" /> โบ๊กเกี้ย - สารคดี.คอม [ Sarakadee Magazine ]

โบ๊กเกี้ย

มกราคม 16, 2014 
2


ผลงานเขียนดีเด่นค่ายสารคดี ครั้งที่ 9
ลลิศ มุกดาลอย : เขียน
พีรัช อาชามาส : ภาพ

ตัวเครื่องของโบ๊กเกี้ยซึ่งมีอยู่ประมาณ 15 ชนิด สามารถเลือกใส่ทั้งหมดหรือตามแต่ใจชอบ

นอกเหนือจากเครื่องใส่โบ๊กเกี้ยซึ่งมีให้เลือกอยู่มากมาย เส้นบะหมี่ก็เป็นหนึ่งในพระเอกของโบ๊กเกี้ยที่นี้ ป้าสำนึกกำลังลวกเส้นบะหมี่ด้วยท่าทีแข็งขัน

โบ๊กเกี้ยหนึ่งถ้วยพร้อมเสริฟสำหรับลูกค้าทุกท่าน

ดีกรีความร้อนแรงของแสงแดดในหน้าร้อนปีนี้ทำให้คนขี้ร้อนอย่างฉันแทบคลั่ง

รู้สึกว่าหน้าร้อนปีนี้มันร้อนกว่าทุก ๆ ปี วัดจากอะไรนะหรือ การออกไปเดินกลางแดดในตอนบ่ายเป็นสิ่งที่รู้สึกถึงความทรมานอย่างยิ่งเหมือนตัวกำลังจะละลายเป็นยางมะตอยปูทับพื้นถนนให้รู้แล้วรู้รอด กิจกรรมที่จะเริ่มทำกลางแจ้งได้นั้น ก็ต้องรอจนแดดร่มลมตกถึงออกไปยืดแขนขาได้อย่างเต็มที่ และการนอนโดยที่ไม่มีแอร์เป็นสิ่งที่แทบจะเป็นไปไม่ได้แล้วในหน้าร้อนปัจจุบัน

ไม่เว้นแม้กระทั่งเรื่องปากเรื่องท้องก็ต้องใส่ใจมากเป็นพิเศษ เพราะหากไปกินของที่เกิดไม่สดและสะอาดเข้า คงจะวิ่งหาห้องน้ำเข้าแทบไม่ทัน แต่ในหน้าร้อนใช่ว่าจะมีแต่ข้อเสียซะทีเดียว ฉันในวัยเด็กมักจะรอกินน้ำแข็งใสที่มีน้ำหวานสีต่าง ๆ ให้เลือกใส่มากมายก่อนที่พ่อจะมารับกลับบ้าน

น้ำแข็งเกล็ดเย็น ๆ ราดด้วยน้ำหวานหลากสีสันเท่านี้ก็ลืมเรื่องอากาศที่ร้อน ๆ ไปเลย มันเป็นความสุขเล็ก ๆ ที่หน้าร้อนมีให้กับเรา

แต่ครั้นพอโตขึ้นของหวานไม่หยุดอยู่แค่น้ำแข็งใส, รวมมิตร ลอดช่อง เต้าทึง เฉาก๊วย สลิ่มทับทิมกรอบ ล้วนเป็นของโปรดทั้งสิ้น การตามหาร้านของหวานที่เย็น ๆ อร่อย ๆ จึงมักเป็นงานอดิเรกที่น่าโปรดปราน ประกอบกับการที่ได้เข้ามาเรียนต่อในกรุงเทพด้วย มันทำให้อดใจรอที่จะออกไปตามหาสิ่งที่ชอบกิน ไม่ไหวแล้ว

หน้าร้อนปีนี้กำลังจะผ่านพ้นไป สายฝนเริ่มโปรยปรายนำความชุ่มชื้นคืนมาอีกครั้ง

ค่ายสารคดีปีนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 9 “กล้าก้าว เข้าหาฝัน” พื้นที่ที่พวกพี่สารคดีพาพวกเราไปลงเก็บข้อมูลในพื้นที่จริง คือ ชุมชนแถบคลองสาน หลังวัดอนงคารามวรวิหาร บริเวณวัดอนงคารามนี้เป็นแหล่งชุมชนเก่าแก่มาแต่ครั้งต้นกรุงรัตนโกสินทร์ มีผู้คนอาศัยอยู่อย่างหนาแน่น ทั้งชาวจีน ชาวไทย รวมไปถึงคนมุสลิม อาศัยอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืนและสงบสุข และจัดได้ว่าเป็นชุมชนที่เจริญก้าวหน้าทางเศรษฐกิจแห่งหนึ่ง เป็นทั้งท่าเทียบเรือสินค้า และเป็นที่อยู่อาศัยพำนักของขุนนางตระกูล “บุนนาค” อันเป็นตระกูลที่มีบทบาทสำคัญยิ่งเกี่ยวข้องกับประเทศไทย และราชสำนักมาช้านาน

ตลาด เปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของชุมชน ที่ใดมีชุมชน ก็มักจะมีตลาดตั้งอยู่ไม่ใกล้นัก สิ่งของเครื่องใช้รวมไปถึงของกินที่ขาย ก็จะมีความเกี่ยวข้องกับรูปแบบวิถีชีวิตของชาวชุมชนเป็นทุนอยู่แล้ว เป็นที่ที่เราจะได้พบปะพูดคุยต่อรองราคากันสนุกสนาน และเป็นสถานที่กระจายข่าวสารของชุมชนชั้นเยี่ยมที่โทรทัศน์ยังไม่สามารถให้ได้, เร็ว แรง ลึก

ฉันจึงไม่พลาดที่จะไปทำความรู้จักกับชุมชนโดยการเดินตลาด ซึ่งตลาดของชุมชุนที่นี้ก็คือ ตลาดท่าดินแดง

ความมีชีวิตชีวาของตลาดเรามักจะพบได้ในตอนเช้าและตอนเย็น ซึ่งเป็นเวลาที่ชีวิตได้เริ่มต้นวันใหม่และใกล้จะกลับรังนอน ของที่ขายในตอนเช้ากับตอนเย็นก็จะแตกต่างกัน

ตอนเช้าจะเป็นอาหารที่ไม่หนักเกินไป น้ำเต้าหู ปาท่องโก๋ กาแฟร้อน หรือจะเป็นข้าวแกงก็ดีไม่น้อย อิ่มสบายท้อง เวลานี้เหล่าแม่ครัวจะมาหยิบจับวัตถุดิบไปปรุงอาหารได้เช่นกัน เนื้อหมูสด ๆ ผักสด ๆ

ตอนเย็นจะแตกต่างออกไป ร้านรวงตามสองข้างทางเปิดเต็มพื้นที่ อาหารตามสั่ง ผัดไท ก๋วยเตี๋ยว มีให้เลือกจนลานตาทีเดียว

สำหรับฉันตลาดเช้าดูจะเป็นสิ่งที่ไกลเกินเอื้อม เพราะกว่าหัวจะหนีจากหมอนได้ ตลาดเช้าก็อันตรธานไปเรียบร้อย ตลาดเย็นจึงเข้ามาแทนตลาดเช้าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ ณ ที่ตลาดท่าดินแดงแห่งนี้เอง ก็ทำให้ได้รู้จักร้านร้านหนึ่งอยู่ตอนกลางของตลาด ซึ่งเปิดเฉพาะเวลา 17.00 – 22.00 น. เป็นช่วงเวลาของตลาดตอนเย็น

ท่าเรือตลาดท่าดินแดงเป็นตลาดเก่าแก่ในย่านชุมชนสวนสมเด็จย่า มีผู้คนมาจับจ่ายใช้จ่ายอย่างมากมาย

