จากบรรณาธิการ สารคดี ฉบับที่ 385 - หน้าหาย - สารคดี.คอม

จากบรรณาธิการ สารคดี ฉบับที่ 385 – หน้าหาย

มีนาคม 27, 2017 
3


MP3

Soundcloud

Youtube

cover385คุณผู้อ่านที่รักครับ

นี่คงเป็นบทบรรณาธิการที่เขียนยากที่สุดครั้งหนึ่งในระยะเวลา ๖ ปีที่ผมมารับหน้าที่บรรณาธิการบริหาร

ขณะที่นิตยสารสารคดี ฉบับนี้อยู่ในมือคุณผู้อ่าน ทุกท่านคงรับรู้ได้ทันทีว่าเล่มบางลงกว่าปรกติ

และเป็นเช่นนั้นจริง แต่ไม่ใช่เพราะเราพิมพ์หน้าหาย

ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมาเราจัดพิมพ์โดยมีจำนวนหน้าเฉลี่ยอยู่ที่ราว ๑๙๒ หน้า แต่ตั้งแต่ฉบับนี้ และฉบับต่อ ๆ ไป นิตยสารสารคดี จำต้องลดจำนวนหน้าลงเหลือราว ๑๓๖-๑๔๔ หน้า หายไป ๔๘-๕๖ หน้า

เพราะไตร่ตรองแล้วว่านี่เป็นวิธีเดียวที่จะยืดอายุนิตยสารสารคดี ให้จัดพิมพ์ต่อไปได้ภายใต้สถานการณ์ที่โฆษณาในสื่อสิ่งพิมพ์หดหาย…โดยส่งผลกระทบต่อคุณผู้อ่านน้อยที่สุด

คำอธิบายที่อยากขอแบ่งปัน คือความจริงที่ว่าตลอดหลายสิบปีของวงการนิตยสารเมืองไทย นิตยสารส่วนใหญ่ล้วนมีสัดส่วนรายได้สำคัญมาจากค่าโฆษณา และเป็นรายได้ซึ่งทำให้นิตยสารเกือบทุกเล่มสามารถตั้งราคาปกต่ำกว่าราคาจริงที่คิดตามต้นทุนบวกกำไร เพราะรายได้จากโฆษณาได้เข้ามาแบกรับต้นทุน และสำหรับหลายเล่มคือรายได้ส่วนที่สร้างกำไร

โดยทั่วไปนิตยสารสี่สี หนาเกือบ ๒๐๐ หน้า กระดาษอาร์ตเกือบครึ่งเล่ม แค่ต้นทุนค่าพิมพ์ ค่ากระดาษ ค่ากองบรรณาธิการ หากไม่มีรายได้จากโฆษณา คำนวณราคาปกที่ต้องตั้งขายแก่ผู้อ่านอาจพุ่งไปถึง ๓๐๐ บาทหรือมากกว่านั้น  เมื่อรายได้จากโฆษณาหนีหาย ข่าวนิตยสารชื่อดังหลายเล่มปิดตัวลงจึงตามมาเป็นดอกเห็ด

เพราะเจ้าของธุรกิจไม่อาจแบกรับความขาดทุนไหว หรือหากคิดจะขึ้นราคาปก คำถามตัวโต ๆ คือจะมีคนยอมซื้อไหม

สำหรับนิตยสารสารคดี หากคุณผู้อ่านสังเกตในฉบับปีที่ผ่านมาก็จะเห็นหน้าโฆษณาที่เหลืออยู่น้อยนิด

ยอมรับตรง ๆ ในปีที่ผ่านมารายได้จากโฆษณาของนิตยสารสารคดีลดลงมาถึงจุดวิกฤตต่อการก้าวเดินขึ้นปีที่ ๓๓  กล่าวคือเราไม่อาจแบกรับต้นทุนในขนาดรูปเล่มเดิม เพื่อจำหน่ายตามราคาปกเดิม ๑๒๐ บาท ซึ่งเป็นราคาปกที่ไม่เคยขึ้นมากว่า ๑๐ ปี

