อุตสาหกรรมถลุงเหล็ก คำถามถึงสภาพัฒน์

1,696 views

ทราบไหมครับว่าอุตสาหกรรมอะไรที่ได้ชื่อว่าก่อมลพิษและสร้างความสกปรกให้กับสิ่งแวดล้อมอันดับต้นๆ ของโลก


อุตสาหกรรมโรงถลุงเหล็ก และโรงงานผลิตไฟฟ้าพลังงานถ่านหิน ได้รับการจัดอันดับให้อยู่บนหัวแถว เพราะวัตถุดิบคือแร่เหล็ก และถ่านหินที่ใช้อย่างมหาศาลในอุตสาหกรรมนั้นสามารถก่อมลพิษได้มากที่สุด จากขั้นตอนการผลิตที่ถูกปล่อยออกมาและกากของเสียเหลือใช้จำนวนมากที่ถูกทิ้งเอาไว้บนพื้นดิน

ในปี พ.ศ.2545 อุตสาหกรรมเหล็กของบรรษัท US Steel Corporation เป็นผู้ปล่อยมลภาวะทางอากาศสูงเป็นอันดับสองในอเมริกา โดยปล่อยสารพิษถึง 1.2 ล้านกิโลกรัม ประกอบด้วย แอมโมเนีย กรดไฮโดรคลอริค เอธิลีน สารประกอบสังกะสี เมทานอล และเบนซีน รวมทั้ง แมงกานีส ไซยาไนด์ และสารประกอบโครเมียม ฯลฯ

ปัจจุบันอุตสาหกรรมถลุงเหล็กจึงกลายเป็นอุตสาหกรรมที่ประเทศที่เจริญแล้วมักส่งเสริมให้ประเทศด้อยพัฒนา หรือประเทศที่ไม่สนใจสิ่งแวดล้อมผลิตขึ้นแทน และรับซื้อภายหลัง เพื่อต้องการผลักปัญหามลพิษให้กับประเทศเหล่านั้นแทน

ปัจจุบันประเทศจีนและอินเดียจึงกลายเป็นยักษ์ใหญ่แห่งวงการอุตสาหกรรมเหล็ก และสร้างปัญหามลพิษให้กับผู้คนในประเทศอย่างรุนแรง

ทาทา สตีล ในประเทศอินเดีย เป็นผู้ผลิตเหล็กรายใหญ่เป็นอันดับ 5 ของโลก และเป็นผู้สร้างมลภาวะให้กับคนอินเดียมากที่สุดเช่นกัน เช่นเดียวกับประเทศจีนที่ผลิตเหล็กได้ปีละ 400 ล้านตัน แต่ในปี พ.ศ.2550 ธนาคารโลกรายงานว่า มีคนจีนตายด้วยสาเหตุการปล่อยมลพิษจากอุตสาหกรรมสูงถึงปีละ 750,000 คน

จะเป็นโชคดีหรือโชคร้ายของคนไทยหรือชาวอำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ไม่ทราบ เมื่อสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือสภาพัฒน์ ได้กำหนดแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมหนักในประเทศ โดยวางแผนให้อำเภอบางสะพานเป็นที่ตั้งของโครงการเวสเทิร์นซีบอร์ด พัฒนาให้เป็นนิคมอุตสาหกรรมเหล็ก โดยมีเครือบริษัทสหวิริยาเป็นผู้ลงทุนรายใหญ่ ทั้งๆ ที่ประเทศไทยไม่มีแร่เหล็กเลย ต้องนำเข้าจากต่างประเทศเพียงอย่างเดียว

คาดว่าอุตสาหกรรมถลุงเหล็กในบริเวณนี้ที่ใช้พื้นที่ถึง 20,000 ไร่ จะมีกำลังการผลิตรวมปีละ 30 ล้านตัน ซึ่งประเทศไทยจะได้กลายเป็นผู้ผลิตเหล็กรายใหญ่ของโลก ด้วยงบฯลงทุนสูงถึง 500,000 ล้านบาท โดยขณะนี้กำลังเริ่มโครงการแรก กำลังการผลิตรวม 5 ล้านตันต่อปี
แต่ไม่ทันไรก็ทะเลาะกับชาวบ้านในพื้นที่ รุนแรงจนถึงกับมีการยกพวกตีกันและฆ่ากันตายแล้ว

