สองสายธารใหญ่ในบรรณพิภพ

มกราคม 7, 2019 
0


วิชาสารคดี ๑๐๑ ศาสตร์ ศิลป์ เคล็ดวิธี ว่าด้วยการเขียนสารคดี


จันทร์แรกของปี อยากชวนตั้งต้นด้วยการถอยกลับไปดูหมวดหมู่ในโลกวรรณกรรมกันอีกครั้ง

คนอ่านอาจไม่ได้สนใจรู้เรื่องนี้ เพราะยามที่ใครสักคนหยิบหนังสือเล่มหนึ่งขึ้นมาอ่าน เป้าหมายหลักมักอยู่ที่เนื้อหามากกว่าจะเริ่มจากว่าหนังสือเล่มนั้นอยู่ในหมวดหมู่ใด

แต่นักเขียนฝึกหัดควรรู้ เพราะการรู้จักหมวดหมู่จะทำให้เขียนงานได้อย่างตรงเป้าหมายและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย

เมื่อเข้าสู่โลกของงานวรรณกรรม หยิบหนังสือขึ้นมาเล่มหนึ่ง ไม่ว่าจากร้านหนังสือ บนชั้นในห้องสมุด สลาก-ตำรายา หรือแม้กระทั่งหน้าหนังสือที่ถูกพับแปลงเป็นถุงกระดาษไปแล้ว เรื่องราวในหน้าหนังสือเหล่านั้นสามารถแยกได้เป็น ๒ หมวดหมู่ คือ เรื่องจริง กับเรื่องแต่ง ไม่พ้นไปจากปริมณฑลนี้

อาจตรงตามความจริงมากกว่าถ้าอิงตามศัพท์ภาษาอังกฤษ ที่ใช้คำว่า Fiction สำหรับงานเขียน เรื่องแต่ง กับอีกกลุ่มตรงกันข้ามเรียกว่า Non-Fiction แปลตามตัวคือ เรื่องไม่แต่ง ซึ่งตรงตามความหมายมากกว่าคำว่า เรื่องจริง เพราะถึงที่สุดแล้ว Non-Fiction ที่เรามักแปลกันอย่างคล่องปากว่าเรื่องจริงนั้นอาจไม่ใช่ความจริงแท้ก็ได้ เป็นเพียงข้อเท็จจริงที่ผู้เขียนรับรู้มา และเขียนเล่าตามที่รู้และเป็นอยู่จริง โดยไม่แต่งเติมบิดเบือนไปตามใจ

งานเขียนเรื่องหนึ่งแม้ต้นเค้าเป็นเรื่องจริง แต่หากมีส่วนที่ผู้เขียนแต่งเติมเพิ่มต่อเรื่องราวเข้าไป งานเขียนชิ้นนั้นก็จะข้ามเส้นคั่นจาก Non-Fiction เข้าสู่พรมแดนเรื่องแต่งไปแล้ว

เส้นแบ่งนี้ช่วยให้ง่ายต่อการจัดกลุ่มของงานเขียนตามเนื้อหา

ย้ำว่าหลักนี้ใช้กับด้าน “เนื้อหา” เท่านั้น ส่วนด้าน “รูปแบบนำเสนอ” ไม่ว่าลีลาภาษา กลวิธีการเล่าเรื่อง งานเขียนทั้งสองกลุ่มสามารถสร้างสรรค์วิธีการสื่อเรื่องราวได้อย่างอิสระเหมือนๆ กัน

จนทำให้บางทีก็กล่าวกันว่า เส้นแบ่งระหว่างเรื่องแต่งกับเรื่องไม่แต่งดูจะพร่าเลือนจนแทบแยกกันไม่ได้อีกแล้ว นี้ก็คงหมายความในแง่วิธีการเล่าเรื่อง ส่วนในแง่เนื้อหานั้นยังแยกได้อย่างแจ่มชัดเสมอด้วยเส้นคั่นการแต่งเติมและไม่แต่งเติมของผู้เขียน หากมีส่วนที่ผู้เขียนแต่งเติมเข้าไปจะมากจะน้อย หากมีการ “แต่ง” เติมต่อก็ชัดเจนว่าเป็น Fiction ทันที

ในซีกของ Fiction อาจมีหมวดหมู่ย่อยน้อยกว่า แต่ชัดเจนและกินคลุมกว้างไกล ที่คนอ่านรู้จักกันดีโดยทั่วไปก็ได้แก่ เรื่องสั้น นิยาย บทกวี ซึ่งประเภทหลังสุดนั้นมีทั้งร้อยแก้ว และร้อยกรอง

