อาทิตย์อัสดง ปิดตำนานคู่สร้างคู่สม ๓๘ ปี ๑,๐๐๕ ฉบับ

ธันวาคม 19, 2017 
0


อังคาร-เก็บตกจากลงพื้นที่
บางเรื่องที่ไม่ได้เขียนลงสารคดี…จากการลงพื้นที่ภาคสนาม


“ยืนยันว่าผมหยุดที่จะทำ หยุดที่จะผลิตหนังสือคู่สร้างคู่สม”

เย็นวันเสาร์ที่ ๑๖ ธันวาคม ๒๕๖๐ กลายเป็นวันประกาศอำลานิตยสาร คู่สร้างคู่สม อย่างเป็นทางการ เมื่อคุณดำรง พุฒตาล ผู้ก่อตั้งและเจ้าของนิตยสารออกรายการ มองรอบด้านสุดสัปดาห์ สถานี TNN24 ช่อง ๑๖ ชี้แจงว่า นิตยสารคู่สร้างคู่สม ฉบับที่ ๑,๐๐๕ ทศ ๓ ประจำวันที่ ๒๐-๓๑ ธันวาคม นอกจากจะเป็นฉบับส่งท้ายปีเก่าแล้วยังจะเป็นนิตยสารคู่สร้างคู่สมฉบับสุดท้าย

ถือเป็นการยุติการทำงานของนิตยสารอันเกริกไกรที่มีอายุขัยยาวนานถึง ๓๘ ปี ตั้งแต่วางจำหน่ายฉบับแรกเมื่อปี ๒๕๒๓

“จะพูดว่าปิดตัวหรือยังไงดี คือไม่ทำแล้ว ไม่ทำอีกต่อไปแล้ว”

คำประกาศจากเจ้าของนิตยสารยุติข่าวลือที่ผู้คนคาดเดากันไปต่างๆ นานา บ้างเชื่อว่านิตยสารยอดนิยมฉบับนี้คงจะประกาศปิดตัว บ้างเชื่อว่าอาจปรับรอบวางแผงจาก“รายทศ” หรือทุก ๑๐ วัน เป็น “รายเดือน” บ้างภาวนาขอให้เป็นข่าวดีในทางอื่นๆ

ก่อนที่คุณดำรง พุฒตาลจะออกรายการโทรทัศน์ เฟสบุค คู่สร้างคู่สม (ประเทศไทย) จำกัด ลงข่าวประชาสัมพันธ์ว่า เขากำลังจะมาพร้อมข่าวใหญ่ ใกล้เวลาออกอากาศมีการนำเสนอภาพปกนิตยสาร เป็นรูปคุณดำรงกำลังนั่งอยู่บนโต๊ะทำงาน ใบหน้าของปรมาจารย์วงการสื่อสารมวลชนมีรอยยิ้ม

ก่อนหน้านี้เจ้าของนิตยสารที่เชื่อกันว่าขายดีที่สุดในเมืองไทยเคยขึ้นปกหนังสือที่ตัวเองปลุกปั้นมากับมือเพียง ๒ ครั้ง

ครั้งแรกจากวิกฤติการณ์ที่นิตยสารต้องเผชิญเมื่อปี ๒๕๓๐ ราคาเล่มละ ๑๒ บาท เนื้อหาของนิตยสารได้กล่าวถึงคุณนันทิดา แก้วบัวสาย นักร้องหญิงชื่อดังในทางเสียหาย จนเกิดการฟ้องร้องกัน หลังเจรจาตกลงปรับความเข้าใจจึงมีการถอนฟ้อง สู่สร้างคู่สมได้ลงรูปคุณดำรงยืนหันหลังมอบดอกไม้ให้กับเธอประหนึ่งขอขมา

ครั้งที่สองเกิดขึ้นในปี ๒๕๓๒ เมื่อคุณขนิษฐาน้องสาวของคุณดำรง และเป็นพนักงานคู่สร้างคู่สมเสียชีวิตกะทันหัน กองบรรณาธิการลงรูปสามพี่น้อง คือ คุณดำรง คุณขนิษฐา และคุณมาโนชน์ พุฒตาล ขึ้นปกพร้อมกัน