ป้ายร้านโบ๊กเกี้ยท่าดินแดงเพียงหนึ่งภายในร้าน แสดงให้เห็นถึงชื่อเสียงอันเลื่องลือโดยไม่ต้องพึ่งป้ายบอกขนาดใหญ่

ป้าสมนึกเจ้าของร้านกำลังง่วนอยู่กับการทำโบ๊กเกี้ย

ภาพของคนที่เห็นกำลังกินโบ๊กเกี้ยและบรรยากาศภายในร้านที่มีคนทั้งนั่งและยืนรอต่อคิว

บรรยากาศเวลาพลบค่ำก็ยังคงเต็มไปด้วยผู้คนที่จะมาลองลิ้มชิมรสชาติของโบ๊กเกี้ยเจ้าดังที่ตนโปรดปราน

“โบ๊กเกี้ย ท่าดินแดง”

โบ๊กเกี้ย ไม่ใช่ชื่อที่คุ้นหูของคนทั่วไป หากพูดถึงคำ ๆ นี้ หลายคนอาจนึกสงสัยว่ามันคืออะไร ใช่ของกินหรือไม่ หรืออาจจะเป็นสิ่งของอะไรซักอย่าง แต่สำหรับคนที่เกิดในจังหวัดที่เต็มไปด้วยคนไทยเชื้อสายจีนอย่างนครสวรรค์ย่อมไม่แปลกใจ โบ๊กเกี้ยเป็นขนมหวานมีที่มาจากจีนแผ่นดินใหญ่ เป็นแป้งสีขาว ๆ รูปทรงคล้ายกับลอดช่อง ใส่คู่กับเครื่องต่าง ๆ มากกว่าสิบชนิด ราดน้ำเชื่อมที่มีความหอมหวาน โปะด้วยน้ำแข็งเกล็ดพอประมาณ เท่านี้ก็พร้อมรับประทาน

ตลาดท่าดินแดงมีร้านที่ขายขนมหวานโบ๊กเกี้ยเจ้าเก่าอยู่ ที่เปิดมาตั้งแต่รุ่นแม่ ส่งต่อมายังรุ่นลูกรวมกว่า 30 ปี ทำให้ฉันไม่รอช้าที่จะเข้าไปลิ้มรสความอร่อย และทำความรู้จักเพิ่มมากขึ้น

โบ๊กเกี้ยเจ้าท่าดินแดงนี้คนเยอะจริง ๆ ขนาดร้านยังไม่เปิดเต็มที่ ยังมีลูกค้าเข้ามาจดรายการไว้ และเดี๋ยวจะแวะมาเอา ซึ่งแต่ละลูกค้าแต่คนสั่งไม่ใช่แค่คนละถุงสองถุง แต่สั่งทีห้าถุงสิบถุง ทำให้เกิดความเกรงใจว่าอาจจะไปรบกวนมากเกินไป

“ได้เลยจ๊ะ คุยไปด้วยขายไปด้วยสะดวกจ๊ะ” ฉันรู้สึกผ่อนคลายขึ้น แต่ความเกรงใจยังเหลืออยู่หลังจากที่เจ้าของร้านพูด

“ไม่เป็นไรอย่างนี้สะดวกกว่า เพราะยังไงก็ยุ่งตลอดคุยไปอย่างนี้ดีกว่า” เจ้าของร้านย้ำอีกรอบ ทำให้ฉันรู้สึกผ่อนคลายและเริ่มต้นบทสนทนา

เจ้าของร้าน หรือ น้าสมนึก ครองครรชิต เป็นคนจีนแต้จิ๋วเจ้าของร้านโบ๊กเกี้ยเก่าแก่ในตลาดท่าดินแดง ขายมาเป็นระยะเวลากว่าสามสิบปี ขายทุกวัน จะหยุดก็คือรับงานนอกสถานที่หรือพักผ่อน น้าสมนึกยังเล่าอีกว่ารับสืบทอดกิจกรรมมาจากพี่สาว โดยที่พี่สาวก็รับมาจากแม่อีกที

