เสมอ ก่อนจะนำความเสียหายมามากกว่านี้

มติชน  17 เมษายน 2554

Comments

  1. นัท

    เคยไปดูเพนกวินที่เขาดินเมื่อนานมากกกกแล้วค่ะ
    จำได้ว่าขังไว้ในตู้กระจก ค่อนข้างมืด มีฉากหลังเป็นรูปภูเขาน้ำแข็งงี่เง่า
    คนก็ไม่ค่อยเข้ามาดู อยู่ไปวัน ๆ
    หนูก็ไม่รู้จะสงสารใครดี ระหว่างเขาดินที่ต้องรับภาระค่าไฟแพงลิบ
    หรือสงสารเพนกวินที่อยู่ไปวัน ๆ รอให้สิ้นอายุขัยไปตามธรรมชาติ

  2. Karuna

    ตอนที่คนุตตาย เป็นข่าวติดปากชาวเยอรมันพักใหญ่ และมีหลายคนหลั่งน้ำตาร้องไห้ อาลัยคนุต คนที่นี่ผูกพันและรักสัตว์ ไม่รู้ถ้าเกิดขึ้นที่เมืองไทย อาการอาลัยรักเช่นนี้ จะเป็นแค่กระแส หรือกลั่นจากใจจริง 😳

  3. jakjan

    เห็นด้วยกับบทความที่ว่า

    นึกถึงคนที่เดินทางตลอดชีวิต แต่ต้องมาอยู่ในที่จำกัดตลอดเวลา จะมีสภาพและความรู้สึกเก็บกดอย่างไร 😳 👿

  4. พรวิไล เสน่ห์เมือง

    ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง ทุกชีวิต Born to be Free ไม่ชอบการกักขัง ยกเว้นนักโทษ

  5. วภุท จันทศาสตร์

    ได้โปรด เถอะค่ะ กรุณาอย่าทำเลย
    อย่าเบียดเบียนเขาเลย คุณลองไปอยู่ที่บ้านเขามาสิ ถ้าอยู่ได้ และมีความสุข ค่อยกลับมาพิจารณา อีกครั้ง สัตว์รู้สึกได้นะคะ เพียงแต่พูดภาษาคนไม่ได้
    อย่า อ้างเหตุผล ต่างๆๆ นา ๆๆๆ เลย เด็กๆๆๆ ฉลาดขึ้นเยอะ การเรียนรู้ ที่จะอยู่ร่วมกันโดยเคารพซึ่งกัน และกัน ไม่ใช้กำลังที่มีมากกว่า จัดการ จัดแจง เพราะคิดว่า
    ความคิดคุณ น่าจะถูก เปรียบเหมือน คุณรู้ได้ว่า สงครามร้ายแรงแค่ไหน
    เรียนรู้ จากภาพ ก็พอจะเห็นว่าโหดร้ายจริงๆๆๆ ไม่จำเป็นต้องลงทุน ทำสงครามเพื่อให้ได้สัมผัสจริงๆ หรอกค่ะ รับเขามา เหมือนประนึง เขาต้องมาอยู่ในสงครามเชียวนะคะ รู้เขา รู้เราบ้างค่ะ กรณี คนุต ที่เยอรมัน ยังไม่ทำให้คุณคิดได้บ้างเหรอค่ะ

  6. NatkO

    คิดได้ยังไงที่จะเอาสัตว์ “ขนาดใหญ่” มาจำกัดพื้นที่ .. มีเงินลงทุนสร้างได้ขนาดนี้ เอาเงินลงทุนให้ “นักวิจัย” ที่คุณๆ อ้างว่าจะมาทำวิจัย ไปศึกษาถึงที่จะดีกว่าไหมคะ?