และครั้งล่าสุด คือฉบับสุดท้ายของเดือนธันวาคม ปี ๒๕๖๐ ราคาเล่มละ ๓๐ บาท

ฉบับนี้คู่สร้างคู่สมลงรูปคุณดำรงขึ้นปกเพียงลำพัง ทั้งปกหน้าและปกหลัง

เหตุผลและความหมายของมันเป็นไปตามที่หลายคนคาดเดา

นี่คือภาพปกคู่สร้างคู่สมฉบับสุดท้าย

หน้าปกนิตยสารคู่สร้างคู่สม ปีที่ ๓๘ ฉบับที่ ๑,๐๐๕ ที่คุณดำรง พุฒตาล ประกาศว่าจะทำเป็นฉบับสุดท้าย ลงภาพปกเป็นคุณดำรงทั้งปกหน้าและปกหลัง

จุดเริ่มต้นของนิตยสารคู่สร้างคู่สม เกิดจากคุณดำรง พุฒตาล รับหน้าที่ผู้ดำเนินรายการโทรทัศน์ ชื่อ “คู่สร้างคู่สม” ออกอากาศทุกวันจันทร์แรกของแต่ละเดือน เมื่อผู้ชมทางบ้านเขียนจดหมายมาเล่าว่าดูรายการไม่ทัน บางคนบอกว่าเวลาออกอากาศ ๑ ชั่วโมงนั้นน้อยไป คุณดำรงจึงเสริมช่องทางผ่านวิทยุ โดยนำจดหมายที่เขียนถึงรายการทีวีมาเล่าออกอากาศ และก่อตั้งนิตยสารคู่สร้างคู่สม

ถึงแม้รายการชื่อเดียวกันปิดตัวลง แต่นิตยสารยังคงอยู่ได้

นิตยสารคู่สร้างคู่สม หรือ “คส.คส.” ฉบับที่ ๑ วางแผงเมื่อวันที่ ๑ มกราคม ปี ๒๕๒๓ ราคาเล่มละ ๘ บาท ยอดพิมพ์ครั้งแรก ๓๐,๐๐๐ ฉบับ หมดเกลี้ยงแผงในเวลาไม่นานจนต้องพิมพ์ฉบับซ้ำอีก ๒ ครั้ง ครั้งละ ๓๕,๐๐๐ ฉบับ รวมยอดพิมพ์ฉบับที่ ๑ สูงถึง ๑๐๐,๐๐๐ ฉบับ

หน้าปกฉบับปฐมฤกษ์เป็นรูป ทาริกา ธิดาทิตย์ ดาราดังสวมชุดนักมวยหญิง กับ จรัญ สุขเกษม เพื่อนรักของคุณดำรงบนเวทีมวย บรรยากาศแบบ “ผัวกลัวเมีย” หรือ “เมียมีอำนาจเหนือผัว” ล้อไปกับเนื้อหาหลักของเล่ม คือข่าวการหย่าร้างของพันเอก (พิเศษ) การุณ เก่งระดมยิง อดีตโฆษกรายการโทรทัศน์และวิทยุ และอดีตสมาชิกขบวนการเสรีไทย

ปกนิตยสารคู่สร้างคู่สมฉบับต่อๆ ไปยังยึดแนวทาง “เอาหัวชนกัน” คือนำเสนอภาพถ่ายคู่กันของดาราชายและดาราหญิง

คู่สร้างคู่สมเป็นหนึ่งในนิตยสารที่เข้าถึงง่ายที่สุดของสังคมไทย นอกจากวางจำหน่ายบนแผงหนังสือ เรายังจะเห็นหนังสือบางๆ เล่มนี้ถูกวางอยู่ตามครัวเรือน โรงพยาบาล ร้านอาหาร ร้านเสริมสวย สถานที่สาธารณะต่างๆ จัดเป็นนิตยสารสามัญประจำบ้าน

เฉพาะร้านเสริมสวยนั้นเรียกว่าคู่สร้างคู่สมเป็นหนังสือขาประจำบนชั้นวาง นอนรอท่าคุณผู้หญิงที่กำลังจะเข้ามาทำผม เสริมความงาม หรือระหว่างนั่งรอคิว

มีเรื่องเล่าจากเจ้าของร้านเสริมสวยแห่งหนึ่งว่า วันหนึ่งมีลูกค้าเปิดประตูเข้ามา เอ่ยปากถามเจ้าของร้านว่า “คู่สร้างคู่สมมารึยัง ?”

