เตียฮะกี : ร้านที่บาง(คนไม่)รัก

กรกฎาคม 13, 2016 
0


ผลงานจากค่ายสารคดีครั้งที่ 12
งานภาพดีเด่น
เรื่อง : วรัญญา เชาว์สุโข

ภาพ : ปัญญวัฒน์ เอื้ออิฐผล

ห้องแถวไม้โบราณขนาดห้าคนยืนเรียงเบียด ทว่าสะอาดสะอ้าน ใกล้กันกับกรงไก่ลวดผูกสีเขียวที่ตั้งอยู่หน้าร้าน คือป้ายอาสาสมัครสาธารณสุขประจำชุมชน บอกถึงสถานะทั้งสองของหญิงสูงวัยเจ้าของร้านเตียฮะกี ร้านขายไก่(เชือด)สด หนึ่งในสองร้านสุดท้ายแห่งย่านบางรัก

บนฝาผนังไม้เก่า ใกล้กันกับภาพบูชาบรรพบุรุษมีนาฬิกาลูกตุ้มโบราณเรือนใหญ่แขวนอยู่ สินค้านำเข้าจากต่างประเทศ ที่ ณ ขณะนั้น มีวางขายเพียงแห่งเดียวในประเทศไทย อาจช่วยบ่งบอกได้ว่า ครั้งหนึ่งธุรกิจนี้เคยสร้างรายได้ ให้อย่างเป็นกอบเป็นกำ

bangrak01

อาม่ากำลังอธิบายถึงเรื่องราวประสบการณ์ชีวิตทั้งหมดที่ผ่านมา

bangrak02

เตียฮะกี่ร้านขายไก่สดย่านบางรัก

อาชีพที่ทำเพราะรัก(ครอบครัว)

“โอ้ย โตมาก็เห็นไก่แล้ว” อาม่าตอบเมื่อเราถามถึงอายุของร้าน

“สมัยนั้นเมื่อห้าสิบกว่าปีก่อนการบินไทยเขาเปิด คนแถวนี้ไปเป็นแอร์โฮสเตสกันก็หลายคนอยู่ ม๊าก็เคยไปสมัครกับเขา แต่เป็นกราวด์นะ ไชน่าแอร์ไลน์ของไต้หวัน ตอนนั้นพูดได้ทั้งภาษา(จีน)กลาง กวางตุ้ง อังกฤษก็พอได้ เขารับด้วย แต่แม่ไม่ให้ทำ” อาม่าเจ้าของร้านเตียฮะกีรุ่นที่ 3 เล่าถึงความใฝ่ฝันในอาชีพการงานเมื่อครั้งยังเป็นสาวรุ่น

ชื่อ ‘เตียฮะกี’ มีคำหน้ามาจากแซ่เตีย ซึ่งมีความหมายถึงทุกคนในครอบครัว คำว่า ‘ฮะ’ ตัวกลางหมายถึงความชอบ ความรัก ดูเหมือนจะเป็นชื่อที่ถูกตั้ง ด้วยความตั้งใจ จะให้ที่นี่เป็นศูนย์รวมความรักของทุกคนในบ้าน

“เคยคิดจะไปเรียนต่อเมืองนอกด้วยนะตอนนั้น แต่แม่ไม่ให้ก็ไม่ไป ตอนนั้นพ่อเสีย แม่มีน้องๆต้องดู เราอยู่กันแบบครอบครัวใหญ่หน่ะ ข้าวก็กินพร้อมกัน แม่สอนว่าเป็นพี่ต้องดูแลน้อง เราเป็นพี่คนโตอย่างไรเราก็ต้องช่วย” อาม่าตอบเรากลับมาด้วยน้ำเสียงเปี่ยมไปด้วยความภาคภูมิใจ

