สัมภาษณ์
-
“ในนาทีพิบัติ สิ่งที่สังคมไทยขาดคือการพูดความจริง” – รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์
ประเทศไทยปลายปี ๒๕๕๔ ไม่มีใครคิดว่าเหตุการณ์น้ำท่วมซึ่งช่วงแรกดูจะเป็นปรากฏการณ์ธรรมดาๆ ในช่วงหน้าฝน
-
๒๐ ปีทุ่งแสงตะวัน กับพี่นก นิรมล เมธีสุวกุล “สังคมไทย ทำอะไรกับเด็ก ๆ ของเรา”
นับแต่แรกออกอากาศจนถึงปัจจุบัน ทุ่งแสงตะวันได้พยายามสร้างนิยามความหมายใหม่แก่ธรรมชาติ สิทธิชุมชน การจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน
-
สัมภาษณ์นักเศรษฐศาสตร์สิ่งแวดล้อม ไค ชเลเกลมิลช์
วิกฤตสิ่งแวดล้อมที่โลกกำลังเผชิญอยู่ เกิดขึ้นจากการบริโภคทรัพยากรทิ้งๆ ขว้างๆ ในอัตราและปริมาณมหาศาล
-
สัมภาษณ์ ตูน อาทิวราห์ คงมาลัย ผมไม่คิดว่าสิ่งที่ทำอยู่เป็นอาชีพ…ผมตอบตัวเองได้เพียงว่า…ผมตายบนเวทีได้แค่นั้นเอง”
…ชีวิตมันต้องเดินตามหาความฝัน หกล้มคลุกคลานเท่าไหร่
-
“เรากำลังจะเห็นตะวันออกกลางโฉมใหม่” สัมภาษณ์ ดร. ศราวุฒิ อารีย์
ประวัติศาสตร์โลกต้องจารึกว่า การเผาตัวของ โมฮัมเหม็ด บูอาซีซี (Mohamed Bouazizi) ชาวตูนิเซียวัย ๒๖ ปี
-
สัมภาษณ์ ประจักษ์ ก้องกีรติ “ยิ่งขัดแย้งแตกต่าง ยิ่งต้องเดินหน้าสู่การเลือกตั้ง การเลือกตั้งคือก้าวแรกในการแก้ปัญหาอย่างสันติ”
หมายเหตุ : บทสัมภาษณ์ก่อนการเลือกตั้ง ๓ กรกฎาคม ๒๕๕๔
-
สัมภาษณ์ – ว่าด้วยระบบหนังสือและการอ่าน บทสนทนาของคนทำหนังสือสองรุ่น – มกุฏ อรฤดี, สิริยากร พุกกะเวส
วิรพา อังกูรทัศนียรัตน์ : สัมภาษณ์ ประเวช ตันตราภิรมย์ : ถ่ายภาพ คนในวงการหนังสือไม่อาจปฏิเสธว่า เดือนมีนาคมและเดือนตุลาคมของทุกปีได้กลายเป็นหมุดไมล์ชี้บอกอัตราเร่งในการผลิตหนังสือของสำนักพิมพ์หลายๆ แห่งในเมืองไทยไปแล้ว เช่นเดียวกับเป็นหลักกิโลของคนที่ตั้งตารอวันที่จะได้มาซื้อหนังสือปกใหม่หรือหนังสือเก่าลดราคาในงานนี้ ถ้าเราวัดการอ่านของคนในชาติจากผลการสำรวจงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ซึ่งในปีนี้มีสำนักพิมพ์กว่า ๔๐๐ แห่งร่วมออกบูทกว่า ๘๐๐ บูท จำนวนผู้เข้าร่วมงาน ๑.๕ ล้านคน มีเงินสะพัดร่วม ๔๐๐ ล้านบาท เราคงเห็นพ้องกันว่าการอ่านของคนไทยคึกคักไม่น้อยทีเดียว หากแต่ไม่มีผลสำรวจใดยืนยันไว้เลยว่าคนนับล้านที่มาซื้อหนังสือในงานสัปดาห์หนังสือฯ นั้น อ่านหนังสือกันวันละกี่หน้า ปีละกี่เล่ม และหนังสือที่อ่านคือหนังสือประเภทใด อันที่จริงแล้ว วาระการอ่านของชาติ กับวิกฤตการอ่านของชาติ เป็นคนละเรื่องเดียวกันหรือไม่ ปลายมีนาคม ๒๕๕๔ สารคดี มีโอกาสสนทนากับคนทำหนังสือ ๒ คนที่ทั้งต่างเพศ ต่างวัย และต่างรุ่น หนึ่งคือชายผมขาววัยที่น่าจะพ้นเกษียณ มกุฏ อรฤดี ในบทบาทนักเขียน เขาคือเจ้าของนามปากกา “นิพพานฯ” และ “วาวแพร” ผู้ได้รับรางวัลนักเขียนช่อการะเกดเกียรติยศ ประจำปี ๒๕๕๓ ในบทบาทคนทำหนังสือ เขาคือเจ้าของสำนักพิมพ์ผีเสื้อที่พิสูจน์ตัวเองมายาวนานถึง ๓ ทศวรรษแล้วว่าทำ “หนังสือดี” เมื่อ ๑๐ ปีที่แล้วเขายังมีบทบาทเป็นผู้ผลักดันแนวคิดสถาบันหนังสือแห่งชาติ ด้วยความฝันว่าประเทศไทยจะมีสถาบันที่ทำหน้าที่เป็นคลังปัญญาสรรพวิชาเรื่องหนังสือ กระทั่งไม่กี่เดือนมานี้ เขาออกมาปรากฏตัวอีกครั้งตามสื่อต่าง ๆ เพื่อแสดงความเห็นคัดค้านนโยบายบริจาคหนังสือเสรีของรัฐบาลที่เขามองว่าจะนำประเทศไปสู่ความฉิบหาย นอกจากกุมบังเหียนสำนักพิมพ์ที่สร้างบรรทัดฐานการทำหนังสือดีให้แก่วงการสิ่งพิมพ์ในเมืองไทย ตลอดช่วงชีวิตที่ผ่านมา มกุฏยังทำสิ่งซึ่งเกี่ยวข้องกับหนังสือมาแล้วแทบทุกส่วน เขาเคยตั้งตนเป็นคนเดินทาง บรรทุกหนังสือไว้ท้ายรถทดลองทำห้องสมุดเคลื่อนที่ แต่ก็พบอุปสรรคมากมายที่ทำให้เขาได้รู้ว่าสังคมไทยมีความแตกต่างถึงเพียงนี้ เขาเคยร่วมทุนเปิดร้านหนังสือเล็ก ๆ ด้วยความเชื่อว่าร้านหนังสือจะก่อให้เกิดความผูกพันระหว่างคนอ่านกับคนทำหนังสือ และระหว่างคนอ่านด้วยกัน แต่ด้วยไม่อาจต่อสู้กับระบบเศรษฐกิจระหว่างร้านเล็กกับร้านใหญ่ได้ ท้ายที่สุดก็ต้องยุติลง เขาลงทุนเข้าเล่มปกแข็งให้แก่หนังสือทุกขนาดอย่างดีเพื่อเตรียมไว้สำหรับร้านหนังสือให้เช่า แต่ร้านหนังสือแห่งนั้นก็ปิดลงหลังประสบภาวะขาดทุนเนื่องจากการลดราคาหนังสือที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เขาเชื่อว่ามหาวิทยาลัยในเมืองไทยจำเป็นต้องสร้างคนทำหนังสือคุณภาพ ด้วยการมีหลักสูตรวิชาหนังสือเพื่อให้วิชาชีพการทำหนังสือเป็นวิชาหลักเฉกเช่นเดียวกับที่เรามีคณะนิเทศศาสตร์ตามมหาวิทยาลัยต่าง ๆ จนปัจจุบันนี้หลักสูตรบรรณาธิการศึกษาได้ถูกบรรจุเป็นสาขาวิชาหนึ่งในคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา และกำลังเปิดเป็นวิชาโทที่คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นอกจากนี้เขายังเปิดอบรมวิชาบรรณาธิการต้นฉบับแก่บุคคลทั่วไปที่มีมาถึง ๘ รุ่นแล้ว เพราะเขาเชื่อว่างานบรรณาธิการมีความสำคัญเฉกเช่นสร้างโบสถ์สร้างวิหาร และควรเรียนรู้อย่างเป็นระบบ มิใช่ลองผิดลองถูกดังเช่นที่เคยเป็นมา ในรุ่นที่ ๘ นี้เอง เราได้พบหญิงสาววัย ๓๖ ที่หลายคนคุ้นหน้าเธอดีผ่านจอโทรทัศน์และภาพยนตร์ ในฐานะดารานักแสดงและพิธีกร…
-
คนรุ่นใหม่ต้องเปลี่ยนแปลงสิ่งที่คนรุ่นเก่าสร้างมา – จอห์น วิญญู วงศ์สุรวัฒน์
“สวัสดีคร้าบ…ขอต้อนรับเข้าสู่ ‘เจาะข่าวตื้น’
-
จากการเมืองพม่าสู่เคล็ดลับความงาม สัมภาษณ์พิเศษ อองซาน ซูจี หลังได้รับอิสรภาพ