“ยัง” เจ้าของร้านตอบสั้นๆ
“ถ้างั้นก็ยังไม่สระผม”

พูดจบคุณลูกค้าก็ปิดประตูเดินจากไป

โลโก้นิตยสารคู่สร้างคู่สม คุ้นตาคนอ่านทั่วประเทศมานานถึง ๓๘ ปี

เนื้อหาของคู่สร้างคู่มีความหลากหลาย ทั้งประวัติศาสตร์ การท่องเที่ยว อาหารการกิน ชีวิตคน ชีวิตรัก ชีวิตคู่ที่ตลกขบขันและพังทลาย มีทั้งเรื่องพื้นบ้านไปจนถึงเรื่องระดับโลก ส่วนหนึ่งเป็นเพราะ “ผู้เขียนของคู่สร้างคู่สมคือผู้อ่าน” คอยส่งเรื่องราวมาให้

นักเขียนคู่สร้างคู่สมที่ส่งเรื่องมาลงมีทั้งผู้อ่านที่มีสามีเป็นชาวต่างชาติ นักบิน หมอ พยาบาล ช่างเสริมสวย แม่ค้า มัคคุเทศก์ ที่ทำงานอยู่ในประเทศต่างๆ คนไทยที่ติดคุกอยู่ในต่างประเทศหรือในประเทศก็เขียนเรื่องมาเล่าขาน ทำให้กองบรรณาธิการและผู้อ่านได้รู้เรื่องราวตื้น ลึก หนา บาง ของผู้คนในพื้นที่นั้นๆ แม้กระทั่งเรื่องข้าราชการของชาติที่ผู้เขียนเข้าไปติดคุก

อีกนัยหนึ่ง คู่สร้างคู่สมจึงเป็นเหมือนศูนย์กลางเชื่อมโยงผู้คนแต่ละสาขาอาชีพ แต่ละวัย ที่มีสถานะแตกต่างกันเข้าด้วยกัน

ยุครุ่งเรื่องที่สุดของสื่อสิ่งพิมพ์ที่มีอายุเกือบ ๔ ทศวรรษฉบับนี้น่าจะเป็นช่วงที่ตีพิมพ์รายสัปดาห์ เวลานั้นคู่สร้างคู่สมมียอดพิมพ์สูงถึงสัปดาห์ละ ๔๐๐,๐๐๐ เล่ม เฉพาะที่ส่งออกไปต่างประเทศประมาณ ๔๐,๐๐๐ เล่ม หรือถ้าคิดเป็นเดือนก็เดือนละ ๑,๒๐๐,๐๐๐ เล่ม สูงกว่ายอดพิมพ์ของนิตยสารหลายฉบับในเมืองไทยหลายเท่า

ด้วยยอดพิมพ์ขนาดนี้ ทีมงานยังมีข้อตกลงกับสายส่งหนังสือว่าการซื้อขายคู่สร้างคู่สมใช้ระบบ “ขายขาด” ไม่มีการ “รีเทิร์น” หมายความว่าทางบริษัทจะไม่รับซื้อหนังสือคืนแต่อย่างใด

การได้รับความนิยมในท้องตลาดหนังสืออาจยืนยันได้ด้วยราคาขายที่สถานีขนส่งหมอชิต จากราคาหน้าปก ๓๐ บาท แผงหนังสือที่หมอชิตขายเล่มละ ๓๕ บาท แบบเดียวกับการโก่งราคาล็อตเตอรี่ แต่ก็ยังมีผู้อ่านมาซื้อจนเกลี้ยงแผง