เพราะหากพูดถึงงานในฝัน ‘อาชีพค้าขายไก่สด’ คงเป็นอาชีพที่ดูห่างไกลจากคำว่าน่ารักน่าทำในสายตาของสาวๆไม่ว่าสมัยไหนอยู่มากนัก แต่เหตุผลเพียงข้อเดียวก็ทำให้หญิงสาวตัดสินใจเด็ดขาดที่จะตอบปฏิเสธงานในฝัน และเลือกกลับมาเป็นความหวังให้กับ ร้านเตียฮะกี ‘เพราะที่นี่คือกิจการของครอบครัว’

bangrak03

ตาชั่งและราคาไก่

bangrak04

ไก่ในกรงที่รอคนมาเลือกไป

ความรู้เพียงไก่กา ยังไม่พอ

กว่าจะมาขายไก่ได้ ความรู้แค่เพียงไก่กานั้นคงไม่พอ และถึงจะเป็นความรู้แค่เพียงเรื่องไก่ไก่นั้น ก็ใช่ว่าจะเรียนรู้จดจำกันได้ง่ายๆในเวลาไม่กี่วัน “ม๊าพูดให้เธอไม่ถูกหรอก การเรียนรู้ไม่ใช่จะบอกให้ใครรู้ได้ในวันเดียว อยากรู้ต้องเรียนรู้ด้วยตัวเอง บางทีลูกเขายังไม่เข้าใจเลย อยู่กับไก่มาตั้งแต่เกิดยังไม่เข้าใจเลย” หญิงสูงวัยผู้ที่โตมากับไก่อธิบายด้วยน้ำเสียงตัดพ้อ

ความสะอาด รสชาด ของไก่ เริ่มต้นกันตั้งแต่ตอนที่คัดเลือกสายพันธุ์ ไก่เลี้ยงที่นิยมนำมาเป็นอาหารกันนั้น มีหลายสายพันธุ์ ทั้งไก่บ้าน(ไก่เมือง) ซึ่งเป็นไก่ที่กินอร่อยเพราะหอมและเนื้อแน่นกว่า ไม่ติดมันมาก เนื่องจากเป็นไก่ที่อยู่ในสภาพแวดล้อมเปิด คล้ายกับไก่ป่า อาม่าเล่าเสริมพร้อมทำท่าไก่กำลังปีนต้นไม้ ไก่สายพันธุ์นี้จึงแข็งแรงและมีกล้ามเนื้อมากกว่าส่วนติดมัน แม้ตัวจะผอมกว่าแต่ก็เป็นที่ต้องการของตลาดและขายได้ในราคาสูงเสมอ ตรงกันข้ามกับไก่เนื้อหรือไก่เหลือง ซึ่งเป็นไก่ที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเลี้ยงในระบบอุตสาหกรรมอาหาร เป็นไก่โตไว เนื้อเยอะ แต่รสชาติและความหอมนั้นเทียบไก่เลี้ยงไม่ได้

เคล็ดวิธีการเลือกไก่ของอาม่าคือ “เวลาเลือกไก่ ถ้าเขาบอกว่าจะเอาไปตุ๋นเราก็ต้องเลือกตัวที่ผอมๆ มันน้อยๆ เวลาที่เขาเอาไปตุ๋น มันของไก่จะได้ไม่ออกมามาก น้ำจะได้ไม่ขุ่น แต่ถ้าเขาจะเอาไปไหว้หรือเอาไปต้ม ก็ให้เลือกตัวที่อวบๆให้เขาไป”

