ถอน EHIA เขื่อนแม่วงก์ เมื่อกรมชลฯ ยอมถอย ?

ตุลาคม 31, 2017 
0


อังคาร-เก็บตกจากลงพื้นที่
บางเรื่องที่ไม่ได้เขียนลงสารคดี…จากการลงพื้นที่ภาคสนาม


maewong01

เส้นทางศึกษาธรรมชาติบนยอดมออีหืด  ถ้าหากมีการสร้างเขื่อนแม่วงก์  เขาลูกนี้จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของผนังกั้นน้ำ

วันที่ ๓ ตุลาคม ๒๕๖๐ น่าจะเป็นวันสำคัญวันหนึ่งในประวัติศาสตร์โครงการสร้างเขื่อนแม่วงก์ซึ่งมีอายุยาวนานมากกว่าสามสิบปี ไม่ว่าสำหรับผู้ที่มีความเห็นคัดค้านหรือสนับสนุนเขื่อนนี้ เมื่อกรมชลประทานในฐานะเจ้าของโครงการยื่นหนังสือถึงสำนักนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ขอถอนรายงาน EHIA เขื่อนแม่วงก์ออกจากการพิจารณา

หากยังจำกันได้ หลายปีที่ผ่านมา ไม่ว่าการเดินเท้าระยะทาง ๓๐๐ กว่ากิโลเมตรจากบริเวณที่ตั้งเขื่อนภายในอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ จังหวัดนครสวรรค์ มาถึงหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานครที่สี่แยกปทุมวัน ของศศิน เฉลิมลาภ เลขาธิการมูลนิธิสืบนาคะเสถียร (ตำแหน่งขณะนั้น) หรือคัดค้านเขื่อนแม่วงก์ของเครือข่ายนักอนุรักษ์ ภาคประชาชน นักวิชาการ ที่เกิดขึ้นตามมา ล้วนแต่พุ่งเป้าเข้าหารายงานประเมินผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (Environment and Health Impact Assessment) หรือ “อีเอชไอเอ” (EHIA)

maewong02

ลำน้ำแม่วงก์ช่วงไหลผ่านแก่งลานนกยูง  หากมีการสร้างเขื่อน  บริเวณนี้จะเป็นที่ตั้งสันเขื่อน  ซึ่งทำจากหินถมแกนดินเหนียว

ทั้งนี้ กลุ่มผู้คัดค้านได้พยายามชี้แจงให้เห็นข้อบกพร่องของรายงานเล่มนี้ ยกตัวอย่างเช่น

การระบุว่าไม่พบสัตว์ป่าขนาดใหญ่ในบริเวณพื้นที่ที่จะกลายเป็นอ่างเก็บน้ำ ทั้งๆ ที่พบรอยกวางป่าชุกชุม รวมถึงถ่ายภาพสัตว์ผู้ล่าอย่างเสือโคร่งได้ด้วยกล้อง Camera Trap

การระบุว่าบริเวณที่จะกลายเป็นอ่างเก็บน้ำมีแต่ต้นไม้ขนาดเล็กและขนาดกลาง ทั้งๆ ที่พบไม้ใหญ่ในพื้นที่จำนวนมาก หลายต้นมีอายุนับร้อยปี เช่น สัก ประดู่ แดง มะค่าโมง ยาง

การระบุว่าเขื่อนจะกลายเป็นแหล่งน้ำให้สัตว์ป่าได้ใช้ประโยชน์ ทั้งๆ ที่บทเรียนจากอดีตหลายต่อหลายบทบอกเราว่า การสร้างเขื่อนหรืออ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ในพื้นที่ป่ารังแต่จะทำให้ผู้คนเข้าถึงผืนป่าได้ง่าย และทำให้เกิดการลักลอบล่าสัตว์ตัดไม้บริเวณรอบๆ อ่างเก็บน้ำ

อย่างไรก็ตาม แม้กลุ่มผู้คัดค้านจะพยายามชี้ให้เห็นข้อบกพร่องของรายงาน EHIA แต่ไม่เคยมีครั้งใดที่รายงานเล่มหนากว่าสามร้อยหน้าเล่มนี้จะถูกถอนออกจากการพิจารณา