อองซาน ซูจี ชื่อของผู้หญิงวัย ๖๕ ปีคนนี้ ปรากฏตามสื่อต่างๆ ทั่วโลกตลอดเวลา ๒๐ ปีที่ผ่านมา
-
สัมภาษณ์ มิตรรักสารคดี – พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี (ว.วชิรเมธี) พระนักคิดนักเขียน
เมื่อก่อนอาตมาอ่านนิตยสารหลายเล่ม แต่ปัจจุบันมีเวลาน้อยลง เหลือแค่ สารคดี, เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก และ Time เท่านั้นที่เป็นมิตรรักกันแบบต้องอ่านทุกฉบับ
-
สัมภาษณ์มิตรรักสารคดี – อำนาจ รัตนมณี (หนุ่ม หนังสือเดินทาง) เจ้าของร้านหนังสือเดินทาง
“ตอนผมเรียนมัธยมปลาย ที่ห้องสมุดโรงเรียนจะมี อนุสาร อ.ส.ท. วางใกล้กับนิตยสาร สารคดี ตามประสาเด็กใต้ที่เห็นทะเลทุกวันก็อยากเห็นดอยเห็นหมอก
-
สัมภาษณ์ – ผมชื่อ ปีเตอร์ เบเรกครี คนธรรมดาผู้ปั่นจักรยานไปทั่วโลก
ผู้ชายคนนี้อาศัยอยู่บนเกาะแทสเมเนีย เขาเป็นชาวออสซี่ธรรมดาๆ คนหนึ่ง รายได้ไม่ได้มากมายอะไร เขาเกิดมาเพื่อสะพายเป้เดินทางรอบโลก
-
สัมภาษณ์ : อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล คนทำหนังตัวเล็กๆ สู่รางวัลระดับโลก
“มันคล้ายความฝันที่แปลก และสวยงาม ซึ่งคุณจะไม่ได้เห็นมันบ่อยครั้งนัก”
-
สัมภาษณ์ – เอนก นาวิกมูล- “ผมเปรียบตัวเองเป็นคนปะชุนประวัติศาสตร์”
ในบ้านเมืองของเราขาดคนค้นคว้าเรื่องจริงที่ให้ข้อเท็จจริง มีการตรวจสอบแก้ไขข้อมูลต่างๆ ให้ถูกต้อง แล้วข้อมูลบ้านเราก็มีน้อย ที่น้อยนั้นบางครั้งก็ลอกกันมาซ้ำๆ ซากๆ มันก็ไม่เจริญ
-
สัมภาษณ์ อดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทเนชั่น บรอดแคสติ้ง คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)การเมืองไทยกับการเติบโตของเคเบิลทีวีและนิวมีเดีย
ครั้งหนึ่ง สุชาติ สวัสดิ์ศรี เคยให้สัมภาษณ์ สารคดี ว่า เรามีพระเจ้าองค์ใหม่ที่ต้องเข้าเฝ้ากันทุกวัน
-
สัมภาษณ์ – “ผมเป็นก้อนหินในแม่น้ำ” ฮิวโก้ จุลจักร จักรพงษ์
อย่าไปใส่ใจกับคำพูดของดารามากเกินไป เขาไม่ได้จบอะไรมาที่จะมาสอนคุณได้
-
สัมภาษณ์ ดร. ชัยวัฒน์ สถาอานันท์ “การต่อสู้เวลานี้กำลังเพาะเมล็ดพันธุ์ความรุนแรงขึ้นในสังคม แม้ต่างฝ่ายต่างอ้างสันติวิธี”
สถานการณ์ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในสังคมไทยจะร้าวฉานและรุนแรงมากขึ้น
-
สัมภาษณ์ รศ.ดร.วรเจตน์ ภาคีรัตน์ “ผู้มีอำนาจตีความกฎหมายคือผู้ทรงอำนาจโดยแท้จริง”
ในบรรดานักวิชาการด้านกฎหมายมหาชนที่โดดเด่นที่สุดในเวลานี้ ชื่อของ รศ. ดร. วรเจตน์ ภาคีรัตน์
-
สัมภาษณ์ ดร. เกษียร เตชะพีระ เราจะฝ่าความขัดแย้ง ทางการเมืองไปได้อย่างไร
วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ : สัมภาษณ์ ประเวช ตันตราภิรมย์ : ถ่ายภาพ สำหรับคนที่ติดตามการเมืองไทยในรอบหลายปีที่ผ่านมาคงต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิดว่า ความขัดแย้งแบ่งขั้วในสังคมไทยเวลานี้ ในที่สุดจะนำไปสู่สถานการณ์รุนแรงถึงขั้นสูญเสียเลือดเนื้อและชีวิตหรือไม่ ความขัดแย้งทางการเมืองที่ผ่านมาได้ทำให้ประชาชนแตกแยกออกเป็นสองกลุ่มใหญ่ๆ คือ กลุ่มที่ศรัทธาในตัวคุณทักษิณ ชินวัตร อดีตหัวหน้าพรรคไทยรักไทย จากนโยบายประชานิยมของรัฐบาลทักษิณ และกลุ่มที่เห็นว่าคุณทักษิณเป็นภัยต่อประเทศชาติ จากการใช้อำนาจที่เกินขอบเขตและข้อกล่าวหาในเรื่องการทุจริตคอร์รัปชัน นำโดยกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจนนำไปสู่การเดินขบวนประท้วงรัฐบาลทักษิณหลายครั้ง และจบลงด้วยการรัฐประหารเมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ ด้วยเหตุผลสำคัญคือป้องกันไม่ให้ความแตกแยกขัดแย้งรุนแรงจนนำไปสู่การนองเลือด แต่ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมื่อเดือนธันวาคม ๒๕๕๐ พรรคพลังประชาชน หรือพรรคไทยรักไทยเดิม ก็ได้รับคะแนนเสียงอย่างท่วมท้น โดยเฉพาะผู้แทนที่ได้รับเลือกตั้งจากประชาชนในภาคเหนือและภาคอีสานพร้อมๆ กับการกลับมาเมืองไทยของคุณทักษิณ ชินวัตร ที่ย้ำเสมอว่าจะยุติบทบาททางการเมือง ขณะที่อีกฝ่ายเชื่อว่าคุณทักษิณอยู่เบื้องหลังพรรคพลังประชาชนและการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่มาโดยตลอด เมื่อมีการจัดตั้งรัฐบาลภายใต้การนำของคุณสมัคร สุนทรเวช ประชาชนทั่วไปก็เชื่อว่าความขัดแย้งที่ทุกฝ่ายเคยมีจะหาทางสมานฉันท์กันได้ ด้วยปัญหาเศรษฐกิจที่รุมเร้าจากราคาน้ำมันและราคาข้าวของทุกชนิดถีบตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็วน่าจะทำให้ทุกฝ่ายละทิ้งความขัดแย้งทางการเมือง หันหน้ามาแก้ปัญหาเศรษฐกิจก่อนเพื่อความอยู่รอดของประเทศชาติ ดูเหมือนว่าทั้งสองฝ่ายจะพักรบ คุมเชิงกันชั่วคราว แต่เพียงไม่กี่เดือนรอยร้าวก็เริ่มปรากฏให้เห็น เมื่อผู้นำรัฐบาลใช้ท่าทีแข็งกร้าวกับฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับตน มีการยึดกุมสื่อไว้ในมือ ย้ายข้าราชการชั้นสูงหลายตำแหน่ง และล่าสุดเมื่อพรรคพลังประชาชนประกาศว่าจะเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ ก็ได้กลายเป็นชนวนและตัวเร่งปฏิกิริยาให้การเผชิญหน้าของทั้งสองฝ่ายรุนแรงขึ้น ฝ่ายที่สนับสนุนให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยเร่งด่วนอ้างว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่เป็นประชาธิปไตย