เรื่อง : ทีม Saimai iSchool ค่ายนักเล่าความสุข

 

บ้านน้อยหลังนี้สุขเสียจริง

บ้านน้อยหลังนี้สุขเสียจริง

“เรียน Home school แล้วมีสังคมเหรอ ?”

เป็นคำถามยอดฮิตติดชาร์ต ไม่ว่าจะเจอกี่คน หรือใครก็ตามก็จะถามเรื่องนี้ตลอด

“เรียนที่บ้านมีเพื่อนไหม”
“สังคมมาจากไหน”

ยอมรับว่าช่วงแรกๆ ที่ต้องออกจากโรงเรียนที่เราเคยอยู่ จะไม่ได้เจอเพื่อนที่โรงเรียน จะไม่มีเพื่อนนั่งอยู่ข้างๆ ในเวลาเรียน รู้สึกไม่คุ้นเคย ไม่ชิน และไม่ชอบอย่างมาก

ไม่เข้าใจทำไมต้องออกมา แล้วจะเรียนจบได้ด้วยเหรอ จะมีวุฒิไหม

ถามว่า “มีสังคมไหม” เมื่อก่อนก็เคยสงสัยเช่นกัน

“เรียนอยู่ที่บ้าน แล้วเพื่อนจะมาจากไหน”

แต่เมื่อออกมาแล้ว เราได้ค้นพบหลายๆ อย่าง

…………………..

ห้องเรียนในครัว

ห้องเรียนในครัว

เรียนรู้ทุกที่ ทุกเวลา

เรียนรู้ทุกที่ ทุกเวลา

ตารางเรียนของบ้านเรา

ตารางเรียนของบ้านเรา

สัมผัสแรกเมื่อการก้าวเท้าเข้ามาใน “Once again hostel” ซึ่งส่วนใหญ่มีชาวต่างชาติมาพักอาศัย รู้สึกตื่นเต้นมาก

ตอนแรกที่ตัดสินใจเข้าร่วมกิจกรรมที่ Saturday school จัดขึ้นในชื่อ “ภาษาอังกฤษใช้ได้จริง : Travel with Foreigners” รู้สึกกังวล และกลัวนิดหน่อย เมื่อรู้ว่าต้องมีภารกิจพาชาวต่างชาติไปเที่ยว กลัวว่าจะสื่อสารกับเขาไม่ได้ กลัวเขาจะฟังเราไม่รู้เรื่อง แต่ก็สบายใจขึ้นเมื่อรู้ว่ามีครูสอนภาษาอังกฤษมาสอนพวกเราพูดภาษาอังกฤษ สอนวิธีการเข้าหาและสื่อสารกับชาวต่างชาติ หรือการตั้งคำถาม เพราะนี่ก็คือการเรียนรู้ที่ดีที่สุดของเรา

ความรู้ไม่จำเป็นต้องอยู่ในห้องเรียน ภาษาอังกฤษไม่จำเป็นต้องอยู่ในตำรา

ในความคิดของคนทั่วไป การเรียนภาษาอังกฤษต้องยากมากแน่ๆ จึงกลัวการพูดภาษาอังกฤษ ไม่กล้าพูด ไม่กล้าทักทาย ไม่กล้าเข้าหา พี่ๆ จาก Saturday school ทำให้เราลืมเรื่องความกลัว มีเกมสันทนาการสนุกๆ เช่น เกมใบ้คำภาษาอังกฤษ

“ภาษาที่สำคัญที่สุด คือภาษากาย” ครูบอกไว้

เราอาจพูดภาษาอังกฤษไม่คล่อง แต่ว่าท่าทางของเรานั้นสำคัญ และที่นี่ยังสอนต่างจากโรงเรียน คือเน้นให้กล้าพูดได้ ไม่เน้น grammar

วันนั้นมีชาวฝรั่งเศสมาร่วมกิจกรรมกับเราด้วย ชื่อ Thomas ทำงานอยู่ที่เมืองไทยและอยากเรียนภาษาไทย ระหว่างเล่นเกมกันจึงเกิดการแลกเปลี่ยนภาษาไทย-อังกฤษ ทำให้เราคุ้นชินและคุ้นเคยกับการพูดบ้าง ถึงแม้จะมีทั้งถูกและผิดก็ตาม แต่ฉันก็พูดด้วยความรู้สึกที่ดี อยากจะคุยต่อในอีกหลายๆ เรื่อง ถึงแม้ว่าบางคำเราจะไม่เข้าใจ แต่เขาก็เต็มใจที่จะสอนเรา

การเรียนนอกห้องเรียน เราได้เรียนในสิ่งที่ใช้ได้จริงๆ เรียนรู้สิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อตัวเราเอง ไม่ได้เรียนเพื่อที่จะสอบอย่างเดียว