ไก่ที่ร้านเตียฮะกีรับมาขาย คือ ‘ไก่พันธุ์สามสาย’ ลูกผสมระหว่างแม่ไก่ตัวเมียลูกผสมโร๊ดไอแลนด์และบาร์พลีมัธร๊อค กับพ่อไก่สายพันธุ์เซี่ยงไฮ้ ซึ่งกรมปศุสัตว์ทำการวิจัยผสมพันธุ์ขึ้นมาเพื่อให้มีคุณสมบัติเหมาะสมจะเป็นไก่สำหรับเลี้ยงเป็นอาหาร โตเร็ว ลูกดก เนื้อหน้าอกแน่น และเมื่อนำไปผสมกับพันธุ์พื้นเมืองยังให้ลูกผสมสี่สายพันธุ์ที่มีลักษณะและคุณภาพเนื้อทัดเทียมใกล้เคียงกับไก่พื้นเมือง ซึ่งร้านเตียฮะกีรับมาจากฟาร์มเลี้ยงย่านคลองเตย ที่กำลังลดขนาดและกำลังการเลี้ยงอยู่เช่นกัน เพราะปัจจุบันอุตสาหกรรมไก่กลายเป็นอุตสาหกรรมใหญ่(มาก) ลูกไก่นับหมื่นนับแสนตัวถูกเรียงเข้าสายพานขึ้นมาบนรางเลี้ยง ถูกป้อนด้วยอาหารสัตว์หลายพันตันในทุกๆวัน และจะถูกลำเลียงลงมาจากชั้น ย้ายไปสู่โรงฆ่าสัตว์ระบบอุตสาหกรรมเมื่อถึงเวลาที่กำหนด การทำเป็นระบบแบบนี้จะช่วยลดตนทุนการเลี้ยงลงได้มาก เพื่อให้ผลิตไก่ให้เพียงพอต่อความต้องการบริโภคในราคาที่ถูกลง เมื่อส่วนต่างของไก่ถูกชำแหละคัดสรรแยกออกตามความต้องการของผู้ซื้อ ก็ยากยิ่งนักที่จะกลับไปสืบเสาะให้รู้ว่า ปีกนี้มาจากไก่ตัวไหน สายพันธุ์อะไร และถูกเลี้ยงมาอย่างไร

มากกว่าความรู้ที่เกี่ยวกับไก่ อาม่าในวัยสาวยังต้องเรียนรู้เรื่องการ ‘ทำ’ ไก่ ส่วนสำคัญที่ต้องอาศัยทั้งความกล้า การฝึกฝนจนเชี่ยวชาญและความใส่ใจของคนที่จะ ‘ทำ’ ซึ่งระดับความน่ารับประทานของเนื้อไก่ ก็จะขึ้นอยู่กับขั้นตอนเหล่านี้เป็นสำคัญ

“ก็เชือดคอ มีมีดเฉพาะของการเชือด แล้วก็ต้มน้ำ ลวกเอาขนออกให้หมด ชำแหละเอาเครื่องในออกมาทำความสะอาด มีคนงานทำให้ ม๊าทำไม่เป็นหรอก ถ้า ‘ทำ’ เสร็จหน้าตาก็จะเหมือนไก่ที่หนูเคยเห็นกันในตลาดนั่นแหละ ใช้มีดเล็กตัด มีดสับเวลาติดกระดูก ก็มีดอีโต้หนะแหละ” สุภาพสตรีร่างบางอธิบายถึงเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นเป็นประจำที่หลังร้าน

อาม่าย้อนอดีตให้ฟังว่า แต่ก่อนแบกะดินขายกันริมถนนเลย แม่บ้านครอบครัวเศรษฐีก็จะเดินหิ้วตะกร้าเปล่ามาซื้อไก่เอง ส่วนใหญ่ก็จะเลือกซื้อแบบเป็นๆกลับไป ‘ทำ’ เอง เพราะกังวลว่าคนอื่นทำแล้วจะไม่สะอาด ไม่ดีเท่า