“ก็ตั้งแต่พี่สาวออกเรือนไปก็รับมาทำต่อเพราะตอนที่แม่หรือพี่สาวทำตัวเองก็เป็นลูกมือช่วยตลอด” น้าสมนึกพูดโดยขณะที่มือทั้งสองหยิบจับขนมใส่ถุง ฉันเชื่อแล้วว่าน้าแกสามารถทำได้อย่างเป็นธรรมชาติถึงแม้จะสนทนากับฉันอยู่ก็ตาม

น้าสมนึกแกบอกว่าเดิมทีขนมโบ๊กเกี้ยเป็นขนมของชาวจีนไหหลำ ซึ่งแม่น้าสมนึกได้นำมาแล้วปรับปรุงให้ดีกว่าเดิม

“น้าเป็นคนจีนแต้จิ๋วแต่ขนมเป็นของจีนไหหลำ” เป็นเหตุผลที่ทำให้โบ๊กเกี้ยเจ้านี้ แตกต่างจากที่อื่นหรือแม้แต่นครสวรรค์บ้านเกิดฉัน เพราะมีเส้นบะหมี่ผสมรวมอยู่ด้วย ซึ่งเดิมทีเส้นบะหมี่เป็นของชาวจีนแต้จิ๋ว และที่พิเศษคือ บะหมี่เป็นของคาวแต่นำมาใส่ในของหวาน แสดงให้เห็นถึงการผสมผสานประยุกต์และความคิดสร้างสรรค์ของคนจีน เพื่อรสชาติที่ถูกปากทุกคน

บะหมี่จะผ่านการลวกจนสุกพอดีไม่นิ่มหรือแข็งจนเกินไป เมื่อได้ความสุกที่พอดีก็นำขึ้นมาใส่ในน้ำที่เย็นจัด เพื่อหยุดความสุก สีเหลืองสวยงามกำลังดีเส้นที่ได้มีความหนึบหนับน่ารับประทาน

และสิ่งที่ทำให้ขนมหวานเจ้าท่าดินแดงโดดเด่นอยู่ตรงที่เครื่องเคียงที่ผสมรวมกับเจ้าโบ๊กเกี้ยและบะหมี่ มีให้เลือกถึง 15 อย่าง ประกอบด้วย เฉาก๋วย ข้าวโพด ถั่วแดง แห้วเชื่อม ขนุน เม็ดบัว ข้าวเหนียวสามเหลี่ยม วุ้น มะพร้าวเผา ลูกชิด และมะเขือเทศเชื่อม

ในส่วนของตัวแป้งโบ๊กเกี้ยที่เป็นพระเอกนั้นทำมาจากแป้งมันและแป้งข้าวเจ้านำมาผสมกัน ผ่านการนวดและคลึงจนได้ที่ก่อนจะนำไปปั้นให้มีลักษณะเฉพาะของโบ๊กเกี้ยคือ หัวและปลายแหลม คล้ายกับตัวเส้นลอดช่องสิงคโปร์แต่ความหนากลับไปคล้ายกับลอดช่องไทยของบ้านเราเพียงแต่จะมีสีขาวขุ่นซึ่งแตกต่างจากตัวลอดช่องทั้งสองชนิดที่มีสีเขียว

“ของทุกอย่างเราเชื่อมเองหมด แป้งก็ทำใหม่ทุกวันตื่นมาทำตั้งแต่ตีสามตีสี่” น้าพูดด้วยรอยยิ้ม ยืนยันความโดนเด่นและจุดแข็งของร้าน

