ทำสงครามให้เป็นเรื่องเล่น Legendary Wargame

สิงหาคม 3, 2018 
0


ผลงานจากค่ายสารคดี ครั้งที่ 14
งานเขียนดีเด่น
เรื่อง : สิรวิชญ์ สิงหาพล
ภาพ : อติรุจ เจิดดีสกุล

In a middle of nowhere…

รอบตัวของผมล้อมไปด้วยทุ่งหญ้า บึง และสวนที่ไม่รู้ว่าเป็นของใคร ถนนที่ย่างเข้าไปเป็นถนนลูกรัง ผมมั่นใจว่านี่คือทางที่นำไปยังจุดหมายเมื่อผมผ่านป้าย “ถนนส่วนบุคคล ห้ามยิงนก ตกปลา ก่อไฟ ก่อนได้รับอนุญาต”

ที่ที่ผมกำลังเดินทางไปถือได้ว่าอยู่ไกลจากเขตเมืองที่คุ้นเคย ล้อมรอบไปด้วยบรรยากาศที่ไม่ค่อยคุ้นชินนัก โดยเฉพาะเมื่อนึกถึงปลายทางที่กำลังมุ่งไป อันเป็นสถานที่รวมตัวของเหล่าขุนศึกผู้บัญชาทัพ หรือแม้กระทั่งอัศวินในเกราะเหล็ก ผมเพิ่งรู้สึกตัวในตอนที่ผมกำลังเล่าอยู่นี้เองว่า ขุนศึก อัศวิน และดินแดนที่ห่างไกล ก็ดูเป็นคำที่เข้ากันได้ลงตัวดี

ผมเดินทางออกกจากถิ่นฐานเพื่อมายังสถานที่ที่ห่างไกลออกไป เพื่อไปยังดินแดนที่เหล่าขุนศึกและอัศวินได้มารวมตัวกัน

สถานที่ที่กำลังเดินทางไปนี้ตั้งอยู่ที่อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี ซึ่งการเดินทางที่สะดวกที่สุดที่จะเดินทางมาก็คือรถไฟฟ้ามหานคร สายฉลองรัชธรรม หรือรถไฟฟ้าสายสีม่วง มาลงที่สถานีตลาดบางใหญ่ ซึ่งอยู่ติดกับเซ็นทรัลพลาซา เวสต์เกต

แต่การเดินทางมาถึงตลาดบางใหญ่ก็ยังไม่ใช่จุดหมายปลายทาง ผมต้องต่อรถจากตลาดบางใหญ่ไปยังซอยกันตนา ซึ่งอยู่เลยไปบนถนนกาญจนาภิเษก ลัดเลาะเข้าซอยเพื่อไปยังสถานที่ของ Legendary Wargame ร้านเกมซึ่งอยู่ในซอยลึกราวกับเป็นดินแดนลับแล

แล้วผมก็ได้ผ่านป้าย “ถนนส่วนบุคคล ห้ามยิงนก ตกปลา ก่อไฟ ก่อนได้รับอนุญาต” และมาพบกับที่ตั้งร้าน ซึ่งเป็นอาคารชั้นเดียวทรงสี่เหลี่ยม ในช่วงบ่ายของวันเสาร์รถยนต์จอดเรียงรายอยู่หน้าร้าน ด้านข้างของตัวอาคารเป็นลานหญ้ากว้าง มีเพิงไม้ตั้งอยู่ กองหินจัดวางอยู่ในลานหญ้า ทั้งเป็นกองสุมและเป็นวงสำหรับก่อกองไฟ เป้าธนูวางตรงข้ามกับซุ้มซึ่งสร้างจากไม้ไผ่ และที่โดดเด่นสุดคือรั้วไม้ซึ่งวางล้อมไว้เป็นคอกสี่เหลี่ยมซึ่งคือลานประลอง

ลานกว้างแห่งนี้ถูกเรียกว่าหมู่บ้านยุคกลาง เป็นสถานที่รวมตัวของกลุ่มกิจกรรมจำลองวิถีชีวิตของคนยุโรปยุคกลาง Society of Creative Anachronism หรือ SCA

บริเวณหน้าร้าน Legendary ที่ต้องเข้ามาลึกมากกว่าจะได้เจอกับร้านของแฟนพันธ์ฯแท้ เรียกกันว่าไม่รักจริงคงไม่เข้ามาหากันง่ายๆ