ขณะที่เมื่อเทียบกับสินค้าและบริการอื่นทุกอย่างล้วนปรับราคาขึ้นกันไปหมดแล้วจากเมื่อ ๑๐ ปีก่อน

ถึงกระนั้นเมื่อต้องตัดสินใจเลือก ระหว่างการขึ้นราคาปกใหม่จากต้นทุนเดิม กับการลดต้นทุนลงคงราคาปก ด้วยการลดจำนวนหน้ากระดาษ สารคดีพิจารณาแล้วว่าวิธีหลังน่าจะเป็นทางเลือกที่สมเหตุผล  หนึ่ง ขอไม่ผลักภาระราคาให้ผู้อ่าน  สอง เลือกลดจำนวนหน้าส่วนหนึ่งเพื่อรักษาส่วนใหญ่ หมายถึงคุณผู้อ่านจะยังได้รับเนื้อหาสาระหลักที่เข้มข้นประจำฉบับตามสูตรของสารคดีที่ทำมากว่า ๓๐ ปี แม้จะมีจำนวนหน้าบางลงก็ตาม

ไม่ว่าการตัดสินใจนี้จะสมเหตุผลแค่ไหน ผมต้องขออภัยสมาชิกทุกท่านที่ได้สนับสนุนเรามาตลอด และคุณผู้อ่านทุกท่านที่ติดตามเรามาอย่างใกล้ชิด จากความเปลี่ยนแปลงที่อาจกระทบความรู้สึกของท่านไว้ ณ ที่นี้

สุดท้าย กับสถานการณ์ของสื่อสิ่งพิมพ์ที่คาดว่าจะรุนแรงยิ่งขึ้นอีก ผมขอเรียนเชิญคุณผู้อ่านที่รักทุกท่านสมัครสมาชิกรายปี เพื่อสนับสนุนให้เราก้าวเดินต่อไปด้วยความมั่นใจ โดยท่านจะได้รับนิตยสาร “๘๙ เรื่องราวพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙” เป็นของกำนัลสุดพิเศษ

ขอรับรองว่า สารคดี จะยืนหยัดเป็นนิตยสารกระดาษสำหรับคนรักการอ่านจนกว่าจะไม่เหลือคนอ่านอยู่เลยจริงๆ

สุวัฒน์ อัศวไชยชาญ
บรรณาธิการบริหารนิตยสารสารคดี
[email protected]