ที่ยิ่งไปกว่านั้น คือในหมู่คนที่เฝ้าติดตามโครงการพัฒนาต่างๆ ของรัฐ ต่างรับรู้ว่าโดยปรกติแล้วรายงาน EIA หรือ EHIA นั้นเมื่อยื่นเรื่องแล้วก็ยากที่จะถูกถอน ถึงต่อให้เนื้อหารายละเอียด “ไม่ผ่าน” ผู้พิจารณาก็มักใช้วิธีสั่งการให้ผู้ยื่นเรื่องกลับไปศึกษาข้อมูลเพิ่ม เพื่อปรับปรุงเนื้อหาของรายงานใหม่ บางกรณีอาจใช้วิธี “แช่แข็ง” หรือ “ดอง” รายงานทิ้งไว้ ประจวบเหมาะเมื่อไหร่ก็หยิบยกขึ้นมาพิจารณาอีกครั้ง เรียกว่ายากที่ภาครัฐจะสั่ง “ยกเลิก” หรือระงับโครงการ

ด้วยเหตุนี้สถานการณ์ถอนรายงาน EHIA ที่เกิดขึ้นเมื่อต้นเดือนตุลาคมจึงนับว่าน่าสนใจยิ่ง

maewong03

เส้นทางภายในป่าแม่วงก์ ส่วนหนึ่งเคยใช้เป็นเส้นทางสำหรับชักลากไม้

การทำหนังสือถอนรายงาน EHIA ของกรมชลประทานครั้งนี้ น่าจะเป็นผลสืบเนื่องจากการประชุม คชก. ครั้งล่าสุดเมื่อ ๑ กันยายน ๒๕๖๐ ซึ่งประชุมมีมติให้กรมชลประทานปรังปรุงแก้ไขและเพิ่มข้อมูล

ผ่านไปราวเดือนเศษ คือวันที่ ๓ ตุลาคม ๒๕๖๐ กรมชลประทานก็ตัดสินใจยื่นหนังสือขอถอนรายงาน EHIA ตามเอกสารหมายเลข กษ ๐๓๒๗/๑๐๐๑๓ ชื่อเรื่องเต็มว่า “ขอถอนรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมสำหรับโครงการหรือกิจการที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบกับชุมชนอย่างรุนแรง ทั้งทางด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติและสุขภาพ (EHIA) โครงการเขื่อนแม่วงก์ จังหวัดนครสวรรค์” เรียนถึงเลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมอ้างถึงมติคณะกรรมการผู้ชำนาญการ (คชก.) พิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมทั้ง ๕ ครั้งก่อนหน้า ตั้งแต่ปี ๒๕๕๕ จนมาถึงครั้งล่าสุด

maewong04

ต้นกระบากอายุประมาณ ๒๐๐ ปี  เป็นหนึ่งในต้นไม้ใหญ่ที่พบเห็นได้ทั่วไปในพื้นที่สร้างเขื่อน  ขณะที่รายงาน EHIA ระบุว่าบริเวณที่จะถูกน้ำท่วมมีแต่ต้นไม้ขนาดเล็กและขนาดกลาง 

เนื้อหาของเอกสารที่มีความยาว ๒ หน้าชิ้นนี้ แจกแจงออกเป็นสี่ข้อ

หนึ่ง กรมชลประทานเท้าความว่าโครงการเขื่อนแม่วงก์เป็นโครงการที่อยู่ในแผนพัฒนาลุ่มน้ำสะแกกรังตั้งแต่แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๕ (พ.ศ.๒๕๒๕-๒๕๒๙ ) จากปัญหาน้ำท่วม ภัยแล้ง และความยากจน ต่อมาวันที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๕๕ คณะรัฐมนตรีมีความเห็นว่าโครงการเขื่อนแม่วงก์สอดคล้องกับยุทธศาสตร์การจัดการน้ำของประเทศ ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ดำเนินการจัดทำรายละเอียดต่างๆ

สอง กรมชลประทาน ในฐานะเจ้าของโครงการ จัดทำรายงาน EHIA นำเสนอต่อ คชก. มีการขอรายละเอียดเพิ่มเติมตามข้อคิดเห็นของ คชก. กระนั้น ข้อคิดเห็นของ คชก. บางประเด็นครอบคลุมไปถึงการศึกษาและวิจัยระดับลุ่มน้ำ ภูมิภาค หรือให้เปรียบเทียบผลการศึกษาระดับทั้งประเทศ ซึ่งเกินจากขอบเขตการศึกษาเดิมที่กรมชลประทานเคยทำไว้