หนึ่งในคอลัมน์ยอดนิยม คือ คู่สมกับราศี คอลัมน์ดูดวงของ รศ.ดร.อัมพร สุขเกษม สำนักโหรอุตตราษาฒ

ขณะเดียวกันนี่เป็นคอลัมน์ที่ถูกคัดลอกหรือ “ก็อปปี้” ลงบนโลกออนไลน์หรือโซเชียลมีเดียมากที่สุด โดยผู้เขียนหรือนิตยสารคู่สร้างคู่สมไม่ได้รับผลตอบแทนใดๆ ในทางตรงข้ามกลับสูญเสียผู้อ่านไปจากการเติบโตขึ้นของสื่อบนโลกออนไลน์อย่างช้าๆ

เมื่อเว็บไซด์หลายแห่งคัดลอกเนื้อหาจากคอลัมน์คู่สมกับราศีไปนำเสนอต่อโดยไม่อ้างอิงแหล่งที่มา ไม่ให้ “เครดิต ” เจ้าของเนื้อหา อีกทั้งยังนำไปใช้หาค่าโฆษณาให้กับเว็บไซด์ของตัวเอง

การคัดลอกผลงานลงบนโลกออนไลน์และโซเชียลมีเดียอย่างไม่มีจรรยาบรรณเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ทีมงานคู่สร้างคู่สมท้อใจ

เหตุผลที่ทำให้นิตยสารคู่สร้างคู่สมตัดสินใจยุติบทบาทคล้ายคลึงกับเหตุผลของนิตยสารเล่มอื่นๆ ที่ทะยอยประกาศปิดตัวในรอบปีสองปีนี้

เมื่อวันนี้มีปัญหาเกิดขึ้นแทบทุกองคาพยพของระบบหนังสือบ้านเรา

ตั้งแต่ปลายทาง คือ คนอ่าน ทีมงานพบว่าระยะหลังคนไม่ค่อยอ่านหนังสือที่เป็นตัวอักษรพิมพ์ลงบนกระดาษ หันไปอ่านหนังสือที่พิมพ์บนหน้าปัด หน้าจอโทรศัพท์ ไอแพด คอมพิวเตอร์

เมื่อไม่มีคนเดินไปซื้อหนังสือที่แผงก็ทำให้แผงหนังสือพากันเลิกกิจการ แม้แต่แผงหนังสือในร้านสะดวกซื้อชื่อดังบางสาขาก็นำมุมขายหนังสือไปวางขายสินค้าอื่นแล้ว

การยกเลิกแผงหนังสือไม่ใช่แค่คู่สร้างคู่สมที่ได้รับผลกระทบเท่านั้น นิตยสาร หนังสือพิมพ์ สื่อสิ่งพิมพ์อื่นๆ ก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน เพราะการยกเลิกนั้นเขายกเลิกทั้งแผง

แล้วผลกระทบก็ต่อเนื่องมาถึงสายส่งหนังสือและเอเย่นประจำจังหวัด เมื่อไม่ค่อยมีคนอ่าน และไม่ค่อยมีแผงหนังสือตามชุมชน หมู่บ้าน สายส่งก็ไม่รู้ว่าจะเอาหนังสือไปขายให้ใคร

เดิมทีในแต่ละจังหวัดจะมีเอเย่นอยู่ประมาณ ๓ เจ้า เป็นตัวแทนกระจายหนังสือให้กับพ่อค้าแม่ค้าจากแผงหนังสือรายย่อย เอเย่นแต่ละเจ้าอาจจะแข่งกันว่าใครขายดีที่สุด แต่เมื่อไม่มีคนอ่านหนังสือ พ่อค้าแม่ค้าไม่มารับหนังสือไปขาย เอเย่นก็ขาดทุน

ทางด้านโรงพิมพ์ก็เริ่มมีงานจ้างพิมพ์น้อยลง จนหลายแห่งต้องลดจำนวนพนักงาน และปิดตัว