นอกจากแม่บ้านฐานะดีแล้ว ลูกค้าอีกหนึ่งคนสำคัญของร้านค้าไก่สด ไม่ว่าจะย่านไหน คือชาวมุสลิม เนื่องจากข้อปฏิบัติที่เคร่งครัดตามหลักศาสนา ชาวมุสลิมจึงจะเลือกซื้อเฉพาะไก่ ที่เชือดเองหรือเชือดด้วยมือของผู้นับถือศาสนาเดียวกันเท่านั้น ความสำคัญข้อนี้ส่งผลให้แม้ในปัจจุบันไก่จะถูกพัฒนาเข้าไปสู่ระบบอุตสาหกรรมอาหารขนาดใหญ่แค่ไหนแล้วก็ตาม ขั้นตอนแรกของการปลิดชีวิตไก่ ก็ยังจำเป็นต้องผ่านมือและบทสวดของผู้นับถือศาสนาอิสลามก่อน ทุกครั้ง ทุกตัว

bangrak06

พ่อครัวประจำร้านกำลังเตรียมไก่ให้ลูกค้า

วิกฤตการณ์ไข่หวัดไก่

“ช่วงนั้นมันช่วงใกล้ๆตรุษจีนด้วยนะถ้าจำไม่ผิด ตอนนั้นวิกฤตที่สุดคือ สั่งไก่มาแล้วเตรียมขาย แต่คนเขาก็ไม่มาซื้ออะ แรกๆก็เอ๊! ทำไมไก่มันตายตัวสองตัว อีกหลายวัน มันตายไปสี่ห้าตัว แล้วข่าวก็ออกมาพรรคพวกก็บอก เอ้ย มันมีไข้หวัดนกนะ หยุดขายกันไปเป็นเดือนเลย แต่หลังจากข่าวสงบ ก็ขายน้อยลงกว่าก่อนนะ ลูกค้าหายไปเศษสองส่วนสามเลย เดี๋ยวนี้ก็น้อยเรื่อยๆ บางคนตรุษจีนเขาเคยซื้อ สิบตัวยี่สิบตัวก็ซื้อน้อยลง บางเจ้าก็เลิกซื้อไปเลย เขาไม่ใช้ไก่แล้วใช้ผลไม้แทน” อาม่าเล่าถึงจุดพลิกผันของวงการไก่

“ตอนเด็กๆเค้าเรียกว่าโรคห่า ห่าไก่หน่ะ แต่คือไก่มันจะถ่ายออกมาเป็นมูลขาวๆแต่มันก็ไม่ถึงกับตายนะ ยังไม่ตายเยอะเท่าไหร่ มันประปราย เลยไม่เป็นข่าว”

ก่อนหน้าที่จะมีกระแสครึกโครมของโรคระบาดในสัตว์ปีกที่ติดต่อมาถึงคนได้อย่างโรคไข้หวัดนก โรคระบาดในไก่ที่เจ้าของร้านหรือเจ้าของฟาร์มเลี้ยงไก่ต้องคอยระแวดระวังเสมอ คือโรคขี้ขาว หรือโรคห่าไก่ ฟังจากชื่อโรคที่ขึ้นต้นด้วยคำว่า ‘ห่า’ ก็ทำให้รู้ว่าคงมีการระบาดและคร่าชีวิตไก่ไปมากอยู่พอตัว ตามชื่อโรค โรคนี้สามารถสังเกตอาการได้ง่ายๆคือไก่จะถ่ายออกมาเป็นมูลสีขาวๆ ซึ่งโดยปกติแล้วมูลไก่จะต้องเป็นสีเดียวกับอาหารที่ให้และอาจจะมีสีขาวปนนิดหน่อยแต่ไม่มาก แต่ถ้าเป็นสีน้ำตาลให้สงสัยไว้ว่าเจ้าไก่อาจจะกำลังติดโรคบิด ซึ่งทำให้ลำไส้ไก่อักเสบจึงมีเลือดออกมาทำให้ถ่ายเป็นสีน้ำตาลหรือดำ ถ้าเป็นสีเขียวก็ควรสังเกตไว้เช่นกัน เพราะสีเขียวเป็นสีของน้ำดี เวลาท้องเสียแล้วถ่ายเป็นสีเขียวๆ คือ น้ำดีที่ตับผลิตมาช่วยทำให้ไขมันแตกตัวยังเหลืออยู่ในกระเพาะเพราะกระเพาะว่างเปล่ามาก ไม่ใช่เพราะกินผักมากไปแต่อย่างใด ไม่ว่าคนหรือไก่ถ้าพบเห็นอาการถ่ายสีเขียวๆอย่างนี้ ก็ควรรีบพาตัวไปพบแพทย์เช่นกัน