สาเหตุสำคัญที่ทางสภาพัฒน์ได้เลือกพื้นที่บนอำเภอบางสะพานเป็นที่ตั้ง “เมืองหลวงเหล็กของโลก” นั้น เป็นเพราะมีพื้นที่ติดทะเล เหมาะสำหรับอุตสาหกรรมหนักที่ต้องใช้แหล่งน้ำ และมีร่องน้ำลึกตามธรรมชาติบริเวณแหลมแม่รำพึง เหมาะในการสร้างท่าเทียบเรือน้ำลึก เพื่อขนส่งสินแร่เหล็กจากเมืองนอก ทำเลห่างจากกรุงเทพมหานครไม่ไกลมาก และราคาที่ดินยังไม่แพง

แต่อีกด้านหนึ่งสภาพัฒน์อาจจะไม่ทันคิดก็คือ อำเภอบางสะพานเป็นแหล่งที่มีธรรมชาติงดงามมากแห่งหนึ่งของเมืองไทย โดยเฉพาะชายฝั่งทะเลบริเวณหาดบ้านกรูดไปจนถึงหาดแม่รำพึง ได้รับการยอมรับว่ามีชายหาดสวยงามเหมือนกับชายหาดหัวหินหรือชะอำในอดีต อากาศบริสุทธิ์ น้ำทะเลสีสวย อาหารทะเลอุดมสมบูรณ์ ผู้คนยังไม่พลุกพล่านมาก ในอนาคตมีศักยภาพพอที่จะรองรับนักท่องเที่ยวได้อีกมาก โดยเฉพาะหากประเทศไทยต้องการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ

หากสภาพัฒน์หรือการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยวางแผนดีๆ หาดบ้านกรูดถึงหาดแม่รำพึงอาจเป็นสวรรค์ของนักท่องเที่ยวแห่งใหม่ทั้งในและนอกประเทศ ที่สร้างรายได้ให้ประเทศปีละหลายแสนล้านบาท

แต่เมื่อรัฐบาลได้เห็นชอบในการก่อสร้างโรงถลุงเหล็กในเครือบริษัทสหวิริยาแล้วในพื้นที่อำเภอบางสะพานแล้ว สิ่งที่ผิดพลาดอย่างมหันต์ก็คือ รัฐบาลหรือบริษัทไม่ได้บอกชาวบ้านที่ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพประมงจับปลา จับกุ้ง ทำสวนมะพร้าว สวนปาล์ม และผู้ประกอบการท่องเที่ยว เจ้าของรีสอร์ท ร้านอาหารเลยว่า ในอนาคตจะเกิดโรงงานถลุงเหล็กใหญ่ที่สุดในโลกอยู่หน้าบ้านพวกเขา

ไม่มีใครบอกพวกเขาว่า จะมีปล่องพ่นควันพิษ 29 ปล่องพ่นฝุ่นพิษขึ้นสู่ท้องฟ้าปีละ 300,000 ตันต่อปี

ไม่มีใครบอกพวกเขาว่า บริเวณทะเลหน้าแหลมแม่รำพึง ที่กรมประมงประกาศว่าเป็นพื้นที่ที่ปลาทูมาวางไข่หนาแน่นที่สุดในอ่าวไทย รองจากหมู่เกาะอ่างทอง จังหวัดสุราษฎร์ธานี และทะเลแถบหลังสวน จังหวัดชุมพรนั้น กำลังจะกลายเป็นท่าเทียบเรือน้ำลึก มีสะพานยื่นออกไปนอกหาดยาวถึง 2 กิโลเมตร เพื่อให้เรือสินค้าขนาดใหญ่หลายสิบลำมาส่งแร่เหล็กปีละ 3 ล้านกว่าตัน