ผู้ดูแล และลงข้อมูลประจำเวบไซต์ sarakadee.com








ผมโตมากับนิตยสาร จำได้ว่าตอนเด็ก ๆ ซื้อการ์ตูน หนูจ๋า ตุ๊กตา เบบี้ มาอ่าน  พอทีวีมีหนังฮีโร่ยอดมนุษย์ นักสู้นักกีฬา และการ์ตูนญี่ปุ่น ก็มีแมกกาซีนติดตามดาราญี่ปุ่นออกมาให้ตาลุกวาว ตามด้วย ชัยพฤกษ์การ์ตูน ชัยพฤกษ์ ชัยพฤกษ์วิทยาศาสตร์ ถือเป็นนิตยสารที่กระตุ้นให้สนใจเรื่องราวความรู้รอบตัว ทั้งวิทยาศาสตร์ สังคม บุคคล ประวัติศาสตร์ ธรรมชาติ โตขึ้นมาหน่อยก็มาตามโปสเตอร์ดาราฝรั่งและหนังฮอลลีวูดจาก สตาร์พิคส์  ทีมฟุตบอลและนักฟุตบอลในสตาร์ซอคเก้อร์ พร้อมกับอ่านเรื่องลึกลับ ๆ พวกมนุษย์ต่างดาว มัมมี่ พีระมิด จาก ต่วย’ตูน ฉบับพิเศษ สมัยก่อนแหล่งขายหนังสือนิตยสารเก่าอยู่ตรงศาลพระแม่ธรณีบีบมวยผม สนามหลวง (ก่อนจะย้ายไปสวนจตุจักร  ส่วนตอนนี้คงแทบไม่เหลือแล้ว) จำได้ว่าถ้าเดินเข้าไปในซุ้มขายหนังสือก็จะมีคนเข้ามาถาม “โป๊ไหมพี่ ๆ” เสียทุกครั้ง คนถามไม่อาย แต่คนฟังอายแทน ต้องเดินเลี่ยงไปทางอื่น ผมมารู้จัก National Geographic ที่นี่ ซื้อเล่มเก่า ๆ มาอ่าน ภาษาอังกฤษไม่ได้แข็งมาก อาศัยดูภาพถ่ายเป็นหลัก ด้วยความอยากรู้ว่าบนโลกใบนี้มีสิ่งมหัศจรรย์อะไรอยู่ที่ไหน และยังมีนิตยสาร Life รูปเล่มไซซ์ใหญ่ มีภาพข่าวขาวดำน่าตื่นตาตื่นใจ ไม่นับ Time และ Newsweek ที่จะซื้อเก็บฉบับที่มีภาพข่าวเหตุการณ์สำคัญระดับโลก ลลนา ถือเป็นแมกกาซีนแฟชั่นเล่มแรกที่มาสนใจตอนวัยรุ่น  ภาพถ่ายแฟชั่นสาวเท่กับกลอนเปล่าใต้ภาพดูมีเสน่ห์เหลือหลาย ไม่นับภาพวาดประกอบของ “น้านน” และ “น้าแพ็ท” ส่วนอ่านอะไรบ้างก็จำไม่ได้เสียแล้ว น่าจะมีคอลัมน์ของ “ฮิวเมอริสต์” เป็นหนึ่งในนั้น ส่วนแนววิทยาศาสตร์ที่ชอบเป็นทุนเดิม ตอนนั้นมีพาเหรดออกมาหลายปก โดยเฉพาะ มิติที่ 4 ที่เน้นเรื่องสั้นไซไฟ และปกภาพวาดเหนือโลกให้สมองเฟื่องฟูด้วยจินตนาการ จนต้องซื้อเก็บเพราะชอบภาพ กับ รู้รอบตัว และ อัปเดต ที่มีคอลัมน์ “คุยกับชัยคุปต์” ให้พลิกอ่านหาความรู้ก่อนเรื่องอื่น พอรู้จัก โลกหนังสือ ของ บก. สุชาติ สวัสดิ์ศรี หรือ “สิงห์ สนามหลวง” ก็ได้เปิดประตูโลกวรรณกรรมคลาสสิกและวรรณกรรมตะวันตก หาอ่านวรรณกรรมแปลซึ่งทำให้เราได้ใคร่ครวญถึงความหมายของชีวิต  จาก โลกหนังสือ มาเป็น ถนนหนังสือ ก็ยังตามซื้อ  ส่วน ฟ้าเมืองไทย ของครูอาจินต์ ปัญจพรรค์ ก็คอยหยิบมาสนุกสนานกับเรื่องราวชีวิตของผู้คนหลากหลาย