สาม ระหว่างรอการพิจารณาให้ความเห็นชอบรายงาน EHIA อยู่นั้น วันที่ ๑ กันยายน ๒๕๖๐ กรมชลประทานได้ระบุถึงความจำเป็นในการทบทวนโครงการ มีใจความตอนหนึ่งว่า “กรมชลประทานได้ศึกษาแนวทางแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของราษฎรในพื้นที่ และข้อเสนอจากแนวทางจากหน่วยงานต่างๆ ตลอดจนมูลนิธิสืบนาคะเสถียร มาพิจารณาดำเนินการจัดทำแนวทางเลือกในการแก้ปัญหาอุทกภัยและขาดแคลนน้ำลุ่มน้ำสะแกกรังในพื้นที่อำเภอลาดยาว จังหวัดนครสวรรค์ ภายใต้กรอบการบริหารจัดการน้ำเพื่อแก้ไขปัญหาเชิงพื้นที่ (Area base)”

เพื่อแก้ไขปัญหาทั้งระบบตามแผนยุทธศาสตร์การบริหารจัดการน้ำ จึงกำหนดแผนการดำเนินงานระยะเร่งด่วน ระยะกลาง และระยะยาว เพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาร่วมกันโดยไม่เกิดประเด็นต่อต้าน คัดค้าน และเกิดความขัดแย้งทางสังคม

โดยการตามแผนเร่งด่วนเพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน อาจส่งผลกระทบต่อลักษณะหรือขนาดโครงการที่ศึกษาไว้เดิม จึงต้องมีการทบทวนลักษณะของโครงการใหม่ให้สอดคล้องกับแนวทางการจัดการน้ำเชิงพื้นที่ทั้งระบบ

สุดท้ายข้อสี่ ระบุว่าเพื่อให้ได้ข้อสรุปที่ถูกต้องชัดเจนตามหลักวิชาการ จึงขอถอนรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมสำหรับโครงการฯ ออกจากการพิจารณาของ คชก. เพื่อดำเนินการตามข้อ ๒ และ ๓ ให้ครบถ้วน ในอนาคตหากมีความจำเป็นต้องพิจารณาการสร้างเขื่อนแม่วงก์ จะนำเสนอรายงานเข้าสู่การพิจารณาตามกฎหมายอีกครั้ง

maewong05

การขอถอนรายงาน EHIA ของกรมชลประทาน เมื่อวันที่ ๓ ตุลาคม ๒๕๖๐ อาจหมายถึงการยกเลิกสร้างเขื่อนแม่วงก์  หรือหมายถึงเริ่มต้นศึกษาผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและสุขภาพใหม่  ไม่ว่าจะอย่างไร  การแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนทั้งเรื่องน้ำท่วมและน้ำแล้งจะยังต้องดำเนินต่อไป

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอาจสรุปได้ว่า หลังจากโครงการสร้างเขื่อนแม่วงก์ยืดเยื้อมายาวนานกว่า ๓๐ ปี มีการจัดกิจกรรมคัดค้านอย่างเข้มข้นด้วยการเดินเท้าประท้วง ในที่สุดรายงาน EHIA ที่เปรียบเสมือนแกนกลางของปัญหาทั้งปวงก็ถูกหยิบออกจากขั้นตอนผลักดันให้มีการสร้างเขื่อน

หนทางภายภาคหน้าจะเป็นอย่างไร หากหน่วยงานของรัฐยังยืนยันว่าต้องมีการสร้างเขื่อน การศึกษารายละเอียดเพื่อสร้างเขื่อนแม่วงก์ก็คงจะต้องกลับมาเริ่มต้นใหม่ โดยจะต้องเป็นไปอย่างครบถ้วน รอบด้าน ถูกต้องทั้งประเด็นทางสังคม วิศวกรรม นิเวศวิทยาป่าไม้และสัตว์ป่า เศรษฐศาสตร์เศรษฐศาสตร์สิ่งแวดล้อม
ส่วนคำถามว่าเมื่อถอนออกแล้วจะถูกเสนอกลับเข้าไปใหม่หรือไม่ อย่างไร ยังคงเป็นเรื่องที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด

หมายเหตุ : เก็บตกจาก ปลุกเขื่อนแม่วงก์กลางป่าอนุรักษ์ เบื้องหลังกำแพงยักษ์สูง ๕๖ เมตร นิตยสารสารคดี ฉบับที่ ๓๓๐ สิงหาคม ๒๕๕๕


tei

ฐิติพันธ์ พัฒนมงคล

อีกภาคหนึ่งของ “เจ้าชายหัวตะเข้” นักเขียนสารคดีที่เรียนจบมาด้านวิทยาศาสตร์ สนใจปัญหาสิ่งแวดล้อม สังคม และกีฬาเป็นพิเศษ