ไม่มีใครบอกพวกเขาว่า โรงงานถลุงเหล็กขนาดยักษ์เป็นอุตสาหกรรมที่ใช้พลังงานไฟฟ้ามหาศาล สิ่งที่ต้องเกิดขึ้นต่อมาก็คือ การก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินขนาด 2,800 เมกะวัตต์ ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) บริเวณอำเภอทับสะแกที่อยู่ติดกับอำเภอบางสะพาน เพื่อป้อนไฟฟ้าให้กับโรงถลุงเหล็กเหล่านี้

ไม่มีใครบอกชาวบ้านว่า อุตสาหกรรมปล่อยมลพิษสกปรกที่สุดกำลังจะเกิดขึ้นในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อป้อนไฟฟ้าส่วนใหญ่ให้กับโรงงานถลุงเหล็ก และโรงไฟฟ้าก็ต้องสร้างท่าเทียบเรือน้ำลึก เพื่อขนเชื้อเพลิงถ่านหินจากอินโดนีเซียมาใช้ผลิตไฟฟ้าปีละ 9 ล้านตัน และสร้างปล่องสูงนับร้อยเมตรเพื่อพ่นก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ และก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ ตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อน

สิ่งที่คนในพื้นที่ได้รับรู้ก็คือ เมื่อสิบกว่าปีก่อน บริษัทเครือสหวิริยาได้ก่อสร้างโรงงานรีดเหล็ก โรงงานเหล็กเส้นขึ้นมา โดยที่ชาวบ้านยังไม่ทันคิดอะไรชัดเจน แต่ผลที่ตามมาก็คือ ตั้งแต่มีโรงรีดเหล็กที่มีปล่องปล่อยควันพิษลอยออกมาทุกคืน น้ำฝนที่ชาวบ้านเคยดื่มมานานไม่อาจดื่มได้อีกต่อไป เพราะมีคราบน้ำมันลอยอยู่ ต้องซื้อน้ำดื่มในตลาดแทน กุ้ง ปลา จำนวนมากที่เคยจับได้แถบหาดแม่รำพึงก็หายไป เช่นเดียวกับที่มีผู้ป่วยเป็นโรคทางเดินหายใจเพิ่มขึ้นถึง 17,000 คน

สิ่งที่ชาวบ้านสังเกตก็คือสองสามปีที่ผ่านมา มีคนมากว้านซื้อที่ดินผืนใหญ่ๆ มากขึ้นเรื่อยๆ บางครั้งที่ดินสาธารณะ หรือป่าพรุที่ไม่เคยมีใครเป็นเจ้าของมาหลายชั่วอายุคน วันดีคืนดีก็มีการออกเอกสารสิทธิเปลี่ยนมือไปมา สุดท้ายก็ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัทเหล่านี้

ชาวบ้านมาทราบทีหลังว่า ที่ดินหลายพันไร่ที่มีการเปลี่ยนมือ คือบริเวณที่จะก่อสร้างโรงงานถลุงเหล็กขนาดยักษ์

สิ่งที่บริษัทเหล่านี้บอกกับชาวบ้านตลอดมาก็คือ พวกเขาใช้เงินซื้อที่ดินมาอย่างถูกกฎหมาย พวกเขาทำถูกต้องตามกฎหมายของกรมโรงงานอุตสาหกรรม ของกรมเจ้าท่าทุกประการ ดังนั้นพวกเขามีสิทธิที่จะสร้างโรงงานถลุงเหล็กขึ้นบนพื้นที่นี้ได้ แถมยังมีรัฐบาลเป็นพี่เลี้ยงรายใหญ่ เพราะคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ยังยกเว้นภาษีอากรขาเข้าเครื่องจักร และภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นเงินสองหมื่นกว่าล้านบาท และยังอุตริประกาศกฎอัยการศึกในเมืองตากอากาศ มีทหารลงมาเดินกันขวักไขว่ เพื่อต้องการให้อุตสาหกรรมนี้เกิดให้ได้
แต่เครือสหวิริยาลืมนึกไปว่าชาวบ้านบางสะพานก็มีสิทธิลุกขึ้นมาปกป้องทรัพยากรธรรมชาติของพวกเขา ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 เช่นกัน หากโรงงานถลุงเหล็กเกิดขึ้นจริงแล้ว เขาหวั่นกลัวแน่นอนว่า