    อีกอย่าง ตัวอย่างนะ เขามีให้เห็นเยอะแยะ ทำไมเราต้องล้าหลัง ทำตามสิ่งผิดๆ ด้วย … แพนกวินตั้งแต่มาอยู่เชียงใหม่ หนูยังไม่ไปดูเลย … อยากเห็นไหม? อยากเห็นอยู่แล้ว แพนกวินหรือหมีขาว .. แต่เห็นแบบนี้ รู้สึกสงสารมากกว่า ตื่นเต้นอีก

    เงินที่เข้าสวนสัตว์ปีละ 200 กว่าล้าน .. เอามาปรับปรุงให้กรงสัตว์อื่นๆ ในนั้นอาจจะดีกว่านะคะ แล้วก็ให้นักวิจัยอยากจะวิจัยกันนัก .. ไปศึกษาหาวิธีป้องกัน “ธรรมชาติสัตว์โลก” ในโลกจริงๆ ของเขาดีกว่า

    คิดกันต่อได้เป็น Step เลยค่ะ ว่าต่อไปจะเป็นยังไง? เสียงประชาชน ทุกวันนี้ ไม่ได้ใหญ่โต พอเท่า “เม็ดเงิน” อีกต่อไปแล้ว >_< สงสาร สังเวช กันไป แพนด้าอย่างเดียวไม่พอจริงๆ

  7. uuu

    เราน่าจะเอานักการเมืองไทยมาขังกรงแล้วไห้คนดู ว่านี่ไงพวกทำไห้ประเทศไทยตกต่ำ

  8. dizzizzmee

    ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าโครงการหมีขาวที่สวนสัตว์เชียงใหม่ได้ออกข่าวไปแล้ว
    จะเหมือนโครงการวิจัยและจัดแสดงแพนด้าหรือไม่

    อยากให้ท่านที่มีเวลาว่างลองเข้าไปอ่านใน แพนด้าบ้าพลัง ในพันทิป
    และคิดเอาเอง

    http://www.pantip.com/cafe/chalermthai/?subgroup=48

  9. koytip

    วิจัยแพนด้าให้ดีเสียก่อน ทุกวันนี้ในพันทิปก็เขียนวิจารณ์การหาเงินจากหมีแพนด้า โดยไม่สนใจความเป็นอยู่ที่ถูกต้องตามหลักการเลี้ยงสัตว์ป่าที่ต้องเอามาขังในกรงตลอด 24 ชั่วโมง และไม่สนใจสภาพจิตใจของสองแม่ลูกที่ถูกแยกจากกันอย่างผิดขั้นตอน และก่อนถึงเวลาอันเหมาะสม ปล่อยให้ลูกหมีอายุยังไม่ถึง 2 ขวบต้องอยู่ตัวเดียวตามลำพัง และไม่มีโอกาสเจอเพื่อนหมีสักต่อ จนทุกคืนลูกหมีเป็นโรคจิต อาละวาด ทำร้ายตัวเองอยู่ทุกคืน ยังไม่การเหลียวแล เพราะมุ่งจะแยกแม่หมีออกไปเพื่อเตรียมผสมเทียม สร้างลูกหมีคอกต่อไป เพื่อหาเงิน การวิจัยเป็นเพียงข้ออ้างที่จะเอาสัตว์หายากมาเรียกเงินจากนักท่องเที่ยว ถ้าอยากวิจัยจริงๆ อยากได้ความรู้ จะต้องส่งคนไปเรียนรู้ชีวิตความเป็นอยู่ของเขาในแหล่งที่อยู่ของเขา ไม่ใช่เอาเขามากักขังแล้วอ้างว่าวิจัย อย่างนี้จะได้อะไรขึ้นมา วิจัยแล้วเอาผลวิจัยมาทำอะไรให้ประเทศไทยเจริญขึ้น

  10. Pakky

    หลินปิงตัวเดียวยังเลี้ยงให้มีความสุขไม่ได้ พรากลูกจากแม่ในวัยที่เขายังไม่พร้อม ปล่อยให้หมีเด็กหงอยเหงาไร้เพื่อนไร้แม่ ไม่ได้สนใจความรู้สึก ไม่ได้รักสัตว์ ขาดเมตตา อย่าทำบาปเพิ่มอีกเลย คัดค้านๆๆๆ