แสงอาทิตย์ลาลับ แสงจันทร์ทำงาน ผู้คนพลุกพล่านทั้งภายในและภายนอกร้าน ทั้งคนสั่งกินที่ร้านและสั่งกลับบ้าน ส่วนฉันสั่งไปหนึ่งถ้วยแบบใส่ทุกอย่าง ร้านนี้ถึงแม้ว่าคนจะเยอะมากแต่วิธีการจัดการกับออเดอร์ที่มากมายไม่ใช่ปัญหาซักเท่าไร ไม่ว่าจะสั่งกลับบ้านหรือกินที่ร้านก็ต้องจดใส่กระดาษไว้ตามคิว อาจต้องรอนิดหน่อยแต่ไม่นานแน่นอน

ไม่ผิดหวังจริง ๆ ของทุกอย่างสด ๆ ความเหนียวของเส้นบะหมี่เข้ากันได้อย่างลงตัวกับเครื่องอีกกว่าสิบชนิด เจ้าโบ๊กเกี้ยให้ความหนึบหนับไม่เสียอรรถรสในการเคี้ยวแม้แต่น้อย แต่ที่ผมสะดุดคือ น้ำเชื่อม หอมหวานกำลังดีเป็นที่สุด ถึงตรงนี้ผมไม่แปลกใจแล้วว่าทำไมร้านนี้คนถึงรอซื้อเยอะแยะขนาดนี้

คนที่สั่งซื้อกลับบ้านก็ไม่ต้องกลัวว่าน้ำแข็งจะละลายเร็ว เพราะทางร้านใช้กระดาษหนังสือพิมพ์ห่อทับอีกชั้น เป็นวิธีเก็บความเย็นที่สร้างสรรค์

ความพิถีพิถันใส่ใจและให้ความสำคัญกับขนมหวานทุกถ้วยคือ เคล็บลับ

ชุมชนแถบคลองสานในอดีตมีความหลากหลายทางชาติพันธุ์ ไทย จีน มุสลิม อาศัยอยู่ร่วมกันอย่างสันติ แต่ ณ ปัจจุบัน คนไทยเชื้อสายจีน คือประชากรส่วนใหญ่ที่ยังอาศัยอยู่ในพื้นที่ ทำให้ตลาดท่าดินแดงมีกลิ่นอายของความเป็นจีนตลอดรายทาง

ยิ่งดึกลูกค้ายิ่งเพิ่ม

ขายมาตั้งแต่ราคาถ้วยละ 15 บาท จนปัจจุบันถ้วยละ 25 บาท

“แล้วถ้าน้าสมนึกเลิกทำแล้วจะมีใครทำต่อไหม” ฉันถามด้วยความสงสัยและกลัวว่าความอร่อยจะหายไป

“มี ๆ มีหลานมาทำต่อแล้ว” มือทั้งสองยังหยิบขนมใส่ถุงไม่หยุด แต่ใบหน้าน้าสมนึกเต็มไปด้วยรอยยิ้ม

ความเป็นดั้งเดิมของขนมไหหลำผสมผสานกับเส้นหมี่ของจีนแต้จิ๋วเพิ่มเครื่องให้เข้ากับรสชาติในแบบของคนไทย จนออกมาเป็นโบ๊กเกี้ยหนึ่งถ้วย ขนมที่หลอมรวมสามวัฒนธรรมเข้าไว้ด้วยกัน

ถึงแม้ขนมหวานใส่น้ำแข็งเกล็ดจะเหมาะกับการกินในหน้าร้อนเป็นที่สุด แต่สายฝนที่โปรยปรายต้อนรับฤดูฝนก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคแต่อย่างใด เพราะ

ถึงแม้กายจะไม่ร้อน แต่ยามที่จิตใจลุ่มร้อนขนมหวานใส่น้ำแข็งเกล็ดเย็น ๆ ก็ทำหน้าที่ดับร้อนได้อย่างชะงัก

 

ขอขอบคุณ
น้าสมนึก ครองครรชิต ชาวจีนแต้จิ๋ว เจ้าของร้านโบ๊กเกี้ยเจ้าเก่าท่าดินแดง (ผู้ให้ข้อมูล)




ผู้ดูแล และลงข้อมูลประจำเวบไซต์ sarakadee.com








ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.