ทีมงานคู่สร้างคู่สมพยายามสู่ด้วยการไม่พึ่งสายส่ง ไม่พึ่งแผงหนังสือ ใช้วิธีบอกรับสมาชิกเพื่อจัดส่งหนังสือถึงบ้าน แต่จากคนอ่านที่เชื่อว่ามีจำนวนเป็นแสนๆ ล้านๆ กลับมีผู้สมัครสมาชิกกลับมาไม่กี่ร้อยคน

เชื่อมโยงกลับมายังประเด็นคนไม่ค่อยอ่านหนังสือที่เป็นตัวพิมพ์บนกระดาษ เมื่อการอ่านคู่สร้างคู่สมต้องเดินทางไปที่แผงหนังสือ ต้องเสียเงินซื้อ ขณะที่อ่านจากสมาร์ตโฟนกดอ่านได้เองที่บ้าน อาจเสียค่าไฟและค่าอินเตอร์เน็ตแค่ไม่กี่บาท

ถึงวันนี้แผงหนังสือตามสถานที่ต่างๆ จึงไม่ได้ขายหนังสือ แผงหนังซื้อที่หมอชิตก็หันขายของเล่น เคสโทรศัพท์มือถือ เครื่องดื่ม และอาหาร

ย้อนไปเมื่อสี่เดือนก่อน ปกนิตยสารคู่สร้างคู่สม ฉบับที่ ๙๙๔ ประจำวันที่ ๑-๑๐ กันยายน ๒๕๖๐ โปรยปกด้วยคำว่า “วิกฤติสื่อหนังสือ ดำรง…ยืนยัน “คส.คส.” ไม่มีวันเจ๊ง !” เนื้อหาด้านในชี้แจงว่า “ถ้าผู้อ่านหยุดอ่านและหยุดซื้อ…ผมก็จะหยุดทำ! มันก็จบ มันเจ๊งซะที่ไหนล่ะ?”

แม้ยอมรับว่าทุกอย่างมีเกิดมีดับ แต่คำประกาศปิดตัวของคู่สร้างคู่สมก็ถือเป็นเรื่องน่าตกใจ

ยิ่งเมื่อดู คำโปรยปก ฉบับที่ ๙๙๔ ทศ๑ ประจำวันที่ ๑-๑๐ กันยายน ๒๕๖๐ หรือย้อนไปไม่ถึง ๔ เดือนก่อนหน้า คู่สร้างคู่สมยังโปรยปกด้วยคำว่า “วิกฤติสื่อหนังสือ ดำรง…ยืนยัน “คส.คส.” ไม่มีวันเจ๊ง !”

ที่คงไม่มีใครคิดว่าคู่สร้างคู่สมกำลังจะปิดตัว

ขณะเดียวกันหากพลิกอ่านเนื้อหาด้านใน คอลัมน์ดำรงตอบจดหมาย ก็อาจพอจับสังเกตได้ถึงความไม่ปรกติบางอย่าง
ฉบับนั้นคุณดำรงตอบคำถามเกี่ยวกับแก้ปัญหาของนิตยสาร การมีคนอ่านหนังสือน้อยลงว่า

“ปีนี้ “คส.คส.” มีอายุ ๓๘ ปี อีก ๑๒ ปี จะได้ฉลองครบรอบ ๕๐ ปี ตอนนั้นผมก็อายุ ๘๕ ปีพอดี

“ตอนแรกกะเอาว่าผมน่าจะอยู่ถึงปีนั้นนะ แต่เดี๋ยวนี้เลิกคิดแล้ว เพราะ “คส.คส.” ต้องตายก่อนผมแน่ ก็ในเมื่อคนเขาไม่อ่านหนังสือเป็นเล่ม ยุทธจักรหรือองคาพยพของหนังสือมันก็ต้องจบสิ้น ผมไม่มีโรงพิมพ์แล้วผมจะผลิต “สค.คส.” มาได้อย่างไร ต่อไปพ่อค้ากระดาษก็เลิกขายกระดาษ แล้วผมจะเอากระดาษทีไหนพิมพ์? เรื่องระบบการจัดจำหน่ายก็ได้ลงมือทำแล้วโดยรับสมัครสมาชิกส่งให้ทาง ปณ. ถึงบ้าน ก็ไม่ได้ผลครับ เพราะมีผู้สมัครมาน้อย แต่เราเพิ่มงานและแรงงานคนมากขึ้นจนต้องทยอยคืนเงินให้สมาชิกแล้ว”