บริเวณหมู่บ้านยุคกลางข้างร้าน Legendary Wargame ที่ถูกเซตขึ้นมาสำหรับกลุ่ม SCA มีที่สำหรับฝึกซ้อม เพลงดาบและประกอบกิจกรรมเกี่ยวกับยุคกลางต่างๆ

ภาพโมเดลแนว plastic kit ที่ไม่ได้มาแบบสำเร็จรูป ต้องอดทนใช้คีมอันเล็กๆ ตัดแยกออกมาเป็นชิ้นๆ และยังต้องหยอดกาวประกอบให้เป็นรูปร่างที่สมบูรณ์

Legendary Wargame เป็นร้านเกม แต่ไม่ใช่เกมทั่วไป เมื่อเข้ามาในร้านผมพบกับโต๊ะที่จัดเตรียมไว้สำหรับเล่นเกม เป็นโต๊ะขนาดใหญ่ บนโต๊ะจัดวางไว้ด้วยฉากจำลองสร้างบรรยากาศให้เหมือนกับฉากแผนในเกม นอกจากโต๊ะสำหรับเล่นเกมแล้วก็มีโต๊ะยาวซึ่งถูกแบ่งออกเป็นส่วนๆ มีโคมไฟและถาดวางกระปุกใส่สี ริมกำแพงรอบร้านเต็มไปด้วยเชลฟ์วางกล่องหลากหลายขนาด ทั้งหมดเป็นกล่องโมเดลจำลองขนาดเล็กซึ่งเรียกกันว่า miniature อีกมุมหนึ่งของร้านมีชุดเก้าอี้นวม La-Z-Boy วางเรียงกันไว้ ที่หากคุณได้หย่อนก้นลงนั่งดูสักทีคุณจะไม่อยากลุกขึ้นมาอีกเลย

ร้าน Legendary Wargame เป็นร้านจัดจำหน่ายและให้บริการเกมสงครามจำลองขนาดเล็ก หรือ miniature wargame เกมกระดานรูปแบบหนึ่งที่ให้ผู้เล่นควบคุมโมเดลจำลองขนาดเล็กจำนวนหนึ่ง สร้างเป็นกองทัพและทำการรบกัน

ภายในตัวร้านลูกค้าที่มาใช้บริการโต๊ะสำหรับเล่นเกมยืนประจันหน้ากันอยู่บนสองฝั่งของโต๊ะ คั่นกลางด้วยสนามซึ่งประดับด้วยโมเดลประกอบฉาก ซึ่งในที่นี้เรียกกันว่าเทอร์เรน (terrain) แปลตรงตัวได้ว่าภูมิประเทศ

บนโต๊ะตัวแรกสนามถูกประกอบด้วยเทอร์เรนของป้อมปราการใหญ่เล็กสลับกัน บนยอดป้อมประดับด้วยป้อมปืนขนาดใหญ่ ผู้เล่นฝ่ายหนึ่งกำลังควบคุมกองทัพเอเลี่ยน ในขณะที่ผู้เล่นอีกฝั่งควบคุมกองทัพปีศาจ กำลังเขย่ามือทอยลูกเต๋า

บนโต๊ะตัวถัดไปจัดฉากเป็นทุ่งหญ้าสลับกับป่าและเนิน ผู้เล่นฝั่งหนึ่งควบคุมกองทัพคนแคระที่มาพร้อมกับเครื่องยนต์และเรือเหาะ ในขณะที่อีกฝั่งคุมกองทัพอัศวินปีศาจที่มีแม่ทัพขี่หลังมังกรสามหัว ผู้เล่นฝ่ายหนึ่งกำลังยืดตลับเมตรเพื่อวัดระยะของตัวโมเดลในการออกคำสั่ง
ทั้งสองโต๊ะนี้กำลังเล่น miniature wargame ที่ชื่อว่า Warhammer โดยโต๊ะแรกกำลังเล่นเกมสงครามไซไฟอนาคต Warhammer 40,000 และโต๊ะตัวที่ 2 คือเกมสงครามแฟนตาซี Warhammer Age of Sigmar

“ร้าน Legendary Wargame จัดจำหน่ายสินค้าของ Game Workshop ทุกรายการ และมีโต๊ะสำหรับเล่นเกมให้ใช้บริการฟรี มีสีให้ทดลองใช้ฟรี”

คนลงสีจะใช้เวลาหลายชั่วโมงกว่าจะเก็บรายละเอียดสำเร็จ เป็นงานอดิเรกที่กินเวลาและใช้สมาธิสูงมาก ชั่วโมงบินและความอดทนที่มีมากกว่าคนทั่วไปเท่านั้นถึงจะทำให้งานแบบนี้ออกมาสวยงามน่าจดจำ