เรื่องแต่งกลุ่มอื่นๆ ที่มีอยู่ในวิถีชีวิตคนไทยยังได้แก่ นิทาน วรรณคดี ตำนาน รวมทั้งบทละคร บทภาพยนตร์ และอื่นๆ

ส่วนหมวดหมู่ย่อยของงานเขียนในกลุ่ม Non-Fiction ก็ไล่มาตั้งแต่ ข่าว รายงาน เรียงความ ความเรียง บทความ ตำรา งานวิจัย สารคดี ฯลฯ

แม่น้ำใหญ่ทั้งสองสายหรือสองหมวดหมู่หลักของโลกวรรณกรรมเป็นเรื่องสำคัญที่นักเขียนใหม่ควรได้ทำความเข้าใจ เพราะเมื่อจะลงมือเล่าเรื่องหนึ่งด้วยภาษาเขียน จะได้มีเป้าชัดเจนว่าจะเล่าเรื่องนั้นในรูปแบบใด และผู้อ่านก็จะอ่าน-ตีความ-ประเมินค่า ตามกรอบเกณฑ์ของงานกลุ่มนั้น

ต่อเรื่องหนึ่งเรื่องใดก็ตาม ผู้เขียนสามารถเลือกที่จะเขียนเล่าได้ทั้งในแบบเรื่องแต่ง หรือเรื่องไม่แต่งก็ได้ อาจใช้รูปแบบร้อยแก้วหรือร้อยกรอง จะเล่าแบบอ้างอิงจริงจังหรือแบบเล่าสู่กันฟังอย่างสบายๆ ก็ได้ทั้งสิ้น

แต่ต้องให้ผู้อ่านรู้ว่างานเขียนชิ้นนั้นอยู่ในกลุ่มใด เพราะงานเขียนแต่ละประเภทมีลักษณะเฉพาะตน มีที่มา เป้าหมาย และตอบโจทย์การสื่อสารต่างกันไป

อย่างงานเขียนชิ้นหนึ่ง ผู้เขียนใช้รูปแบบบทกวีเขียนเล่าเรื่องจริง พรรณนาการเป็นอยู่ ความเป็นไป สรรเสริญเกียรติ สดุดีการต่อสู้ หรือแม้กระทั่งเล่าการสัญจรรอนแรมอย่าง นิราศ ในสมัยก่อน แล้วเขียนบรรยายความบรรยายภาพเกินจริงไปบ้าง คนอ่านก็ยัง “รับได้” เพราะรู้และเข้าใจร่วมกันดีว่าด้านหนึ่งของงานบทกวีเป็นอารมณ์ความรู้สึกของผู้เขียน คนอ่านบทกวีจึงอ่านเพื่อรับอารมณ์และความรู้สึกนั้น มากกว่าการตามตรวจสอบข้อมูลความจริงแบบคร่ำเคร่งจริงจัง ต่างจากงานสารคดี (Feature) หรืองานวิจัย ที่ถือความถูกต้องของข้อมูลและข้อเท็จจริงเป็นสิ่งสำคัญ ความคลาดเคลื่อนเลื่อนลอยด้านข้อมูลข้อเท็จจริงเป็นปัจจัยลำดับต้นที่จะถูกถล่มจากคนอ่านว่าเป็น Non-Fiction ที่ล้มเหลว

หลักเขตสำคัญที่กั้นแบ่งแดนงานเขียนแต่ละกลุ่มจึงอยู่ตรงนี้ อยู่ที่ว่าจะอ่านเพื่อเอาเนื้อหา-สาระอย่างใด รวมถึงการอนุญาตให้ผู้เขียนเข้าไปมีส่วนอยู่ในเรื่องเล่านั้นได้มากน้อยแค่ไหน

ความเข้าใจต่อบรรณพิภพในภาพกว้าง จะเป็นดั่งฐานรากให้นักเขียนใหม่ก้าวขึ้นบันไดงานเขียนแต่ละสายได้อย่างมั่นคงต่อไป