อากาศจะเป็นพิษ น้ำจะเน่า กุ้ง หอย ปู ปลาจะหายไป และนักท่องเที่ยวจะไม่กลับมา

ชาวบางสะพานไม่ต้องการให้ที่นี่กลายเป็นมาบตาพุดแห่งที่สอง ที่ชาวบ้านต้องนอนรอความตายผ่อนส่งโดยที่ไม่มีใครช่วยเหลือได้เลย
คนงานหรือผู้บริหารโรงงานถลุงเหล็กอาจจะมาทำงานที่นี่ไม่กี่ปี แล้วก็ย้ายงาน หรือเปลี่ยนงานใหม่ แต่คนบางสะพานต้องอยู่กินบนผืนดินแห่งนี้ไปตลอดชีวิต

พอสิ้นปีผลกำไรจากการถลุงเหล็กที่ส่วนหนึ่งมาจากการทำลายธรรมชาติ และการสร้างความแตกแยกให้กับคนในพื้นที่ ก็กลายเป็นเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้นที่มีทั้งหัวดำและหัวแดงในตลาดหลักทรัพย์

การลุกขึ้นสู้ของชาวบ้านบางสะพานจึงเพิ่งจะเริ่มต้น แต่คงไม่จบลงเหมือนชาวบ้านบางระจัน

นิคมอุตสาหกรรมเหล็กมูลค่า 500,000 ล้านบาท คงไม่ได้ถือกำเนิดขึ้นง่ายๆ เหมือนอย่างภาพในเพาเวอร์พอยต์ ตอนไปโรดโชว์ให้กับแหล่งเงินกู้เสียแล้ว

มีนาคม 06 2008 11:31 am | สิ่งแวดล้อม

18 ความเห็น ต่อ “อุตสาหกรรมถลุงเหล็ก คำถามถึงสภาพัฒน์”

  1. yuttipung on 11 มี.ค. 2008 at 4:44 pm #

    ลองไปอ่านในเว็บไซต์บางสะพานแล้วก็กลุ้มใจ คนที่นี่(จริงไม่จริงไม่รู้)ด่ากันเอง แถมชอบโยนไปโจมตี NGO อีกต่างหากราวกับว่า NGO นี่มีอำนาจซะเต็มประดาสั่งชาวบ้าน ขู่เข็ญเขาได้…แปลกดี

  2. คนคู่ on 14 มี.ค. 2008 at 10:51 pm #

    ถึงชาวบางสะพาน

    การตัดสินใจของพวกคุณคือสิทธิชุมชนที่ไม่มีใครแย่งไปจากพวกคุณได้ ดังนั้นกรุณาชั่ง ตวง วัด ให้ดี ก่อนที่พวกคุณจะสูญเสียมันอย่างไม่มีวันเรียกคืนได้

  3. คนไท on 06 พ.ค. 2008 at 9:34 am #

    เรื่องทุกเรื่อง มีแง่มุม ซับซ้อน มองเป็นกลางจะดีกว่า และที่สำคัญ มองในทุกๆมุม ใจเขาใจเรา แล้วเดินทางสายกลาง

    อุตสาหกรรม…ไม่ใช่ผู้ร้ายเสมอไป และไม่ใช่ผู้เกเร
    ชาวบ้าน…ไม่ใช่ชาวบ้านเสมอไป และไม่ใช่ผู้ถูกกระทำเสมอ ชาวบ้านรังแก ข่มขู่ รีดไถนายทุนก็มีให้เห็น เพราะไม่ใช่ชาวบ้าน แต่มีอาชีพรับจ้างก่อความวุ่นวาย