มีรากมาจากรัฐประหาร ทำให้พรรคการเมืองอ่อนแอ ขณะที่ฝ่ายคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญในเวลานี้เชื่อว่า พรรคพลังประชาชนต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับที่เพิ่งผ่านการลงประชามติเพื่อเอื้อประโยชน์ให้แก่คนเพียงกลุ่มเดียว และกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญก็รวบรัดตัดตอน ไม่ฟังเสียงของประชาชน อารมณ์ความไม่พอใจของมวลชนทั้งสองฝ่ายเริ่มคุกรุ่นมากขึ้นเรื่อยๆ จากความเห็นที่สวนทางกัน ต่างฝ่ายต่างแสดงความไม่เห็นด้วยกับอีกฝ่ายผ่านสื่อต่างๆ โดยตั้งอยู่บนอคติโกรธเกลียดมากกว่าเหตุผลจนส่อเค้าว่าสถานการณ์อาจจะนำไปสู่ความรุนแรงอีกครั้งหนึ่ง แม้แต่ผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมืองที่เคยออกมาเตือนสติสังคมไทยในเวลานี้ก็ไม่มีใครยอมฟังอีกต่อไป สังคมไทยแบ่งฝักแบ่งฝ่ายอย่างชัดเจน ดร. เกษียร เตชะพีระ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผู้เฝ้าติดตามสถานการณ์การเมืองไทยด้วยความห่วงใย ได้ให้ข้อคิดที่น่าสนใจแก่ สารคดี ต่อสถานการณ์ความขัดแย้งที่กำลังเกิดขึ้นนี้ว่า เราจะฝ่าข้ามไปได้อย่างไร แสงสว่างตรงปลายอุโมงค์ของสังคมไทยยังพอมองเห็นอยู่ ความขัดแย้งในสังคมไทยขณะนี้ที่มีการแบ่งขั้วเป็นหลายฝ่าย โดยเฉพาะขั้วใหญ่สองขั้วคือขั้วที่เรียกว่าอำมาตยาธิปไตย กับขั้วที่จะเรียกว่าทุนนิยมสามานย์ อาจารย์คิดว่ามีทางไหมที่จะลดการเผชิญหน้าและหาทางออกที่ดีกว่า ไม่ว่าเราจะชอบหรือไม่ชอบ ความขัดแย้งแบบนี้จะคงอยู่กับเราไปอีกหลายปี ผมคิดว่าสิ่งที่เราควรจะเลิกคิดแต่ต้นคือจินตนาการเห็นสังคมไทยในอนาคตที่ไม่มีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ต่อให้อีก ๕ ปี ๑๐ ปีข้างหน้าระบบราชการก็ยังอยู่กับเมืองไทย บรรดาสถาบันประเพณีที่เราเคยมีมาในสังคมก็ยังคงอยู่ ในแง่กลับกันอีก ๕ ปี ๑๐ ปีข้างหน้า กลุ่มทุนใหญ่ของเมืองไทย และความพยายามของกลุ่มทุนเหล่านั้นร่วมกับคนจนคนชายขอบซึ่งเขาเดือดร้อนและเขาอยากจะเข้ามามีส่วนใช้อำนาจรัฐ ก็ยังอยู่ในเมืองไทย เขาจะได้เข้ามากุมอำนาจรัฐแบบเด็ดขาดเหมือนสมัยคุณทักษิณหรือเปล่า อันนี้ไม่แน่ แต่ว่าเขาไม่หายไปจากสังคมการเมืองไทยแน่ๆ เราเริ่มต้นแบบนี้ก่อนว่าอย่าจินตนาการเห็นสังคมไทยแบบที่ไม่มีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เราต้องอยู่ด้วยกันให้ได้…
-
สัมภาษณ์ : วริสร รักษ์พันธุ์ แห่งชุมพร คาบาน่า รีสอร์ต
หากไล่เรียงรายชื่อชายหาดงามในเมืองไทยที่รอดพ้นจากพายุการท่องเที่ยวมาได้ ชื่อหาดทุ่งวัวแล่นน่าจะติดโผเป็นหนึ่งในจำนวนหาดน้อยแห่งนั้น



