“เรียน Home school แล้วมีสังคมเหรอ ?” เสียงใครบางคนถามขึ้น จนฉันต้องหันไปทางต้นตอของเสียง

Home school ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเรียนอยู่แต่ในบ้าน ไม่ได้หมายความว่าต้องเรียนอยู่แต่กับคุณพ่อคุณแม่

เราเลือกสังคมของเราได้ ได้ออกไปพบปะผู้คนมากมาย ทำให้ Home school เป็นสังคมที่เปิดกว้าง เป็นห้องเรียนกว้างใหญ่ ไม่มีที่สิ้นสุด

สังคมของฉันคือ พี่ๆ ในมหาวิทยาลัย ผู้คนที่ได้มาเข้าร่วมโครงการหรือกิจกรรม คนที่มีเป้าหมายเดียวกัน หรือคนที่รักในเสียงเพลงเสียงดนตรีเหมือนกัน ทั้งรุ่นเดียวกันหรือเพื่อนต่างวัย ทั้งผู้สูงอายุ และเด็กๆ ในชุมชน

ทุกอย่างที่อยู่รอบตัวเรา = สังคม Home school

“ทำไมถึงให้ลูกออกมาเรียน Home school”

พ่อแม่ส่วนใหญ่ยังคงเห็นว่า “การศึกษาที่ดีนั้นมีอยู่แต่ในโรงเรียน และมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงเท่านั้น” แต่สำหรับพ่อแม่ของฉันนั้น “อยากให้ลูกเป็นคนที่มีการศึกษาอย่างแท้จริง”

แล้วคนที่มีการศึกษาอย่างแท้จริงเป็นอย่างไร

คือคนที่รู้จักการเรียนรู้ด้วยตนเอง ทุ่มเทในสิ่งที่ตนรัก เพิ่มทักษะด้วยการลงมือทำ ปฏิบัติจริง เกิดประสบการณ์ และทำให้สำเร็จเป็นอาชีพ ด้วยความสุขจากกระบวนการเรียนรู้ภายในตัวเอง โดยไม่ถูกจำกัดด้วยเวลาและสถานที่ หรือความเชื่อทางการศึกษาที่ไม่สอดคล้องกับความจริง

“การศึกษาที่แท้จริงต้องเริ่มมาจากเรา ถ้าลูกมีใจที่อยากจะเรียนรู้ เราก็สามารถเรียนได้ทุกที่ทุกเวลา”

พ่อแม่พร้อมจะสนับสนุนการศึกษาของลูกอย่างสุดกำลัง ด้วยสัญชาตญาณของความเป็นครูคนแรกของลูก ที่มองว่าผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา ไม่ใช่แค่คะแนน เกรด หรือใบปริญญา

แต่คือชีวิตของคนๆ หนึ่ง ที่มีความสุข และประสบความสำเร็จในสิ่งที่ตัวเองรัก

 

……………………..

ห้องเรียนที่อบอุ่น

ห้องเรียนที่อบอุ่น

ห้องเรียนในโลกกว้างกับเพื่อนต่างภาษา

ห้องเรียนในโลกกว้างกับเพื่อนต่างภาษา

ห้องเรียนนอกบ้าน

ห้องเรียนนอกบ้าน

การเรียนรู้ที่ดีที่สุด คือการลงมือทำ

ครั้งหนึ่งมีโอกาสไปประกวดร้องเพลงในงาน “ขวัญใจรังสิต”

ฉันเคยประกวดแต่ในโรงเรียน ยังไม่เคยไปประกวดร้องเพลงในที่อื่นๆ จึงรู้สึกตื่นเต้นมาก นี่เป็นครั้งแรก และเป็นการร้องเพลงที่เขากำหนดไว้ให้แล้ว

ฉันมีอายุเพียงแค่ 14 ปี ซึ่งน้อยที่สุดในงานจึงเกิดความรู้สึกพิเศษ เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ และสุขใจ

เมื่อเริ่มร้องเพลงไปเรื่อยๆ ฉันก็เริ่มรู้สึกหลงใหลและรักมัน ทำให้รู้ว่าเราต้องเริ่มลงมือทำก่อน ถึงแม้ตอนแรกเราอาจคิดว่าไม่ชอบ แต่พอได้ทำความรู้สึกก็เปลี่ยนไป ความกังวลหายไป รู้สึกโล่งและสบายใจ

ขณะที่ร้องรู้สึกเป็นตัวของเราเอง รู้ว่าเสียงเราเป็นยังไง รู้ว่าเราร้องเพลงอะไรอยู่ ทำให้เวลานั้นมีความสุขที่สุด ได้ร้องเพลงให้ผู้อื่นฟัง ความรู้สึกตอนนั้นไม่ได้อยากจะร้องเพลงเพื่อได้ที่ 1 แต่ร้องเพลงเพื่อให้คนฟังมีความรู้สึกร่วมไปกับเรา