อุปกรณ์มากมายที่ใช้ในการทำงาน แต่ละชิ้นไม่ได้มีราคาที่ถูกและหาได้ง่ายตามท้องตลาด เมื่อตัวพลาสติก คิตมีราคาที่แพงแล้ว การจะใช้ของถูกๆ ไร้คุณภาพมาลงสีตัวละครที่เรารักคงจะไม่ใช่เรื่องที่คุ้มค่าจะทำ ถ้าอยากจะได้งานที่ดี

กองทัพส่วนตัวที่พร้อมจะบดขยี้ศัตรูทุกผู้ที่ดาหน้ามาประชัน กว่าจะสร้างได้ใหญ่ขนาดนี้ไม่ใช่เรื่องแค่ข้ามคืน กรุงโรมไม่ได้สร้างเสร็จในวันเดียวฉันใด กองทัพ Warhammer ยิ่งใช้เวลานานหลายเท่ากว่าฉันนั้น

เอก-ปิยะพงศ์ ไทยทัตกุล บอกถึงบริการต่างๆ ในร้าน เขาคือเจ้าของร้าน Legendary Wargame ผู้เล่นเกม Warhammer มากว่า 10 ปี และยังเป็นคนที่ขยับขยายวงการ Warhammer ในประเทศไทยโดยการเป็นร้านแรกที่เป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของ Game Workshop

Warhammer เป็น miniature wargame ของค่าย Game Workshop ซึ่งเป็นบริษัทออกแบบเกมและผลิตโมเดลในประเทศอังกฤษ Warhammer นั้นเป็น miniature wargame ที่ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางในระดับโลก แต่เสน่ห์ของ Warhammer นี้คืออะไร ที่ทำให้ผู้คนมากมายหลงใหลมัน

“โมเดลครับ Warhammer เป็นโมเดลที่เราต้องเอาไปเพนต์เอง เราได้ฮอบบี้หลายอย่างจากมัน ประกอบโมเดล เพนต์โมเดล แล้วก็นำโมเดลมารบกัน” เอกบอกกับผมเช่นนี้ ซึ่งสิ่งที่เอกได้กล่าวมานี้คือคอนเซปต์หลักของ Warhammer build (ประกอบ), paint (ลงสี) และ play (เล่น) เนื่องจากโมเดลของ Warhammer นั้นเป็นโมเดลที่มาเป็นแผง ผู้ซื้อจะต้องนำมาประกอบ รวมถึงลงสีเอง ซึ่งในส่วนนี้ก็เป็นเสน่ห์ที่สำคัญของ Warhammer เนื่องจากเมื่อเราต้องประกอบและลงสีตัวโมเดลด้วยตัวเองแล้ว เราจึงสามารถที่จะปรับแต่ง หรือสร้างความเป็นเอกลักษณ์ของตัวเองลงไปในโมเดลของเราได้ หรือเราจะยึดทำโมเดลของเราให้เป็นไปตามคอนเซปต์ต้นแบบก็แล้วแต่เราจะเลือก

ในระหว่างที่ผมกำลังเดินชมบรรยากาศรอบร้าน ชมโมเดล และชมการแข่งขันระหว่างผู้เล่น ผมก็ได้เจ-พระนาย รอดลัก ลูกค้าประจำของร้าน Legendary Wargame คอยให้คำแนะนำต่างๆ เจดูเหมือนจะเป็นลูกค้าที่อายุน้อยที่สุดในร้าน เขาเป็นนักเรียนชั้น ม.5 ที่ชื่นชอบการทำโมเดล เขารู้จักกับ Warhammer มาเป็นเวลาปีเศษ และเขาก็หลงใหลมันตั้งแต่เริ่มต้น

“จากที่ผมเคยทำสีโมเดลมาก่อน ผมบอกเลยว่าสิ่งหนึ่งที่ทำให้ Warhammer แตกต่างไปจากโมเดลอื่นก็คือเรื่องของสี Game Workshop นอกจากจะผลิตโมเดลแล้วเขายังมีสีของตัวเอง และมันหลากหลายมาก ถ้าเป็นโมเดลอื่นผมจะต้องผสมสีเองเพื่อที่จะได้สีที่ต้องการ แต่กับ Warhammer สีมันมีเยอะไปหมด” เจเล่าให้ผมฟังขณะที่โชว์แผงขายสีของร้านซึ่งมีกระปุกใส่สีเล็กๆ เรียงกันเป็นจำนวนไม่ต่ำกว่า 100 ขวดแน่นอน และนอกจากสีเหล่านั้นจะมีความหลากหลายให้เลือกใช้แล้ว เจยังบอกให้ผมรู้ด้วยว่าสีเหล่านี้มีการแบ่งรูปแบบไว้ให้อีกด้วย ทั้งสีสำหรับรองพื้น สีสำหรับลงรายละเอียด สีสำหรับสร้างมิติให้กับโมเดล