จากบทบรรณาธิการ สารคดี ฉบับที่ 396 กุมภาพันธ์ 2561 ปีนี้ที่บ้านผมมีนกมาทำรังสองชนิด ชนิดหนึ่งคือนกปรอดสวน อีกชนิดคือนกกินปลีอกเหลือง รังนกปรอดสวนจะใช้กิ่งไม้ก้านเล็ก ๆ สานกันจนเป็นถ้วยราวกับงานหัตถกรรม ตำแหน่งที่มันมาทำรังซ้ำกัน ๒ ปีแล้วคือใต้กระถางไม้แขวนที่ห้อยลงมา มันใช้กิ่งไม้ขัดรังยึดกับเส้นสายของใบไม้แขวนอย่างแข็งแรง พร้อมกับซ่อนรังไว้หลังสายห้อยที่เป็นเหมือนม่านคลุมนั่นเอง ส่วนนกกินปลีอกเหลืองเป็นปีแรกที่ผมเห็นมันมาทำรังห้อยไว้ใต้กระถางไม้แขวนห่างไปอีกกระถางหนึ่ง ลักษณะรังนกกินปลีอกเหลือง ผมเรียกเอาเองว่าเป็นทรงหยดน้ำตา (หยดใหญ่) แม้ชื่อดูดี แต่วัสดุที่ใช้นี่สิออกจะมั่ว ๆ แบบงานศิลปะสมัยใหม่สักหน่อย เพราะมีทั้งเศษดินเศษใบไม้แห้งเล็ก ๆ ยึดโยงด้วยเส้นใยทั้งใยธรรมชาติและจากสิ่งประดิษฐ์ของคนอย่างเชือกฟาง ยุทธวิธีห้อยรังไว้กลางอากาศที่นกทั้งสองชนิดใช้นี้ช่วยป้องกันศัตรูอย่างกระรอกไม่ให้ไต่มาขโมยกินไข่ถึงรังได้ง่าย ๆ ตอนแม่นกไม่อยู่ผมแอบไปดูและนับไข่ พบไข่สองใบจิ๋วน่ารักอยู่ในรังเหมือนกันทั้งสองชนิด ในใจก็หวังลุ้นให้ไข่ฟักเป็นตัวได้ทั้งหมด แต่อาจเพราะนกกินปลีอกเหลืองเป็นพ่อแม่มือใหม่ รังที่ทำจึงไม่ค่อยแข็งแรง วันหนึ่งรังก็ฉีกเกือบขาดเป็นสองท่อนห้อยต่องแต่ง ผมพยายามหาอุปกรณ์มายึดรังกลับคืนรูปทรงเดิม ขณะที่แม่นกกินปลีอกเหลืองส่งเสียงโวยวายอยู่ใกล้ ๆ แต่สุดท้ายไม่สำเร็จ สองสามวันต่อมารังที่ช่วยซ่อมก็พังไป ไม่เห็นแม่นกบินกลับมาอีกเลย เสียใจหน่อย ๆ ที่ไข่สองใบไม่มีโอกาสได้รับความรักจากแม่จนออกมาดูโลก  หวังว่าปีหน้าแม่นกจะฝีมือดีขึ้น
พุธ-ไซแอนซ์ ติดปีกความรู้ทางวิทยาศาสตร์ทุกวันพุธ เพราะเทพเจ้าประจำดาวพุธคือ Mercury บุรุษเทพแห่งการสื่อสารที่ไปได้เร็วเท่าความคิด ช้างแอฟริกา งางอน ทบทวนความรู้เดิมๆ กันก่อน บนโลกของเรายุคปัจจุบันนี้ มีช้างเอเชีย (ช้างไทย) กับช้างแอฟริกา เป็นช้างสองชนิดที่รู้จักกันทั่วไป ช้างแอฟริกาตัวใหญ่กว่า
กลับมาอีกครั้งกับคอร์ส #เขียนสารคดีกับมืออาชีพ เปิดรับสมัครนักเรียนรุ่นที่ 3 กับหลักสูตรใหม่ ที่เข้มข้นกว่าเดิม รับจำนวน 20 ท่านเท่านั้น ปิดรับสมัคร 28 กุมภาพันธ์ 2561 ✏️ Workshop
1. หยุดมองหน้าจอคอม 95% ของคนอเมริกันเสี่ยงต่อโรคสายตา ปวดหัวปวดไหล่ เพราะการมองจอทั้งวัน ลดความสว่าง ปรับท่านั่ง กระพริบตาบ่อยๆ ที่สำคัญหยุดมองหน้าจอและหันไปมองอะไรไกลๆ ทุก 20 นาที 2. กินของขบเคี้ยวที่ดีต่อสุขภาพ