
สมัยผมเด็กบ้านอยู่ซอยสองพระ เมื่อสัก ๕๐ ปีที่แล้วมีโรงหนังชั้นสองอยู่ในซอย ฉายหนังไทยและหนังจีนกำลังภายใน ห้องแถวหน้าโรงหนังจะมีแผงขายหนังสือ ผมและพี่ ๆ จะซื้อการ์ตูน เบบี้ หนูจ๋า วารสาร ชัยพฤกษ์ ชัยพฤกษ์การ์ตูน ได้จากร้านนี้
แถวบ้านยังน่าจะมีร้านเช่าหนังสือ ซึ่งจำหน้าร้านไม่ได้แล้ว ระลึกได้แต่ภาพภายในร้านที่มีชั้นหนังสือหันสันปกเรียงกันแน่นขนัด เป็นชั้นติดผนังสองด้านและชั้นกั้นกลางร้าน เหลือช่องทางเดินไว้เพียงแคบ ๆ สองฝั่ง
หนังสือที่ผมเช่ามาอ่านส่วนใหญ่คือนิยายกำลังภายในจีน เพราะเป็นหนังสือชุดต่อกันเป็นสิบเล่ม จึงต้องเช่ามาทีละสองสามเล่ม นั่งอ่านท่องยุทธภพกัน ๒-๓ วันจบ แล้วก็ไปเช่าเล่มต่อไปในชุดมาอ่านต่อ ทั้ง มังกรหยกภาคแรก ก๊วยเจ๋ง-อึ้งย้ง มังกรหยก ภาค ๒ เอี้ยก้วย-เซียวเล่งนึ้ง ฯลฯ
ย้อนนึกถึงร้านเช่าหนังสือแล้ว ก็คิดว่าน่าจะเป็นระบบนิเวศการอ่าน ที่ช่วยให้คนไม่มีกำลังทรัพย์พอซื้อหนังสือ เข้าถึงหนังสือได้ดีมาก โดยเฉพาะหนังสือแนวนิยายที่ต้องอ่านต่อกันหลายเล่ม
สมัยก่อนไม่ต้องคิดถึงห้องสมุดสาธารณะ เพราะน่าจะมีแต่หอสมุดแห่งชาติ และตอนเด็กนั้นไม่เคยรู้เสียด้วยซ้ำว่ามีสถานที่ชื่อขลัง ๆ แบบนี้อยู่
ร้านหนังสือที่เป็นแรงบันดาลใจของการอ่านและเข้ามามีอาชีพคนทำหนังสือ คือร้านหนังสือดวงกมล ของคุณสุข สูงสว่าง อยู่หลังโรงหนังลิโด้ สยามสแควร์ สมัย ๔๐ กว่าปีที่แล้ว
ผมมักเดินเข้าร้านทางซอยข้างโรงหนัง เป็นประตูเล็ก ๆ จำได้ว่าภายในร้านเน้นทาสีขาว เปิดไฟนีออนหลอดยาวสว่าง ชั้นล่างน่าจะแบ่งเป็นสองตอน ด้านที่ผมเข้าประตูเล็ก ๆ เพดานจะเตี้ย ๆ นิดนึง
ส่วนด้านติดถนนผ่านกลางสยามสแควร์ ซึ่งจริง ๆ เป็นทางหน้าร้านสองคูหา ประตูเข้าใหญ่ ชั้นล่างขายหนังสือนิยาย เรื่องสั้น จำไม่ได้แล้วว่าจัดหนังสือแบ่งหมวดมุมไหนอย่างไร จำได้แต่ว่าสภาพร้านออกจะดูรก ๆ พอสมควร คือมีกองหนังสือตรงนั้นตรงนี้รู้สึกเหมือนมีขุมทรัพย์อะไรซ่อนไว้ให้ค่อย ๆ ค้นหา สำคัญคือเปิดแอร์เย็นฉ่ำ เรียกว่าหลายครั้งหนีร้อนมาเข้าร้านหนังสือก็ว่าได้
ส่วนชั้น ๒ ขายหนังสือภาษาต่างประเทศแนวหนังสือวิชาการ มีบันไดเดินขึ้น ถ้าจำไม่ผิดมุมหนึ่งเป็นบันไดเวียนเหล็กแคบ ๆ ผมชอบเดินขึ้นลงบันไดนี้เพราะให้ความรู้สึกแปลกดี ส่วนชั้น ๓ น่าจะเป็นที่นั่งทำงานของ สุชาติ สวัสดิ์ศรี สมญา “บก. เครางาม” หรือนามปากกา “สิงห์ สนามหลวง” แห่งนิตยสาร โลกหนังสือ ที่ผมคอยติดตามและซื้ออ่านเป็นประจำ
นิยายแปล ผลงานของนักเขียนนามอุโฆษ สิทธารถะ, สเตปเปนวูล์ฟ, นาร์ซิสซัสกับโกลด์มุนด์ ของ เฮอร์มานน์ เฮสเส คนแปลกหน้า ของ อัลแบรต์ การ์มูส์ ฯลฯ นิยายแนวไซไฟ อย่าง มนุษย์สองร้อยปี ของ ไอแซก อาซิมอฟ และน่าจะมีรวมเรื่องสั้นแนวไซไฟอื่น ๆ อีกหลายเล่ม ที่ผมได้หล่อเลี้ยงจินตนาการและความสุขจากร้านดวงกมล
หลังจากนั้นจะมีร้านหนังสือเปิดอีกร้านชั้นบนหลังโรงหนังลิโด้ คือร้านหมึกจีน น่าจะเป็นร้านหนังสือแรก ๆ ที่มีกาแฟขายและโต๊ะเก้าอี้ให้นั่งสบาย ๆ ขายการ์ตูนญี่ปุ่นเป็นหลัก
พอได้มาทำงาน สารคดี ซึ่งอยู่ซอยวัดปรินายก สะพานผ่านฟ้า เวลากอง บก. จะประเมินว่าเล่มเดือนนี้ขายดีหรือไม่ดี หลัง “วางแผง” แล้วสัก ๓-๔ วัน บางคนจะไปดูที่ร้านแผงหนังสือแถวถนนราชดำเนินกลาง แอบถามคนขายว่ามี สารคดี เดือนนี้ไหม ถ้าเขายังมี แสดงว่าเล่มเดือนนั้นอาจจะขายสู้เดือนอื่นไม่ได้ เพราะปรกติน่าจะขายหมดแล้วตั้งแต่ ๒-๓ วันแรก หรือถ้าเห็นยังมีตั้งกองหลายเล่ม ก็ถือกันว่าเป็นสัญญาณไม่ดีเท่าไร
วันนี้ร้านแผงหนังสือปากซอยหรือหน้าป้ายรถเมล์แทบจะไม่เหลือแล้ว ร้านหนังสือทั่วประเทศก็ปิดตัวไปจากจำนวนนับพัน ๆ ร้าน เหลือเพียงร้อยกว่าร้าน ไม่นับร้านหนังสือเชนสโตร์
แล้วความทรงจำกับแผงหนังสือหรือร้านหนังสือของคุณผู้อ่านเป็นอย่างไรบ้าง เขียนมาเล่าสู่กันฟังก็จะยินดีมากครับ
สุวัฒน์ อัศวไชยชาญ
บรรณาธิการบริหารนิตยสารสารคดี
suwatasa@gmail.com
- จากบทบรรณาธิการ สารคดี ฉบับที่ 494 พฤษภาคม 2569
- อ่านบทความของ สุวัฒน์ อัศวไชยชาญ
- ติดตามเพจ Sarakadee Magazine