นอกจากนี้ Warhammer ยังเป็นเกมสงครามที่มีกฎที่ทำให้โมเดลของเรานั้นสามารถนำมาเล่นได้จริงและจับต้องได้ โดยการเล่นในเกมทุกอย่างจะเกิดขึ้นบนสนามรบขนาดไม่ต่ำกว่า 2 ตารางฟุต โดยมีการกำหนดเงื่อนไขในการชนะก่อนเริ่มเล่น โมเดลทุกตัวมีค่าสถานะบอกความสามารถและสิ่งต่างๆ ที่โมเดลนั้นทำได้ รวมถึงค่าใช้จ่ายในการนำมาใช้ในกองทัพ ฉะนั้นผู้เล่นจะต้องบริหารจัดการกองทัพของตัวเองด้วยแต้มที่มีจำกัด

การเคลื่อนตัวละครและระยะการโจมตีทุกอย่างวัดด้วยระยะจริง ตลับเมตรเป็นอุปกรณ์ที่ขาดไม่ได้สำหรับการเล่นเกมนี้ และผสมลงไปเพิ่มด้วยองค์ประกอบของดวง ในการตัดสินเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างเกมจะใช้ลูกเต๋าเป็นตัวตัดสิน การโจมตีโดนหรือไม่ ป้องกันสำเร็จหรือไม่

เกมวางแผนการรบที่คนทุกวัยสามารถสนุกสนานได้ ชิงไหวชิงพริบกันบนโต๊ะเล็กๆ ที่ถูกจำลองให้กลายเป็นสนามรบย่อยๆ

สมรภูมิที่เติมความสมจริงทำให้ผู้เล่นอินไปกับตัวละครมากขึ้นก็คือสิ่งก่อสร้างประกอบฉากเหล่านี้ล้วนถูกทำอย่างประณีตไม่แพ้เหล่าทหารจ้อยๆ ในกองทัพเลย

หมวกสำหรับฝึกซ้อมของนักรบ SCA ภายนอกพวกเขาคือคนธรรมดา แต่เมื่อใดก็ตามที่หมวกเกราะเหล่านี้ ถูกสวมใส่ จิตวิญญาณของนักรบยุคกลางจะคลุ้มคลั่งเรียกร้องสงครามที่มีแต่เลือดและเหล็กเท่านั้นที่จะปะทะ กัน หากแต่นี่เป็นเพียงการจำลองการประลองของผู้รักยุคกลางเท่านั้น มิได้หมายเอาชีวิตกันให้ถึงตาย

ทุกวันหยุดจะมีผู้คลั่งไคล้เกม Warhammer ถูกดึงดูดเข้ามาสู่สังคมอีกหน้าที่มีแต่ผู้เล่นเท่านั้นที่จะเข้าใจ

“สำหรับผมมันเป็นความฝันในวัยเด็กเลยนะ ตอนนี้ผมอายุ 45 แล้ว เมื่อก่อนตอนเป็นวัยรุ่น ช่วง 20 ปลายๆ เคยเห็นเขาเล่น ชอบ และก็ฝังใจกับมัน แต่ก่อนไม่มีโอกาสจะได้เล่นหรอก เพราะราคาโมเดลมันแพงถึงระดับที่วัยรุ่นทั่วไปซื้อไม่ไหว เมื่อก่อนโมเดลราคาแพงกว่าตอนนี้อีก เดี๋ยวนี้กล่องนึงราคาเต็มที่ 4,000-5,000 แต่ถ้าเป็นเมื่อก่อนพูดได้เลยว่า 10,000-20,000 ตอนเป็นวัยรุ่นเลยไม่มีโอกาสได้เล่นกับเขา โตมานี่แหละถึงได้มีโอกาส” บะ-ชุมพล เอื้อไพบูลย์รัตน์ ผู้เล่น Warhammer เป็นเวลาไม่ถึง 2 ปี เจ้าของกองทัพอัศวินปีศาจและมังกรตัวใหญ่ยักษ์ เขาเป็นเจ้าของกองทัพ Grand Alliance Chaos กองทัพที่มีราคาแพงที่สุดกองทัพหนึ่งของเกม Warhammer