“ถ้าสมมติไปเทียบกับคุณ ดูหงอยๆมันก็ไม่สบายใช่มั้ย ท่าทางซึมๆอย่างเงี้ยมันก็ไม่สบาย ต้องเป็นไก่คึกหน่อย ตาแป๋วๆ คือมันไม่ซึม เหมือนคนหน่ะ เวลาเหมือนคนก็ไม่สบายมันก็ซึมๆใช่ไหมหละ? เราทำอาชีพนี้ ถึงไม่ถูกใจก็ต้องทำด้วยความจริงใจถูกไหม เราทำอะไรชีพอะไรก็แล้วแต่ เราก็ต้องให้ความจริงใจกับเขา ไม่ใช่สักว่าทำให้มันหมดไปวันๆ” หญิงชราที่แทนตัวเองว่าม๊าทุกคำเสริม

bangrak07

เสร็จหมดแล้วก็เอามาวางไว้หน้าร้านรอลูกค้า

bangrak08

ไก่ทั้งตัวถูกล้างจนสะอาดและแยกใส่ถุงอย่างเป็นระเบียบ

bangrak05

อาม่าหยิบไก่ที่ลูกค้าเลือกขึ้นมาเพื่อนำไปจัดการในครัว

ธุระไก่ในปัจจุบัน

แต่ก่อนขายตัวละเท่าไหร่ ?
“จำได้ว่าตัวนึง สิบบาทถึงหรือเปล่าไม่รู้นะ”

แล้วตอนนี้ ?
“ก็ตัวละร้อยกว่าบาท”

ในระยะเวลาที่ผ่านราคาไก่จากตัวละไม่ถึงสิบบาทเป็นเหยียบเลยร้อย มีหลายสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปมากกว่าเพียงแค่ตัวเลขของราคา

“ขายน้อยลงเยอะ ก่อนนี้สั่งมากันวันละสี่สิบห้าสิบตัว ช่วงตรุษจีนนี่ก็เหยียบๆร้อยเลยนะ พวกไก่หนุ่มตัวผู้ จะขันกันตอนเช้า หลายสิบปีก่อนนะมีให้ได้ยิน ‘เอ้กอีเอ้กเอ้ก’ กันตลอดซอย พักหลังนี่ก็หายๆกันไป ทีละเจ้าสองเจ้า มันคงจะหมดยุคของไก่ประเภทนี้แล้ว เด็กรุ่นใหม่ๆเขาก็ไปซื้อที่ห้างกันเนาะ เอาของสะดวก ไม่ก็พวกเคเอฟซงเคเอฟซี อะไรอย่างนั้น” เจ้าของร้านไก่ที่เปิดอยู่ใกล้กับโรบินสันกล่าว

หากเทียบกับสมัยก่อนที่น้ำกะทิก็ยังต้องคั้นกันจนได้เหงื่อ และกว่าจะสรรหามะพร้าวหัวกะทิมานั้นก็ไม่ใช่ง่าย ขั้นตอนกว่าจะออกมาเป็นแกงหรือขนมสักถ้วยจึงต้องใส่ใจและให้เวลากันเป็นวันๆ อาหารจึงไม่เป็นแค่เพียงเครื่องประทังชีพ แต่เป็นยาบำรุงของทั้งร่างกายและจิตใจ จนกระทั่งนวัตกรรมและเทคโนโลยีพัฒนา อาหารหลายจานถูกย้ายจากก้นครัวเข้าไปสู่ระบบอุตสาหกรรม กะทิคั้นพัฒนามาเป็นกะทิกล่อง น้ำเต้าหู้กลายเป็นผงบรรจุลงซอง หากอยากรับประทาน ‘แค่เทน้ำร้อนก็เสร็จแล้ว’