๑๐

อย่างไรก็ตาม เมื่อดูตัวเลขรายได้ของนิตยสารคู่สร้างคู่สมในปีที่ ๓๘

ยังคงมีหน้าโฆษณาที่ว่ากันว่าเป็นรายได้หลักของธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์ประเภทนิตยสารจำนวนไม่น้อย

สอดคล้องกับข้อมูลในเว็บไซด์ marketeeronline.com ลงตัวเลขรายได้ของคู่สร้างคู่สม อ้างอิงจากกระทรวงพาณิชย์ เดือนธันวาคม ปี ๒๕๖๐ ระบุว่า

ปี ๒๕๕๕ มีรายได้ ๒๒๗,๒๗๘,๐๘๖.๐๘ บาท เป็นกำไรก่อนหักภาษี ๖๙,๓๐๗,๕๒๑.๙๖ บาท
ปี ๒๕๕๖ มีรายได้ ๒๗๙,๘๖๒,๑๔๕.๕๗ บาท เป็นกำไรก่อนหักภาษี ๗๒,๐๑๕,๕๕๔.๐๘ บาท
ปี ๒๕๕๗ มีรายได้ ๓๓๖,๙๘๐.๐๙๗.๖๖ บาท เป็นกำไรก่อนหักภาษี ๑๔๑,๗๖๙,๖๙๑.๔๒ บาท
ปี ๒๕๕๘ มีรายได้ ๒๙๖,๒๗๔,๖๔๕.๑๙ บาท เป็นกำไรก่อนหักภาษี ๑๒๖,๔๔๑,๒๔๘.๕๗ บาท
ปี ๒๕๕๙ มีรายได้ ๒๐๐,๖๒๘,๔๒๖.๙๑ บาท เป็นกำไรก่อนหักภาษี ๘๐,๖๑๖,๐๑๐.๓๗ บาท
ปี ๒๕๖๐ มีรายได้ ๑๒๕,๔๑๕,๓๑๙.๑๓ บาท เป็นกำไรก่อนหักภาษี ๔๘,๓๖๐,๕๘๖.๔๕ บาท

จากตัวเลขข้างต้นจะเห็นได้ว่า ในช่วงสองปีที่ผ่านมา คู่สร้างคู่สมมีแนวโน้มของรายได้และกำไรก่อนหักภาษีลดลง ถึงแม้ว่าจะไม่ขาดทุนก็ตาม

๑๑

จากฉบับปฐมฤกษ์ราคาเล่มละ ๘ บาท จนถึงเล่มละ ๓๐ บาทในปัจจุบัน คู่สร้างคู่สมผ่านร้อนผ่านหนาว ท่องยุทธจักรหนังสือจนมีอายุ ๓๘ ปี
จากวางแผงเดือนละ ๑ ฉบับ ปรับเปลี่ยนเป็นรายปักษ์ทุก ๑๕ วัน รายสัปดาห์ทุก ๗ วัน มาเป็นรายทศทุก ๑๐ วันตามความนิยมของคนอ่านและความเหมาะสมของสถานการณ์ในแต่ละช่วงเวลา ที่สุดก็มาถึงวันประกาศคำอำลา ต่อไปจะไม่มีนิตยสารคู่สร้างคู่สมอีกแล้วไม่ว่าจะรอบรายใดๆ

“ผมเหนื่อยกับการทำคู่สร้างคู่สมจริงๆ ครับ เพราะผมตั้งใจมาก แต่มันเป็นความเหนื่อยที่ได้ความสุข ต้องขอบคุณตัวเองที่รักการอ่าน มันผลักดันให้ผมอยากทำให้คนอื่นอ่านบ้าง แล้วก็ขอขอบคุณแฟนคู่สร้างคู่สมที่เป็นแฟนแท้ๆ คือคนที่อ่านคู่สร้างคู่สมจริงๆ ผมรับรองว่าท่านเหล่านี้เต็มไปด้วยความรู้ กว้างขวาง”
คุณดำรง พุฒตาล วัย ๗๓ ปี ยังกล่าวในช่วงท้ายของรายการมองรอบด้านสุดสัปดาห์ ว่า