แดดบ่ายเริ่มคล้อยลง ผมออกไปสูดอากาศ ณ ลานนอกร้าน Legendary Wargame กลุ่ม SCA กำลังทำกิจกรรมกันอยู่ในลานกว้าง บ้างก็สวมเสื้อผ้าทั่วไป บางคนครึ่งบนสวมชุดหนังสัตว์แบบไวกิ้งยุคกลาง มีแม้กระทั่งคนที่แต่งกายในชุดเกราะเต็มยศ คนหนึ่งกำลังใช้ดาบไม้ซ้อมการฟันกับแท่นไม้สำหรับฝึกซ้อม อีกกลุ่มหนึ่งกำลังนั่งย่างเนื้อกันอยู่ในเพิงไม้ และคนในชุดเกราะเต็มยศกำลังเปิดรั้วก้าวเข้าไปในลานประลอง

บรรยากาศการรวมตัวของกลุ่ม SCA ซึ่งจำลองวิถีชีวิตอันน่าหลงใหลของยุโรปยุคกลาง พวกเขามุ่งเน้นในการทดลองใช้ชีวิตตามแบบยุโรปยุคกลางในหลากหลายแบบเท่าที่จะทำได้ โดยพวกเขาจะนัดรวมตัวกันในทุกวันเสาร์เพื่อทำกิจกรรมยุคกลางต่างๆ ที่ลานกว้างที่ให้ชื่อกับมันว่า “หมู่บ้านยุคกลาง” แห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็นการทำอาหารแบบยุคกลาง ดนตรียุคกลาง การทำชุด หรือแม้กระทั่งเสื้อเกราะยุคกลาง รวมไปถึงการต่อสู้ และกิจกรรมอันโดดเด่นและเป็นที่สนใจที่สุดของ SCA ก็คือ Heavy Combat การต่อสู้โดยสวมเสื้อเกราะเต็มตัว

การต่อสู้แบบ Heavy Combat ที่ว่านี้เป็นกิจกรรมจำลองการต่อสู้ยุคกลางของกลุ่ม SCA ที่มีกฎกติกาควบคุมเพื่อความปลอดภัยของผู้เล่น โดยอนุญาตให้โจมตีผู้เล่นได้ด้วยอาวุธ ไม่ว่าจะเป็นดาบ หอก ขวาน หรืออื่นๆ ที่ผ่านการรับรองจาก SCA แล้วเท่านั้น และยังมีการฝึกซ้อมกันอย่างสม่ำเสมอ ผมมีโอกาสได้ลองฝึกซ้อมฟันดาบของกลุ่ม SCA ซึ่งแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าการละเล่นของเขานั้นมีหลักการ การฝึกซ้อมของพวกเขานั้นมีแบบแผน อีกทั้งเครื่องแต่งกาย ชุดเกราะก็ได้ออกแบบมาเพื่อรองรับความปลอดภัยของผู้เล่น

“อยากลองใส่เฮล์ม (helm) ไหม” กร-นาคร ศรีสมวงศ์ ถามผม เขาเป็นผู้ช่วยแนะนำกิจกรรมต่างๆ และสอนวิธีซ้อมฟันดาบให้ ผมรับเกราะหัวมาใส่ด้วยความอยากรู้

กรก็ฟาดศีรษะผมเต็มแรง

ผมไม่เป็นอะไร นอกจากได้ยินเสียงเหง่งหง่างและหูอื้อเล็กน้อยเพราะเกราะหัวมีไซซ์ใหญ่กว่าหัวผมไปหน่อย

Legendary Wargame เป็นร้านเกม แต่ไม่ใช่แค่ร้านเกมธรรมดา เป็นร้านที่ซ่อนตัวอยู่ราวกับดินแดนลับแล แต่ผู้คนก็ยังคงแวะเวียนกันมาอย่างไม่ขาดสาย

ผู้คนที่ชื่นชอบในเกมสงคราม หรือหลงใหลในตะวันตกยุคกลางต่างก็มารวมตัวกันที่นี่ เกิดเป็นสังคมเล็กๆ ที่รวมผู้คนไว้ด้วยความชอบเดียวกัน

“ผมอยากจะทำให้ที่นี่เป็นสถานที่พักผ่อนในวันหยุดของคนที่มีความชอบใกล้เคียงกัน” เอก เจ้าของร้านบอกเช่นนั้น


สิรวิชญ์ สิงหาพล
นักเขียนฝึกหัด ชอบในการมองหาโครงสร้างที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง ที่มาของสังคม และความเป็นไปในชีวิตเราทุกวันนี้ั สนใจในวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และ Pop Culture

 

………..