ความเข้าใจในตอนแรกเราคิดว่าคนที่มาซื้อไก่ตามร้านไก่สดอย่างนี้น่าจะเป็นร้านอาหารหรือภัตตาคารชื่อดัง จนกระทั่งเราเห็นแม่บ้านสาวใหญ่ชาวจีน เดินมาที่หน้าร้าน “ไม่หรอก คนซื้อส่วนใหญ่หน่ะเป็นแม่บ้าน แต่ก่อนเขาใส่ใจอะไรๆก็ต้องทำเอง แม่บ้านคนจีนหน่ะ ละแวกนี้นะมีคนแต้จิ๋ว กวางตุ้ง อยู่เยอะ ตรงร้านขาหมู(ตรอกซุง)หน่ะเคยเป็นแฟลต ของคนจีน เป็นห้องให้เช่า ก็อยู่กันแบบนั้น เขาก็ซื้อกลับไปทำกินกัน แต่เดี๋ยวนี้เขาก็เลือกเอาที่ความสะดวกมากกว่า” อาม่าหันมาบอกเราเป็นภาษาไทย จะกินอะไรก็ต้องรู้ที่มาที่ไป แต่ก่อนเขาถึงเลือกที่จะทำกินเองให้มากขึ้นตอนที่สุดเท่าที่จะทำได้ อาจจะไม่สะดวกและรวดเร็วเท่า แต่รสชาดและสุขภาพที่มากับอาหารนั้นก็แตกต่างกันชนิดคนเคยกินอาหารทำมือนั้นคงจะเข้าใจได้

ขณะที่เทคโนโลยีพัฒนา แต่ทว่าระดับความใส่ใจในสุขภาพที่ถูกยกมาพร้อมกับจานอาหารกลับถดถอย ความสะดวกสบายตรงเข้ามาแทนที่ ทำให้เราเริ่มกินอะไรก็ได้กัน มากขึ้นโดยไม่ทันสังเกตว่าเมื่อก่อนเราเคยมีเวลาให้อาหารซึ่งคือชีวิตของเรากันมากกว่านี้ น่าคิดนะ ว่าถ้าเราไม่สบายแล้วเพื่อนซื้อ ‘โจ๊กซอง’ มาฝาก เราจะรู้สึกอย่างไรกัน

และแม้ว่าความใส่ใจจะเป็นคุณค่าที่ประเมินไม่ได้ แต่ที่ร้านนี้มีขายในราคาเพียงกิโลกรัมละ 140 บาท

เกร็ดไก่ๆ

คุณเคยมีปัญหากับหนังไก่ไหม? ขนเส้นเล็กขาวๆที่มักจะหลงเหลืออยู่จนทำให้ความน่ากินนี่ลดระดับลงฮวบ ขั้นตอนการขจัดขนไปให้พ้นจากตัวไก่ วิธีที่ร้านและคุณแม่บ้านบางบ้านยังนิยมทำกันมีหลักๆอยู่ 2 วิธี คือหนึ่ง ใช้ไฟอ่อนๆลนเผา ให้ขนค่อยๆไหม้ไป จะเลือกใช้กับไก่ที่จะนำไปย่าง หรือทอด เพราะวิธีนี้จะทำให้หนังไก้ติดสีไหม้ หากน้ำไปต้มก็จะดูไม่ขาวนวลน่ารับประทาน อีกวิธีหนึ่งคือ ตะไคร้ พืชที่หาได้ง่ายๆใกล้ครัวหลังบ้าน (ในสมัยก่อน) ขยำกำใบตะไคร้เบาๆให้ได้ หนึ่งกำมือ แล้วนำไปขัด-ถูให้ทั่วตัวไก่ ล้างตามด้วยน้ำสะอาด คมใบตะไคร้จะช่วยขจัดขนเล็กๆให้หลุดไปจากหนังขาวๆของไก่ และยังช่วยทำให้ไก่ตัวหอม ลดกลิ่นคาวไปด้วย