    ชาวบางสะพาน ไม่ได้แตกแยก อย่างที่ NGO พยายามทำให้เป็นข่าว ชาวบ้านยังทำมากินสุจริต ไม่เบียดเบียนผลประโยชน์บนความเดือดร้อนของผู้อื่น แต่ที่ออกมาทำให้มีตัวตนอยู่ทุกวันนี้ ล้วนเป็นคนนอกทั้งนั้น

    ไม่เชื่อ ไป..บางสะพาน แล้วถามหาคนที่เป็นชาวบ้านจริงๆ ดู ส่วนใหญ่ไม่ได้ต่อต้านอุตสาหกรรม แต่แค่กลัวในความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคตที่ตนยังไม่เคยพบเห็น….โรงถลุงเหล็ก….ต่างหาก

  4. beat on 15 พ.ย. 2009 at 11:09 am #

    พวกคุณที่แสดงความคิดเห็น ยังมีสติดีรึเปล่า ถ้าโรงงานเกิดหน้าบ้านคุณ คุณจะพูดแค่ว่าคุณแค่กลัวการเปลียนแปลงรึเปล่าละ ไอ้พวกเห็นแก่ตัว โรงงานอะไรก็ตามไม่ควรอยู่ตรงทะเลที่สวยขนาดนั้นเพราะอนาคตทำเงินได้ แล้วลูกหลานเราก็ไม่มีที่ดีๆไปเที่ยวแล้ว ชายหาดบ้านกรูดสวยมาก ทำไมไม่ไปทำที่ที่มันเป็นชายหาดโคลนละ ลองคิดดูคุณเคยไปเทียวหัวหินประจำแล้วถ้าหัวหินมีโรงงานอันนี้ขึ้นมา คุณจะไปไหม คนอีกกี่10ล้านคนที่ขาดแหล่งพักใจ เพียงแค่โรงงานอันเดียวรวยก็รวยคนเดียวจ่ายภาษีก็นิดเดียว แต่คนอื่นทำไมเค้าต้องเสียสละให้คุณรวยมากขนาดนั้น

  5. ake on 15 พ.ย. 2009 at 11:20 am #

    ไ อ้ ค วา ย เจ้าของความเห็นคนไท คิดเป็นไหมเนี้ยเกิดหน้าบ้านมึงมีมั้งมึงจะว่าๆแค่กลัวการเปลียนแปลงไหม อุตสาหกรรมถ้าดีคุณก็ย้ายไปอยู่ใกล้ๆพาพ่อพาแม่ไปด้วยดิ เออถ้ามันอยู่หน้าบ้านคุณผมจะดูดิว่าคุณจะมองมุมไหน ให้มันดี แล้วเดินเลยทางสายกลางอย่างที่คุณพูด แน่จริงคุณเก่งนิทางสายกลางแง่มุมดีนิ ไปซื้อที่อยู่ติดมันเลยพิสูจเลยว่าคุณมองได้อีกแง่แล้วคุณจะยังใช้ไอ้ทางสายกลางที่เป็นความเห็นที่ไม่กลางเลย พูดแล้วคุณดูไม่รู้เรื่อง พูดแล้ว โ ง่ อย่าพูดดีกว่า

  6. gullaya on 06 มิ.ย. 2010 at 12:44 am #

    ขอแจ้งให้ทราบว่า โรงถลุงเหล็กกำลังจะไปตั้งที่หมู่7ตำบลเกาะเปริด อำเภอแหลมสิงห์
    จังหวัดจันทบุรี
    เจ้าของที่ดินแถวนั้นกำลังเตรียมขายที่ดินกันอย่างคึกครื้น! ชาวบ้านบางคนไม่รู้ ก็ดีใจ
    พวกเรากำลังรวมตัวกันต่อต้าน

  7. air on 21 มิ.ย. 2010 at 7:43 pm #

    ขออนุญาติเอาข้อมูลไปเผยแพร่ได้มั้ยคะ

  8. Tweets that mention http://www.sarakadee.com/blog/oneton/?p=55utm_sourcepingback -- Topsy.com on 21 มิ.ย. 2010 at 7:59 pm #

    [...] This post was mentioned on Twitter by . said: [...]