มีความสุข อิ่มอกอิ่มใจ ไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไร ก็เป็นการเรียนรู้ของเรา

รู้ว่ายังมีคนที่เขาเก่งกว่าเรา บอกกับตัวเองว่าวันนี้ได้เท่านี้ แต่วันพรุ่งนี้ต้องได้มากกว่านี้

เราแข่งกับตัวเอง พัฒนาตัวเองขึ้นไปเรื่อยๆ เพราะ ณ จุดนี้ ไม่มีใครทำให้เราได้ เป็นการเรียนรู้โดยไม่ต้องมีใครมาสั่ง

และนี่ก็คือการเรียนแบบ Home school ที่ไม่ใช่การนั่งท่องตำรา แต่ทำจริง ปฏิบัติจริง ไม่เน้นทฤษฎี เน้นผลที่ได้ทำ หาวิธี หาทางที่จะเรียนด้วยตัวเอง

เรียนรู้ด้วยการแบ่งปันประสบการณ์สู่สังคม...กับพี่ๆ ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์

เรียนรู้ด้วยการแบ่งปันประสบการณ์สู่สังคม…กับพี่ๆ ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์

เรียนรู้ประสบการณ์จริงบนเวทีการประกวดร้องเพลงกับเพื่อนต่างวัย

เรียนรู้ประสบการณ์จริงบนเวทีการประกวดร้องเพลงกับเพื่อนต่างวัย

 เรียนรู้ด้วยการสอนและแบ่งปันให้กับน้องๆ ในชุมชน..ด้วยศิลปะที่เรารัก

เรียนรู้ด้วยการสอนและแบ่งปันให้กับน้องๆ ในชุมชน..ด้วยศิลปะที่เรารัก

ทุกอย่างเป็นการเรียนรู้ของเรา ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ห้องเรียนที่มีเพดานเป็นท้องฟ้า เรียนรู้ในสิ่งที่สนใจและใส่ใจ จะเป็น กีฬา ศิลปะ ดนตรี หรืออื่นๆ อีกมากมาย ไปในที่ที่เราไม่เคยไป สนุกกับมัน เจอคนกลุ่มใหม่ๆ
เพราะเมื่อเราเรียนสิ่งที่เราอยากเรียนก็จะมีความสุข ถึงแม้ว่าจะเหนื่อย จะต้องทำหลายสิ่งหลายอย่าง ความเหน็ดเหนื่อยและความกังวลจะหายไป เหลือไว้แต่เพียงความสุข

เราต้องก้าวข้ามความกลัว อย่ากลัวที่จะทำ อย่ากลัวที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ และความเชื่อมั่นนี้จะทำให้เรามั่นใจและผ่านไปได้อย่างแน่นอน ทุกๆ ประสบการณ์จะสอนเรา เป็นคุณครู เป็นห้องเรียนของเรา ให้เราได้ฝึกได้พัฒนาตัวเอง

และนี่จึงเป็นการเรียนรู้ที่ดีที่สุดที่ได้มาจากสังคมของเราเอง

ฉันดีใจที่มีโอกาสออกมาเรียน Home school จากตอนแรกที่รู้สึกไม่อยากเรียนด้วยซ้ำ

“ทำไมต้องออกมา”

แต่ตอนนี้เข้าใจแล้วว่าทำไม เพราะนอกรั้วโรงเรียนยังมีอีกหลายอย่างที่เรายังไม่รู้ และสิ่งที่เรียนในโรงเรียนก็ไม่สามารถนำไปใช้จริง เป็นเพียงทฤษฎีในตำราที่สอนต่อๆ กันมา

การเรียนที่แท้จริงมาจากตัวเราเอง เรียนรู้จากตัวเอง เข้าใจตัวเอง เฝ้าถาม เฝ้ามอง เฝ้าดูตัวเอง คอยสังเกตตัวเองอยู่ตลอดเวลา

ทั้งโลกคือการเรียนรู้ของเราไม่ว่าจะเที่ยว จะเล่น จะกิน จะทำอะไรก็ตาม มีอิสรภาพในการออกแบบชีวิต อิสรภาพในการเรียน เรียนรู้ที่จะสามารถสร้าง กำหนด สิ่งที่เราเป็นขึ้นมาเองได้

สังคม Home school สำหรับฉัน คือทุกอย่าง คือการเปิดโลกใบใหม่ คือ World School

ไม่ใช่แค่การนั่งเรียนอยู่แต่ในบ้าน และไม่ใช่สังคมที่อยู่แค่ในโรงเรียน

โลกกว้างของการเรียนรู้ไม่ได้อยู่แค่ในห้องสี่เหลี่ยม

“สังคม” สำหรับฉัน ไม่ใช่แค่ใน ”กำแพงโรงเรียน”