อติรุจ เจิดดีสกุล
Dead line เปรียบเสมือนไฟจากเตาบาร์บีคิวอันร้อนแรงที่ทำให้ช่างภาพอย่างเราต้องย่างสเต็กที่เรียกว่าภาพถ่ายบ่อยๆ เนื้อที่อร่อยไม่ต้องถึงขั้นสุกจนเกินไป ขอแค่เคี้ยวแล้วชุ่มฉ่ำดีให้ได้เสียง “จั๊บ…จั๊บ จั๊บ…” ก็พอ

เรื่อง : ศรัณย์ ทองปาน *ตัดตอนจากต้นฉบับ ประชาชนในประวัติศาสตร์ : สงครามโลกในหนังสืองานศพ ของผู้เขียน ซึ่งยังอยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูล   ประวัติศาสตร์เปรียบเหมือนการถักทอความทรงจำขึ้นจากชิ้นส่วนจำนวนมากของอดีต นักประวัติศาสตร์ผลิตงานจากการค้นคว้าหลักฐาน เอกสาร การตีความ เชื่อมโยงข้อมูล สร้างเป็นเรื่องเป็นราวขึ้นมา  กรณีของสงครามโลกครั้งที่ ๒ ต่างจากประวัติศาสตร์ยุคโบราณ เช่นสมัยสุโขทัยหรือสมัยอยุธยา ตรงที่ว่าเป็นเรื่องราวร่วมสมัย  แม้ผู้คนที่เคยผ่านประสบการณ์ครั้งนั้นมาต่างสูงอายุขึ้นตามวันเวลาและทยอยล้มหายตายจากไป หากแต่ความทรงจำและเรื่องเล่าของเขาและเธอได้รับการบันทึกไว้ในหนังสืออนุสรณ์งานศพ--เอกสารอันมีลักษณะเฉพาะตัวของสังคมไทย--จำนวนไม่น้อย ทั้งในรูปของคำไว้อาลัย และบันทึกหรืออัตชีวประวัติของผู้วายชนม์  ในที่นี้จะทดลองหยิบยกเรื่องราวชีวิตประจำวันของคนไทยยุคสงครามโลกมาร้อยเรียงพอให้เห็นภาพของ “สงครามมหาเอเชียบูรพา” จากความทรงจำร่วมสมัยในหนังสืองานศพ ใบปลิวของกองทัพญี่ปุ่นที่แจกจ่ายในช่วงเริ่มต้นสงครามมหาเอเชียบูรพา (เอื้อเฟื้อภาพ : สยามบรรณาคาร) เซ็งลี้ “เซ็งลี้” เป็นคำภาษาจีนแต้จิ๋ว มีความหมายว่าธุรกิจหรือการค้าขาย แต่ในสมัยสงครามโลก “เซ็งลี้” มีความหมายใหม่ว่าเป็นการค้าเก็งกำไร  พลอากาศตรี บุญเลิศ สุทธิสำแดง (ปี ๒๔๔๘-๒๕๓๓) บันทึกไว้ว่า “คำว่า เซ็งลี้ เริ่มเกิดขึ้นในตอนนี้เอง ประชาชนไม่ว่าหนุ่มสาวเฒ่าแก่ หรือแม้แต่เด็ก ๆ ก็วิ่งเต้นซื้อขายกันจ้าละหวั่นไปหมด พวกพ่อค้าเศรษฐีมีเงินก็กว้านซื้อสินค้าต่าง ๆ กักตุนเอาไว้ ซื้อถูกขายแพงกันทั่วไป  คนที่ไม่มีทุนทรัพย์ก็วิ่งเต้น