ฐิติพันธ์ พัฒนมงคล : เรื่อง กิจกรรมจุดเทียนรำลึก สืบ นาคะเสถียร ณ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง จังหวัดอุทัยธานี จัดขึ้นทุกปีคืนวันที่ ๓๑ สิงหาคม (ภาพ :
เรื่อง : ฐิติพันธ์ พัฒนมงคล / ภาพ : ประเวช ตันตราภิรมย์ ทายาทความคิด สืบ นาคะเสถียร (ปี ๒๔๙๒-๒๕๓๓) และเลขาธิการมูลนิธิสืบนาคะเสถียร ผันตัวจากอาจารย์มหาวิทยาลัยรังสิตมารับตำแหน่งผู้จัดการโครงการจอมป่า ทำงานอย่างหนักกับชุมชน ในป่า เจ้าหน้าที่รัฐ ข้าราชการระดับสูง แต่โด่งดังเป็นที่รู้จักโดยเฉพาะในกลุ่มนักเรียนนักศึกษาเมื่อตัดสินใจเดินเท้า ๓๐๐ กว่ากิโลเมตรประกาศเจตนารมณ์ต้านการสร้างเขื่อนแม่วงก์ในผืนป่าตะวันตก กลายเป็น “ไอดอล” หรือ “วีรบุรุษเอกชน” ที่ตัวเขาเองไม่ต้องการให้เรียก   อาจารย์มหาวิทยาลัย ศศิน เฉลิมลาภ ฮีโร่ต้านเขื่อน / รักษาป่าของคนรุ่นใหม่เคยเป็นอาจารย์สาขาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต สอนหนังสืออยู่ประมาณ ๑๓ ปี “ผมเป็นอาจารย์ประเภทวิ่งไปโน่นไปนี่ ช่วยงานเรื่องสารตะกั่วคลิตี้ เหมืองโพแทช  ขณะเดียวกันก็มีพาร์ตใหญ่ของชีวิตคือเป็นที่ปรึกษาชมรมบำเพ็ญประโยชน์เพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม และเป็นรองผู้อำนวยการสำนักงานกิจการนักศึกษา วิ่งทำงานเป็นแอ็กทิวิสต์อยู่ในมหา’ ลัย” ศศินโตมาในยุคที่ข่าวการเสียชีวิตของคุณสืบเป็นข่าวใหญ่ แต่จุดเล็ก ๆ ที่ผันเปลี่ยนชีวิตเกิดเมื่อคณะวิศวกรรมศาสตร์เปิดสอนวิชาที่ควรบรรจุในคณะวิทยาศาสตร์ “เราเป็นนักสิ่งแวดล้อม แต่สอนโยธาซึ่งส่วนใหญ่ก็ต้องยอมรับว่าทำลายสิ่งแวดล้อม สอนเพื่อรับเงินเดือนอย่างทำมาหากิน จนมาสอนหนังสือให้คนรักสิ่งแวดล้อมได้มาก ๆ ก็เนื่องจากคณะ (วิศวกรรม-ศาสตร์) เปิดสอนวิชาที่ควรจะอยู่ในคณะวิทยาศาสตร์ คือมนุษย์กับสิ่งแวดล้อม หรือวิทยาศาสตร์กับสังคม  ผมก็ไปขอเขาสอนทั้งที่ไม่เคยเรียนพื้นฐานเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมเลย  รู้สึกว่าตัวเองมีความสุขมาก ได้ทำตัวให้เป็นประโยชน์เรื่องสิ่งแวดล้อมเต็ม ๆ” ถึงวันนี้เขายังเก็บข้อสอบ กระดาษคำตอบที่เด็กตอบมาแล้วประทับใจ “เออ เราสามารถสอนให้เขารู้เรื่องขนาดนี้ได้” ผู้จัดการจอมป่า “โปรไฟล์ของผมคือจอมป่า”
Walk to Save Maewong บันทึกก้าวต่อก้าว เดินคัดค้าน EHIA เขื่อนแม่วงก์ ก่อนฟ้าสางของอังคารที่ ๑๐ กันยายน ๒๕๕๖ ศศิน เฉลิมลาภ เลขาธิการมูลนิธิสืบนาคะเสถียร