  11. Tiger&Panda

    T^T ทุกชีวิตมีค่ามีความหมาย เขาบอกได้อย่างไรว่าการเลี้ยงหมีขาวขั้วโลกเหนือเป็นความท้าทาย พุดโธ่ !! ลำพังทุกวันนี้ ยังเลี้ยงดูแพนด้าทั้ง ๓ได้อย่างน่ารันทดใจ ลูกหมีเครียดคลั่งอาละวาด หลังจากถูกแยกจากแม่โดยยังไม่พร้อม ไม่พร้อมทั้งตัวลูกหมีหลินปิง แม่หลินฮุ่ย และที่สำคัญ บุคลากรของโครงการขาดคุณสมบัติที่จะดูแลสมบัติของธรรมชาติที่เหลืออยู่น้อยเต็มทีที่เรียกว่าแพนด้า ซึ่งเป็นหนึงในความงดงามของโลก แพนด้ายิ้ม เรายิ้ม..

    แต่ไม่เคยมองเห็น ไม่เคยรู้ตระหนักตนเอง ยังจะหาญกล้า กล่าวอย่างมั่นใจ จะสามารถนำหมีขาวมาเลี้ยงดูได้ พุดโธ่ !!++

    แล้วดูคืนนี้สิคะ หลินฮุ่ยผ่ายผอม งดอาหารงดน้ำ เตรียมขึ้นเขียงพรุ่งนี้ น่าเวทนานักแล้ว อาฮุ่ยเอย…

    T^T^T

  12. ล้มเสียเถอะ

    การที่จะเอาหมีขาวชี่งโลกมาเมืองไทย ประเทศไทยเป็นเมืองร้อนจะต้องมีค่าใช้จ่ายสูงมาก แล้วหากหารายได้ไม่เพียงพอก็เท่ากับเอามาทรมาน อย่างเช่นแพนด้าที่ทำรายได้มหาศาลให้กับสวนสัตว์เชียงใหม่ ซึ่งเป็นการดีที่จะทำให้สัตว์ต่าง ๆ ที่มีอยู่แล้วได้อยู่สุขสบายกว่าเดิม รวมถึงหมีแพนด้าทั้งสามด้วยแต่เท่าที่เห็น ๆ อยู่ ที่อยู่ของแพนด้าไม่ได้พัฒนาให้ดี ปล่อยให้อยู่อย่างสกปรกคิดแต่จะเพิ่มผลผลิต แล้วที่อยู่ที่ควรให้เป็นธรรมชาติให้หมีมีความเป็นอยู่สขสบายสมกับที่ทำเงินให้ แต่กลับจะเอาเงินที่แพนด้าหามาได้ไปหาภาระคือหมีขาว ซึ่งไม่เหมาะกับอากาศอย่างประเทศไทย
    อาจเกิดกรณี คนุตขึ้นมาอีกซึ่งขณะนี้หลินปิงแพนด้าน้อยที่เกิดในไทยกำลังอยู่ในสภาพเดียวกัน หลินปิงเป็นแพนด้าตัวเดียวในโลกหรือเปล่าที่ไม่รู้จักว่าเพื่อนพ้องญาติมิตรของตัวเองเป็นแพนด้าน่าตาเป็นอย่างไร ขนาดแม่ตัวเองก็ยังถูกกีดกันไม่ให้พบเจอ ในข้ออ้างที่กลัวว่าจะทำร้ายกันแม้จะให้เห็นกันผ่านกรงกั้นเหมือนหลินฮุ่ยและช่วง ฃ่วง เพียงกลัวว่าแม่หลินฮุ่ยจะไม่เป็นสัต ฮอร์โมนไม่ขี้นเมื่อเห็นลูก หลินฮุ่ยเองก็สุขภาพทรุดโทรมป่วยบ่อยแต่ทางโครงการก็ยังเร่งให้มีลูกในระยะสั้น เพียงเพราะต้องการผลการ และรายได้เท่านั้นไม่คำนึงถึงสุขภาพและจิตใจของลูกหมีและแม่หมี แล้วอย่างนี้จะไปเอาหมีขั้วโลกซึ่งต้องมีค่าใช้จ่ายที่สูงมาก เงินมหาศาลนี้นทำไมไม่เอาไปพัฒนาการเป็นอยู่ของแพนด้าและสัตว์ต่างๆ ที่มีอยู่ให้ดีเถอะ สงสารแพนด้าที่ถูกกระทำเหมือนเพียงเพื่อเอามาให้หารายได้และทำชื่อเสียงให้เท่านั้น