“ผมคิดว่าถ้ารับราชการ ๔๐ ปีก็เกษียณแล้ว แต่ผมทำหนังสือมา ๓๘ ปี ก็ early ไปสัก ๒ ปีก็แล้วกัน ขอให้ท่านมีสุขภาพพลานามัยสมบูรณ์ โดยเฉพาะปีใหม่นี้ แม้ไม่มีคู่สร้างคู่สมอ่านก็ขอให้มีจิตใจร่าเริง”

  • เก็บตกฯ จาก รายการ มองรอบด้านสุดสัปดาห์ สถานี TNN24 ช่อง ๑๖

tei

ฐิติพันธ์ พัฒนมงคล

อีกภาคหนึ่งของ “เจ้าชายหัวตะเข้” นักเขียนสารคดีที่เรียนจบมาด้านวิทยาศาสตร์ สนใจปัญหาสิ่งแวดล้อม สังคม และกีฬาเป็นพิเศษ

    เก็บตกจากลงพื้นที่ บางเรื่องที่ไม่ได้เขียนลงสารคดี จากการลงพื้นที่ภาคสนาม พิธีสืบชะตาแม่น้ำสาละวิน เมื่อวันที่ ๑๔ มีนาคม ๒๕๖๒ จัดขึ้น ณ จุดที่แม่น้ำเมยไหลมาสบแม่น้ำสาละวิน บ้านสบเมย อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน
เก็บตกจากลงพื้นที่ บางเรื่องที่ไม่ได้เขียนลงสารคดี จากการลงพื้นที่ภาคสนาม แผนภาพมุมสูง แสดงตำแหน่งของพื้นที่ลุ่มน้ำชั้นต่างๆ อาทิ ชั้น ๑ เอ, ๒, ๓ (ภาพ : เว็บไซด์กองบริหารจัดการที่ดิน สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม)
เก็บตกจากลงพื้นที่ บางเรื่องที่ไม่ได้เขียนลงสารคดี จากการลงพื้นที่ภาคสนาม โรงงานอุตสาหกรรมปล่อยฝุ่นควันเป็นสาเหตุสำคัญของมลภาวะทางอากาศ (ภาพ : 123RF) เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๖๒ มูลนิธิบูรณะนิเวศ (EARTH), มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม (EnLAW),



ผู้ดูแล และลงข้อมูลประจำเวบไซต์ sarakadee.com




Previous Article
19 ธันวาคม
Next Article
20 ธันวาคม




ใส่ความเห็น

อีเมล์ของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

    เก็บตกจากลงพื้นที่ บางเรื่องที่ไม่ได้เขียนลงสารคดี จากการลงพื้นที่ภาคสนาม พิธีสืบชะตาแม่น้ำสาละวิน เมื่อวันที่ ๑๔ มีนาคม ๒๕๖๒ จัดขึ้น ณ จุดที่แม่น้ำเมยไหลมาสบแม่น้ำสาละวิน บ้านสบเมย อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน
เก็บตกจากลงพื้นที่ บางเรื่องที่ไม่ได้เขียนลงสารคดี จากการลงพื้นที่ภาคสนาม แผนภาพมุมสูง แสดงตำแหน่งของพื้นที่ลุ่มน้ำชั้นต่างๆ อาทิ ชั้น ๑ เอ, ๒, ๓ (ภาพ : เว็บไซด์กองบริหารจัดการที่ดิน สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม)
เก็บตกจากลงพื้นที่ บางเรื่องที่ไม่ได้เขียนลงสารคดี จากการลงพื้นที่ภาคสนาม โรงงานอุตสาหกรรมปล่อยฝุ่นควันเป็นสาเหตุสำคัญของมลภาวะทางอากาศ (ภาพ : 123RF) เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๖๒ มูลนิธิบูรณะนิเวศ (EARTH), มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม (EnLAW),