banner-camp-12-for-web

ผีสางเทวดา  เกร็ดเรื่องราวความเชื่อผีสาง เทวดา ในวัฒนธรรมไทยแต่อดีต มีตอนหนึ่งใน “ตำนาน” พระราชประวัติ “พระองค์ดำ” สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ที่คนทั่วไปจำกันได้ดี คือเมื่อครั้งยังทรงพระเยาว์และต้องตกไปเป็นองค์ประกัน (ตัวประกัน) ที่กรุงหงสาวดี หลังสงครามเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 1
พรไพลิน จิระอดุลย์วงค์ งานเขียนจากคอร์สเขียนสารคดีกับมืออาชีพ “สมัยก่อนก็ส่งของอยู่สำเพ็ง อยู่จักรวรรดิ ส่งเสื้อผ้า ถ้วยชาม เครื่องเคลือบ กระทะ กะละมัง ส่งไปทุกจังหวัด ก็เราเป็นลูกจ้างเขา...” น้ำเสียงเล่าเรื่องราวอย่างง่ายๆ ถึงอาชีพในสมัยเด็กถูกบอกเล่าผ่านชายชราที่บัดนี้มีผมขาวแกมดำแตกต่างจากเมื่อ 20
หัวตะเข้ เขตลาดกระบัง ชุมชนริมน้ำย่านชานกรุงเทพฯ เป็นพื้นที่เก็บข้อมูลเรียนรู้สร้าง “งานชิ้นแรก” ของค่ายสารคดี ครั้งที่ 13 จาก 25 นักเขียน 25 ช่างภาพ จับคู่กันสร้างสรรค์ผลงานคู่ละเรื่อง ต่อจากนี้คือผลงานผ่านคมเลนส์และปลายปากกาของผู้ได้ชื่อว่าเป็นคลื่นลูกใหม่แห่งค่าย



ผู้ดูแล และลงข้อมูลประจำเวบไซต์ sarakadee.com








ใส่ความเห็น

อีเมล์ของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

ผีสางเทวดา  เกร็ดเรื่องราวความเชื่อผีสาง เทวดา ในวัฒนธรรมไทยแต่อดีต มีตอนหนึ่งใน “ตำนาน” พระราชประวัติ “พระองค์ดำ” สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ที่คนทั่วไปจำกันได้ดี คือเมื่อครั้งยังทรงพระเยาว์และต้องตกไปเป็นองค์ประกัน (ตัวประกัน) ที่กรุงหงสาวดี หลังสงครามเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 1
พรไพลิน จิระอดุลย์วงค์ งานเขียนจากคอร์สเขียนสารคดีกับมืออาชีพ “สมัยก่อนก็ส่งของอยู่สำเพ็ง อยู่จักรวรรดิ ส่งเสื้อผ้า ถ้วยชาม เครื่องเคลือบ กระทะ กะละมัง ส่งไปทุกจังหวัด ก็เราเป็นลูกจ้างเขา...” น้ำเสียงเล่าเรื่องราวอย่างง่ายๆ ถึงอาชีพในสมัยเด็กถูกบอกเล่าผ่านชายชราที่บัดนี้มีผมขาวแกมดำแตกต่างจากเมื่อ 20
หัวตะเข้ เขตลาดกระบัง ชุมชนริมน้ำย่านชานกรุงเทพฯ เป็นพื้นที่เก็บข้อมูลเรียนรู้สร้าง “งานชิ้นแรก” ของค่ายสารคดี ครั้งที่ 13 จาก 25 นักเขียน 25 ช่างภาพ จับคู่กันสร้างสรรค์ผลงานคู่ละเรื่อง ต่อจากนี้คือผลงานผ่านคมเลนส์และปลายปากกาของผู้ได้ชื่อว่าเป็นคลื่นลูกใหม่แห่งค่าย