วีระศักดิ์ จันทร์ส่งแสง

นักเขียนประจำกองบรรณาธิการ นิตยสาร สารคดี ที่มีผลงานตีพิมพ์ทั้งในนิตยสาร และตีพิมพ์รวมแล่มมากมาย อาทิ แผ่นดินนี้ที่อีกฟากเขา และแสงใต้ในเงามรสุม และ อีสานบ้านเฮา


veeวีระศักดิ์ จันทร์ส่งแสง

นักเขียนประจำกองบรรณาธิการ นิตยสาร สารคดี ที่มีผลงานตีพิมพ์ทั้งในนิตยสาร และตีพิมพ์รวมแล่มมากมาย อาทิ แผ่นดินนี้ที่อีกฟากเขา และแสงใต้ในเงามรสุม และ อีสานบ้านเฮา

    วิชาสารคดี ๑๐๑ ศาสตร์ ศิลป์ เคล็ดวิธี ว่าด้วยการเขียนสารคดี ภาพ : กฤต พรพิชิตภัย ค่ายสารคดี ประจำปี ๒๕๖๒ เป็นรุ่นที่ ๑๕
    วิชาสารคดี ๑๐๑ ศาสตร์ ศิลป์ เคล็ดวิธี ว่าด้วยการเขียนสารคดี ในการทำสารคดีอาจมีบ่อยครั้งที่ผู้เขียนไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ดังใจ แต่หากเข้าใจเรื่องกลุ่มข้อมูลและเคล็ดวิธีที่จะได้มา ข้อจำกัดก็ไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป อย่างในงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เป็นไปได้น้อยมากที่นักเขียนสารคดีจะมีโอกาสได้เข้าสู่พื้นที่ชั้นใน หรือหากแม้ขออนุญาตเข้าไปได้ ก็ต้องอยู่ติดพื้นที่จนเสียโอกาสที่จะได้สัมผัสบรรยากาศในภาพกว้าง ข้อติดขัดเงื่อนไขที่ทำให้ไม่อาจเข้าถึงพื้นที่บางส่วน จะไม่ใช่อุปสรรคของนักเขียนหากเราตระหนักว่างานสารคดีสามารถพึ่งพาข้อมูลอ้างอิงได้ส่วนหนึ่ง
วิชาสารคดี ๑๐๑ ศาสตร์ ศิลป์ เคล็ดวิธี ว่าด้วยการเขียนสารคดี ตลอด ๕ วันของสัปดาห์ที่ผ่านมา สำนักงานนิตยสาร สารคดี กลายเป็นห้องเรียนเฉพาะกิจของนักเรียน ๔ คน ในโครงการ “ทำ



ผู้ดูแล และลงข้อมูลประจำเวบไซต์ sarakadee.com








ใส่ความเห็น

อีเมล์ของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

    วิชาสารคดี ๑๐๑ ศาสตร์ ศิลป์ เคล็ดวิธี ว่าด้วยการเขียนสารคดี ภาพ : กฤต พรพิชิตภัย ค่ายสารคดี ประจำปี ๒๕๖๒ เป็นรุ่นที่ ๑๕
    วิชาสารคดี ๑๐๑ ศาสตร์ ศิลป์ เคล็ดวิธี ว่าด้วยการเขียนสารคดี ในการทำสารคดีอาจมีบ่อยครั้งที่ผู้เขียนไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ดังใจ แต่หากเข้าใจเรื่องกลุ่มข้อมูลและเคล็ดวิธีที่จะได้มา ข้อจำกัดก็ไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป อย่างในงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เป็นไปได้น้อยมากที่นักเขียนสารคดีจะมีโอกาสได้เข้าสู่พื้นที่ชั้นใน หรือหากแม้ขออนุญาตเข้าไปได้ ก็ต้องอยู่ติดพื้นที่จนเสียโอกาสที่จะได้สัมผัสบรรยากาศในภาพกว้าง ข้อติดขัดเงื่อนไขที่ทำให้ไม่อาจเข้าถึงพื้นที่บางส่วน จะไม่ใช่อุปสรรคของนักเขียนหากเราตระหนักว่างานสารคดีสามารถพึ่งพาข้อมูลอ้างอิงได้ส่วนหนึ่ง
วิชาสารคดี ๑๐๑ ศาสตร์ ศิลป์ เคล็ดวิธี ว่าด้วยการเขียนสารคดี ตลอด ๕ วันของสัปดาห์ที่ผ่านมา สำนักงานนิตยสาร สารคดี กลายเป็นห้องเรียนเฉพาะกิจของนักเรียน ๔ คน ในโครงการ “ทำ