บูชาพระราหู - สารคดี.คอม [ Sarakadee Magazine ]

บูชาพระราหู

กันยายน 2, 2017 
0


ผีสางเทวดา  เกร็ดเรื่องราวความเชื่อผีสาง เทวดา ในวัฒนธรรมไทยแต่อดีต


OLYMPUS DIGITAL CAMERA

เมื่อมีดวงดาวย้ายราศี แบบธรรมเนียมราชสำนักสยามก็ต้องตั้งพิธีพราหมณ์บวงสรวง ส่ง-รับเทวดานพเคราะห์แต่ละองค์ ทั้งที่ย้ายออกไปและองค์ใหม่ที่เข้ามา “เสวยอายุ” พระบรมวงศานุวงศ์พระองค์นั้นๆ แต่นี่เป็นเรื่องของ “เจ้านาย” สมัยก่อนเท่านั้น เพิ่งจะมาช่วง 10 ปีหลังนี้เองที่มี “เจ้าสำนัก” บางท่านเริ่มเผยแพร่คติความเชื่อเรื่องการบูชาพระราหู-หนึ่งในเทวดานพเคราะห์ผู้เป็นเทพฝ่ายบาปเคราะห์-กันอย่างเอาจริงเอาจัง

ตามคัมภีร์โบราณของแขก พระราหูเป็นหนึ่งในเทวดานพเคราะห์ และเป็น “เงาดำ” คอยตามราวีพระอาทิตย์พระจันทร์ ตำนานนี้เท้าความไปถึงเรื่องนารายณ์สิบปางตอนหนึ่งเมื่อเหล่าเทวดาไปหลอกล่อชักชวนพวกอสูรให้มาช่วยกวนเกษียรสมุทร แต่แล้วเมื่อได้น้ำอมฤตมา กลับกีดกันอสูรไม่ให้ได้ดื่มน้ำอมฤตนั้น พระราหูซึ่งเป็นอสูรตนหนึ่งรู้ทัน แอบมาต่อแถวเทวดาเข้าคิวดื่มน้ำอมฤตด้วย พระอาทิตย์พระจันทร์เห็นเข้าก็โวยวาย พระนารายณ์เลยขว้างจักรใส่พระราหูจนตัวขาดสองท่อน แต่เนื่องจากได้ดื่มน้ำอมฤตไปแล้ว พระราหูเลยกลายเป็นอมตะ แม้ตัวเหลือแค่ครึ่งเดียวก็ไม่ตาย ด้วยเหตุนี้ พระราหูจึงคิดอาฆาตแค้นพระอาทิตย์พระจันทร์มาก หากมีโอกาสเมื่อใดก็จะไล่จับกินเสีย แต่เนื่องจากพระราหูเหลือร่างกายแค่ครึ่งท่อนอย่างที่ว่า กลืนพระอาทิตย์พระจันทร์เข้าไปทีไร เทวดาสององค์นั่นก็เล็ดลอดหนีออกมาได้ทุกทีไป นี่จึงเป็นที่มาของการเกิดสุริยคราส (สุริยุปราคา) และจันทรคราส (จันทรุปราคา)

เมื่อตำนานเรื่องนี้มาถึงเมืองไทย ช่างไทยโบราณเห็นว่าพระราหูนับเป็น “อสูร” จึงวาดรูปปั้นรูปออกมาให้เป็นยักษ์เป็นมารในทำนองเดียวกับตัวละครฝ่ายยักษ์ในเรื่อง “รามเกียรติ์” คือสวมมงกุฎ ตาโปน อ้าปากกว้าง มีเขี้ยวโง้งๆ

01-sisathong

02 sisathong-02

ศูนย์กลางใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของลัทธิพิธีไหว้บูชาพระราหูที่เฟื่องฟูในช่วง 10 กว่าปีที่ผ่านมา ได้แก่วัดศีรษะทอง อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม ซึ่งมีรูปปั้นพระราหูองค์ใหญ่ มีร่างกายแค่ครึ่งท่อนบน คือศีรษะ คอ ไหล่ อก และแขนสองข้าง อ้าปากคาบลูกกลมๆ ที่สมมติว่าเป็นพระอาทิตย์/พระจันทร์อยู่ โดยมีมือสองข้างช่วยยึดลูกกลมนั้นไว้อีกแรง

และเมื่อพระราหูเป็นเทพฝ่ายบาปเคราะห์ที่ผูกพันกับ “เงาดำ” แห่งคราส ความเชื่อร่วมสมัยจึงผลักให้พระราหูไปผูกติดกับ “สีดำ” รูปปั้นพระราหูจึงย่อมต้องเป็นสีดำ รวมถึงของที่ใช้บวงสรวงสังเวย ซึ่งตั้งตำราใหม่ขึ้นมาให้ใช้เครื่องบูชาสีดำ 8 อย่าง ตามกำลังวันของพระราหู ได้แก่ ไก่ดำ เหล้าดำ กาแฟดำ เฉาก๊วย ถั่วดำ ข้าวเหนียวดำ ขนมเปียกปูน และไข่เยี่ยวม้า

แต่บางตำราก็บอกเหมือนกันว่าเพื่อความสะดวก อาจไม่ต้องจัดตามนี้เป๊ะๆ อนุโลมให้ปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสม ขอเพียงให้ครบ 8 และมีทั้งของคาว-ของหวาน-น้ำสีดำก็เพียงพอ ไก่ดำจึงลดรูปลงมาเป็นซุปไก่สกัดได้ รวมถึงของอื่นก็อาจเป็นได้ตั้งแต่สาหร่ายแผ่น องุ่นดำ น้ำอัดลมรสโคล่า ฯลฯ