ผู้ดูแล และลงข้อมูลประจำเวบไซต์ sarakadee.com








ใส่ความเห็น

อีเมล์ของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

ฐิติพันธ์ พัฒนมงคล : เรื่อง กิจกรรมจุดเทียนรำลึก สืบ นาคะเสถียร ณ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง จังหวัดอุทัยธานี จัดขึ้นทุกปีคืนวันที่ ๓๑ สิงหาคม (ภาพ :
เรื่อง : ฐิติพันธ์ พัฒนมงคล / ภาพ : ประเวช ตันตราภิรมย์ ทายาทความคิด สืบ นาคะเสถียร (ปี ๒๔๙๒-๒๕๓๓) และเลขาธิการมูลนิธิสืบนาคะเสถียร ผันตัวจากอาจารย์มหาวิทยาลัยรังสิตมารับตำแหน่งผู้จัดการโครงการจอมป่า ทำงานอย่างหนักกับชุมชน ในป่า เจ้าหน้าที่รัฐ ข้าราชการระดับสูง แต่โด่งดังเป็นที่รู้จักโดยเฉพาะในกลุ่มนักเรียนนักศึกษาเมื่อตัดสินใจเดินเท้า ๓๐๐ กว่ากิโลเมตรประกาศเจตนารมณ์ต้านการสร้างเขื่อนแม่วงก์ในผืนป่าตะวันตก กลายเป็น “ไอดอล” หรือ “วีรบุรุษเอกชน” ที่ตัวเขาเองไม่ต้องการให้เรียก   อาจารย์มหาวิทยาลัย ศศิน เฉลิมลาภ ฮีโร่ต้านเขื่อน / รักษาป่าของคนรุ่นใหม่เคยเป็นอาจารย์สาขาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต สอนหนังสืออยู่ประมาณ ๑๓ ปี “ผมเป็นอาจารย์ประเภทวิ่งไปโน่นไปนี่ ช่วยงานเรื่องสารตะกั่วคลิตี้ เหมืองโพแทช  ขณะเดียวกันก็มีพาร์ตใหญ่ของชีวิตคือเป็นที่ปรึกษาชมรมบำเพ็ญประโยชน์เพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม และเป็นรองผู้อำนวยการสำนักงานกิจการนักศึกษา วิ่งทำงานเป็นแอ็กทิวิสต์อยู่ในมหา’ ลัย” ศศินโตมาในยุคที่ข่าวการเสียชีวิตของคุณสืบเป็นข่าวใหญ่ แต่จุดเล็ก ๆ ที่ผันเปลี่ยนชีวิตเกิดเมื่อคณะวิศวกรรมศาสตร์เปิดสอนวิชาที่ควรบรรจุในคณะวิทยาศาสตร์ “เราเป็นนักสิ่งแวดล้อม แต่สอนโยธาซึ่งส่วนใหญ่ก็ต้องยอมรับว่าทำลายสิ่งแวดล้อม สอนเพื่อรับเงินเดือนอย่างทำมาหากิน จนมาสอนหนังสือให้คนรักสิ่งแวดล้อมได้มาก ๆ ก็เนื่องจากคณะ (วิศวกรรม-ศาสตร์) เปิดสอนวิชาที่ควรจะอยู่ในคณะวิทยาศาสตร์ คือมนุษย์กับสิ่งแวดล้อม หรือวิทยาศาสตร์กับสังคม  ผมก็ไปขอเขาสอนทั้งที่ไม่เคยเรียนพื้นฐานเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมเลย  รู้สึกว่าตัวเองมีความสุขมาก ได้ทำตัวให้เป็นประโยชน์เรื่องสิ่งแวดล้อมเต็ม ๆ” ถึงวันนี้เขายังเก็บข้อสอบ กระดาษคำตอบที่เด็กตอบมาแล้วประทับใจ “เออ เราสามารถสอนให้เขารู้เรื่องขนาดนี้ได้” ผู้จัดการจอมป่า “โปรไฟล์ของผมคือจอมป่า”
Walk to Save Maewong บันทึกก้าวต่อก้าว เดินคัดค้าน EHIA เขื่อนแม่วงก์ ก่อนฟ้าสางของอังคารที่ ๑๐ กันยายน ๒๕๕๖ ศศิน เฉลิมลาภ เลขาธิการมูลนิธิสืบนาคะเสถียร