วีระศักร จันทร์ส่งแสง : เรื่อง วิจิตต์ แซ่เฮ้ง : ภาพ รางวัลอาจไม่ใช่สิ่งยืนยันคุณภาพทั้งหมด แต่รางวัลทั้งหมดที่ได้มาจนแน่นเต็มตู้โชว์ในห้องสำนักงานกลุ่มอาชีพสหกรณ์วัดลาดปลาเค้า คงไม่ใช่เรื่องธรรมดาหรือความบังเอิญของชาวสุพรรณบุรีกลุ่มเล็กๆ ที่นำอาหารคู่ครัวชาวบ้านแต่ดั้งเดิมมาผลิตติดแบรนด์ ออกร้านวางขายสู่ลูกค้าในวงกว้างหลายจังหวัดจนถึงในเมืองหลวง “ก่อนปี ๒๕๔๐ ผมก็เป็นพนักงานบริษัท  พอเกิดยุคฟองสบู่แตกผมออกมาทำนู่นนี่อยู่ ๔-๕ ปี ก็ไม่ได้เรื่องได้ราว” สมพงษ์ ศรีศักดา เล่าเรื่องของตัวเองซึ่งเกี่ยวโยงกับการเกิดขึ้นของกลุ่ม ศรีประจันต์ สุพรรณบุรี เป็นเมืองริมแม่น้ำท่าจีน ปลาน้ำจืดชุกชุม เห็นเพื่อนบ้านญาติมิตรค้าปลาเค็มปลาแดดเดียวมีรายได้ดี เขาก็อยากมองหางานสักอย่างเกี่ยวกับปลา “เมื่อก่อนชาวบ้านก็ทำกินกันอยู่แล้ว เดิมเราอยู่ในตัวอำเภอศรีประจันต์ ริมแม่น้ำท่าจีน พ่อของสมพงษ์มาเป็นครูใหญ่ที่นี่ ก็เลยย้ายครอบครัวมาอยู่ด้วยกัน” คุณแม่ของสมพงษ์เล่าถึงการเดินทางของครอบครัว จากในตลาดมาสู่ท้องทุ่งลาดปลาเค้า  “หน้าน้ำทุ่งนี้เป็นเวิ้งน้ำทั้งหมด บ้านอยู่กลางน้ำ ยืนบนระเบียงบ้านหย่อนเบ็ดลงไปก็ได้กินปลาเลย” ปลาชุกชุมหาได้ง่ายจนเหลือกินได้แปรรูป ทำปลาร้าเก็บไว้กินได้ทั้งปี และสูตรเด็ดสำหรับการปรุงปลาร้าเป็นอาหารประจำบ้านก็คือ ปลาร้าสับทรงเครื่อง “มาเริ่มทำปลาร้าสับจริงจังเมื่อปี ๒๕๔๖
ผลงานจากค่ายสารคดี ครั้งที่ 11 งานภาพชมเชย เรื่อง : จุฑามาศ บุญเย็น ภาพ : ณัฐพร แสงอรุณ