  13. สงสารสัตว์ทุกตัวที่ถูกขังกรง

    วันนี้ทางโครงการเริ่มให้หลินฮุ่ยงดอาหารและน้ำแล้ว พรุ่งนี้จะเริ่มทำการผสมเทียมหลินฮุ่ย ทั้งๆที่หลินฮุ่ยสุขภาพไม่ดี ป่วยบ่อย และร่างกายทรุดโทรมมากๆ เขายังไม่ปรานี ถ้าต้องเลี้ยงลูกอีกคอก สุขภาพยิ่งทรุดโทรมลงไปอีก ฟันก็กุดมากอยู่แล้ว จะยิ่งกุดมากไปอีก เพราะต้องกินอาหารแทะไผ่ สร้างน้ำนมไปเลี้ยงลูก แพนด้าเมื่อไม่มีฟัน ก็ทรมานมาก เพราะแทะไผ่ไม่ได้ เขาไม่สนใจ มุ่งจะสร้างผลงาน และหาเงินจากสัตว์

  14. Celestte

    เอาคำว่าวิจัยมาอ้างอีกแล้ว โครงการวิจัยและจัดแสดงแพนด้าตั้งมากี่ปียังไม่มีการวิจัยอะไร มีแต่เรื่องจัดแสดงอย่างเดียว ที่มีหลินปิงเกิดมาก็เนื่องจากสัตวแพทย์จากส่วนกลาง บุคลากรในโครงการก็ไม่มีความรู้เกี่ยวกับแพนด้า ออกมาให้ข้อมูลผิดๆมั่วๆพูดไปเรื่อยทางหน้าจอทรูทุกวัน ทั้งๆที่ข้อมูลสมัยนี้หาได้ง่ายมากเพียงปลายนิ้วคลิก ให้ข่าวให้ข้อมูลมั่วไปเรื่อยจนเป็นที่ขบขันและอนาจใจแก่คนดู

    ตลอดมามุ่งแต่หาเงินหาผลประโยชน์จากหมี แล้วยังไม่ดูแลหมีให้ดี พรากลูกพรากแม่ก่อนเวลาที่หลินปิงและหลินฮุ่ยพร้อม แยกอย่างไม่มีหลักการและแผนการรองรับ สุดท้ายใช้วิธีไม่ให้พบกันดื้อๆจนหลินปิงมีอาการประสาท คลั่ง อาละวาดแทบทุกคืนจนเดี๋ยวนี้

    ทั้งๆที่หลินฮุ่ยสุขภาพทรุดโทรม ไม่แข็งแรง แต่ก็ไม่บำรุงและรอให้พร้อม พรุ่งนี้ก็จะจับวางยาสลบผสมเทียมสองวันซ้อนหวังจะได้ลูกหมีแพนด้าฝาแฝดมาหาเงินเลี้ยงคนในโครงการต่อไป

    เรื่องที่บอกว่าจะจัดที่อยู่ให้เลียนแบบธรรมชาติที่สุดก็ จะให้เชื่อได้อย่างไร ผลงานแย่ๆของโครงการแพนด้าก็ฟ้องอยู่ชัดเจน แพนด้าในเมืองไทยไม่มีต้นไม้ให้ปีน หน้าหนาวออกส่วนจัดแสดงกลางแจ้งก็เอาปลอกโลหะมาหุ้มต้นไม้ ห้ามหมีปีนต้นไม้ นี่หรือธรรมชาติ

  15. เอ๋ครับ

    ทำไมไม่ไปด่า ซาฟารีเวิร์ด บ้างเค้าเอามาเป็น 10 ปีแล้วมั๊ง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.