ดังนั้น คิดว่าถ้ามีฐานะดีพอ และอยากจะให้พระราหูรับรู้ว่า “เราเป็นใคร” ผู้ศรัทธาบางท่านก็ย่อมสามารถ “จัดเต็ม” ได้ถึงระดับผนวกเอาดาร์กชอคโกแล็ต เบียร์ดำ หรือไข่ปลาคาเวียร์ ก็คงไม่ผิดกติกา

คติบูชาพระราหูยังแพร่หลายไปตามวัดต่างๆ ด้วย จึงมีรูปปั้นราหูให้คนมาไหว้มาปิดทอง โดยตั้งต่อแถวกับพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์องค์จำลอง และพระเกจิอาจารย์จากทุกภาค

Exif_JPEG_PICTURE

บางวัดยังผนวกรวมเอาพระราหูเข้าไปกับการก่อสร้างถาวรวัตถุในวัดอีก เช่นวัดช่องแสมสาร อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ซึ่งยกโบสถ์เก่าขึ้นเพื่อหนีน้ำท่วม พร้อมกันนั้นก็เลยทำทางเข้าไปประกอบพิธีลอดใต้โบสถ์ให้เป็นการมุดเข้าปากพระราหูเสียด้วยเลย


srun

ศรัณย์ ทองปาน

เกิดที่จังหวัดพระนคร ปัจจุบันเป็น “นนทบุเรี่ยน” และเป็นบรรณาธิการสร้างสรรค์ นิตยสาร สารคดี

ที่สูงที่ต่ำ (๒) ผีสางเทวดา เกร็ดเรื่องราวความเชื่อผีสาง เทวดา ในวัฒนธรรมไทยแต่อดีต ถ้าใครเคยสังเกต “หิ้งพระ” ตามร้านค้า อย่างในร้านอาหาร หรือห้างร้านอะไรต่างๆ ทั่วไปในเมืองไทย คงเห็นว่ามี “วัตถุมงคล” ที่ตั้งไว้กราบไหว้บูชา
ที่สูงที่ต่ำ (๑) ผีสางเทวดา เกร็ดเรื่องราวความเชื่อผีสาง เทวดา ในวัฒนธรรมไทยแต่อดีต ในสำนวนภาษาไทย มีวลีที่มักใช้ในนัยความเป็นการตำหนิ ว่า (ไม่รู้จัก) “ที่ต่ำที่สูง” กลุ่มคำนี้ใช้ในความหมายของ “การมีทักษะทางสังคม” เพราะสังคมไทยตั้งแต่โบราณ เป็นสังคมที่มี
เป็นผู้น้อยต้องก้มประนมกร ผีสางเทวดา เกร็ดเรื่องราวความเชื่อผีสาง เทวดา ในวัฒนธรรมไทยแต่อดีต ตามธรรมเนียมศาสนาฮินดูในอินเดีย ถือกันว่าเทวรูปที่ประดิษฐานประจำเทวาลัยนั้น มิได้เป็นเพียงรูปเคารพ “แทน” องค์เทพ หากแต่เปรียบประดุจเทพเจ้านั้นๆ ที่ลงมาปรากฏแก่ตามนุษย์ ในแต่ละวัน พราหมณ์ประจำเทวสถานจึงต้องมีขั้นตอนปฏิบัติมากมายอันเนื่องด้วยเทวรูปประธานนั้น นับแต่ปลุกบรรทมตอนเช้าด้วยดุริยดนตรี



ผู้ดูแล และลงข้อมูลประจำเวบไซต์ sarakadee.com




Previous Article
2 กันยายน
Next Article
3 กันยายน




ที่สูงที่ต่ำ (๒) ผีสางเทวดา เกร็ดเรื่องราวความเชื่อผีสาง เทวดา ในวัฒนธรรมไทยแต่อดีต ถ้าใครเคยสังเกต “หิ้งพระ” ตามร้านค้า อย่างในร้านอาหาร หรือห้างร้านอะไรต่างๆ ทั่วไปในเมืองไทย คงเห็นว่ามี “วัตถุมงคล” ที่ตั้งไว้กราบไหว้บูชา
ที่สูงที่ต่ำ (๑) ผีสางเทวดา เกร็ดเรื่องราวความเชื่อผีสาง เทวดา ในวัฒนธรรมไทยแต่อดีต ในสำนวนภาษาไทย มีวลีที่มักใช้ในนัยความเป็นการตำหนิ ว่า (ไม่รู้จัก) “ที่ต่ำที่สูง” กลุ่มคำนี้ใช้ในความหมายของ “การมีทักษะทางสังคม” เพราะสังคมไทยตั้งแต่โบราณ เป็นสังคมที่มี
เป็นผู้น้อยต้องก้มประนมกร ผีสางเทวดา เกร็ดเรื่องราวความเชื่อผีสาง เทวดา ในวัฒนธรรมไทยแต่อดีต ตามธรรมเนียมศาสนาฮินดูในอินเดีย ถือกันว่าเทวรูปที่ประดิษฐานประจำเทวาลัยนั้น มิได้เป็นเพียงรูปเคารพ “แทน” องค์เทพ หากแต่เปรียบประดุจเทพเจ้านั้นๆ ที่ลงมาปรากฏแก่ตามนุษย์ ในแต่ละวัน พราหมณ์ประจำเทวสถานจึงต้องมีขั้นตอนปฏิบัติมากมายอันเนื่องด้วยเทวรูปประธานนั้น นับแต่ปลุกบรรทมตอนเช้าด้วยดุริยดนตรี