ผู้ดูแล และลงข้อมูลประจำเวบไซต์ sarakadee.com








ใส่ความเห็น

อีเมล์ของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

เรื่อง : ศรัณย์ ทองปาน *ตัดตอนจากต้นฉบับ ประชาชนในประวัติศาสตร์ : สงครามโลกในหนังสืองานศพ ของผู้เขียน ซึ่งยังอยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูล   ประวัติศาสตร์เปรียบเหมือนการถักทอความทรงจำขึ้นจากชิ้นส่วนจำนวนมากของอดีต นักประวัติศาสตร์ผลิตงานจากการค้นคว้าหลักฐาน เอกสาร การตีความ เชื่อมโยงข้อมูล สร้างเป็นเรื่องเป็นราวขึ้นมา  กรณีของสงครามโลกครั้งที่ ๒ ต่างจากประวัติศาสตร์ยุคโบราณ เช่นสมัยสุโขทัยหรือสมัยอยุธยา ตรงที่ว่าเป็นเรื่องราวร่วมสมัย  แม้ผู้คนที่เคยผ่านประสบการณ์ครั้งนั้นมาต่างสูงอายุขึ้นตามวันเวลาและทยอยล้มหายตายจากไป หากแต่ความทรงจำและเรื่องเล่าของเขาและเธอได้รับการบันทึกไว้ในหนังสืออนุสรณ์งานศพ--เอกสารอันมีลักษณะเฉพาะตัวของสังคมไทย--จำนวนไม่น้อย ทั้งในรูปของคำไว้อาลัย และบันทึกหรืออัตชีวประวัติของผู้วายชนม์  ในที่นี้จะทดลองหยิบยกเรื่องราวชีวิตประจำวันของคนไทยยุคสงครามโลกมาร้อยเรียงพอให้เห็นภาพของ “สงครามมหาเอเชียบูรพา” จากความทรงจำร่วมสมัยในหนังสืองานศพ [caption id="attachment_20126" align="aligncenter" width="625"] ใบปลิวของกองทัพญี่ปุ่นที่แจกจ่ายในช่วงเริ่มต้นสงครามมหาเอเชียบูรพา (เอื้อเฟื้อภาพ : สยามบรรณาคาร)[/caption] เซ็งลี้ “เซ็งลี้” เป็นคำภาษาจีนแต้จิ๋ว มีความหมายว่าธุรกิจหรือการค้าขาย แต่ในสมัยสงครามโลก “เซ็งลี้” มีความหมายใหม่ว่าเป็นการค้าเก็งกำไร  พลอากาศตรี บุญเลิศ สุทธิสำแดง (ปี ๒๔๔๘-๒๕๓๓) บันทึกไว้ว่า “คำว่า เซ็งลี้ เริ่มเกิดขึ้นในตอนนี้เอง ประชาชนไม่ว่าหนุ่มสาวเฒ่าแก่ หรือแม้แต่เด็ก ๆ ก็วิ่งเต้นซื้อขายกันจ้าละหวั่นไปหมด พวกพ่อค้าเศรษฐีมีเงินก็กว้านซื้อสินค้าต่าง ๆ กักตุนเอาไว้ ซื้อถูกขายแพงกันทั่วไป  คนที่ไม่มีทุนทรัพย์ก็วิ่งเต้น
วีระศักร จันทร์ส่งแสง : เรื่อง วิจิตต์ แซ่เฮ้ง : ภาพ รางวัลอาจไม่ใช่สิ่งยืนยันคุณภาพทั้งหมด แต่รางวัลทั้งหมดที่ได้มาจนแน่นเต็มตู้โชว์ในห้องสำนักงานกลุ่มอาชีพสหกรณ์วัดลาดปลาเค้า คงไม่ใช่เรื่องธรรมดาหรือความบังเอิญของชาวสุพรรณบุรีกลุ่มเล็กๆ ที่นำอาหารคู่ครัวชาวบ้านแต่ดั้งเดิมมาผลิตติดแบรนด์ ออกร้านวางขายสู่ลูกค้าในวงกว้างหลายจังหวัดจนถึงในเมืองหลวง “ก่อนปี ๒๕๔๐ ผมก็เป็นพนักงานบริษัท  พอเกิดยุคฟองสบู่แตกผมออกมาทำนู่นนี่อยู่ ๔-๕ ปี ก็ไม่ได้เรื่องได้ราว” สมพงษ์ ศรีศักดา เล่าเรื่องของตัวเองซึ่งเกี่ยวโยงกับการเกิดขึ้นของกลุ่ม ศรีประจันต์ สุพรรณบุรี เป็นเมืองริมแม่น้ำท่าจีน ปลาน้ำจืดชุกชุม เห็นเพื่อนบ้านญาติมิตรค้าปลาเค็มปลาแดดเดียวมีรายได้ดี เขาก็อยากมองหางานสักอย่างเกี่ยวกับปลา “เมื่อก่อนชาวบ้านก็ทำกินกันอยู่แล้ว เดิมเราอยู่ในตัวอำเภอศรีประจันต์ ริมแม่น้ำท่าจีน พ่อของสมพงษ์มาเป็นครูใหญ่ที่นี่ ก็เลยย้ายครอบครัวมาอยู่ด้วยกัน” คุณแม่ของสมพงษ์เล่าถึงการเดินทางของครอบครัว จากในตลาดมาสู่ท้องทุ่งลาดปลาเค้า  “หน้าน้ำทุ่งนี้เป็นเวิ้งน้ำทั้งหมด บ้านอยู่กลางน้ำ ยืนบนระเบียงบ้านหย่อนเบ็ดลงไปก็ได้กินปลาเลย” ปลาชุกชุมหาได้ง่ายจนเหลือกินได้แปรรูป ทำปลาร้าเก็บไว้กินได้ทั้งปี และสูตรเด็ดสำหรับการปรุงปลาร้าเป็นอาหารประจำบ้านก็คือ ปลาร้าสับทรงเครื่อง “มาเริ่มทำปลาร้าสับจริงจังเมื่อปี ๒๕๔๖
ผลงานจากค่ายสารคดี ครั้งที่ 11 งานภาพชมเชย เรื่อง : จุฑามาศ บุญเย็น ภาพ : ณัฐพร แสงอรุณ [Best_Wordpress_Gallery id="10" gal_title="Nongmon"]