  9. vanchai on 22 มิ.ย. 2010 at 12:29 am #

    ยินดีครับ

  10. จันนนนนน on 27 มิ.ย. 2010 at 8:31 pm #

    เราชาวจันทบุรีไม่เคยเห็นโรงงานถลุงเห็กหรอกคับแต่รู้ว่ามันอันตรายรายแรงมากกกกเราไม่อยากได้หรอกไอ้โรงงานอัปปรีรัยนี้อะทุกวันนี้ชาวบ้านก็มีที่ทำกินมีงานทำอยู่กันอยางมีความสุขดีอยู่แล้วไม่อยากกินสารพิษแทนข้าวหรอกคับหรือว้ามุงกินได้ละไอ้ห่าๆๆๆมุงอย่าให้กุพูดมากกว่านี้เลยเด๋วยาวไม่จบงาย :mrgreen: แต่ที่กุรู้นะมุงไปสร้างหน้าบ้านมุงนะแล้วคนแถวนั้นเคาจะได้ชื่นชมในความคิดของมุงที่เอาสิงชั่วรายสาระเลวมาให้กะเขา :roll: แรงได้ใจ :lol: ก็ไม่มีคัยที่ไหนหรอกคับที่อยากจะได้โรงงานที่ก่อความวุ่นวายให้กับบ้านเมี่องเอาเงินไปใช้แต่เอาสารพิษมาทิ้งให้กะชุมชนกุไปละเกืยจพิมและเบื่อไอ้พวกไร้การศึกษา :twisted:

  11. คนจันท์ on 28 มิ.ย. 2010 at 11:47 pm #

    ทำไมต้องเอาเมืองที่มีอากาศดี ๆ น่าอยู่ไปทำให้เกิดมลพิษด้วย ไม่ทราบเอาอะไรคิดนะ

  12. shinobi on 05 ก.ค. 2010 at 4:27 am #

    :twisted: ไม่อยากเป็นแบบมาบตาพุดก็อย่าสนับสนุน จงคัดค้านให้ถึงที่สุด ด้วยรักและห่วงใยในสวัสดิภาพชีวิต :twisted:

  13. คนรักบ้าน on 08 ก.ค. 2010 at 2:16 am #

    ผมคนเกาะเปริดคับหมู่5 เขาตาหน่วย ตอนนี้นะพวกมันกำลังเข้าหาทางผู้นำของหมู่บ้านอย่างเช่น กำนันหมา ผู้ใหญ่ดุล และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านบางคนกำลังสนับสนุนพวกมันอยู่ มันชอบประชุมกับแบบลับ ลับ ที่บ้านพวกผู้ใหญ่บ้าน มันจ่ายค่าหัวให้คนที่มาร่วมคนละ 300 บาท แลกกับหมายเลขบัตรประชาชนและลายเซ็นต์ คนที่หลวมตัวเข้าไปไม่รู้หลกว่ามันเอาไปทำอะไร เพราะคนที่ไปฟังนั้นจะเป็นคนแก่ส่วนใหญ่ หนังสือก็อ่านไม่ค่อยออกเขาให้เซ็นอะไรก็เซ็นต์ เพ่อจะได้ตังแค่300 แต่หารู้ไม่ว่า นั้่นแหละเป็นการสนับสนุนโดยไม่รู้ตัว ผู้นำหมู่บ้านน่าจะอธิบายให้ลูกบ้านเข้าใจมั่งนะ

  14. ผู้ได้รับผลกระทบ on 12 ก.ค. 2010 at 12:49 am #

    อยากได้ข้อมูลเกี่ยวกับประเด็นนี้เพิ่มเติมค่ะ
    รบกวนบอกแหล่งข้อมูลหรือผู้ที่สามารถให้ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วยนะคะ เนื่องจากบ้านอยู่ในพื้นที่ที่แหลมสิงห์ค่ะ
    ขอบคุณมากค่ะ

  15. รักบ้านเกิด on 27 ก.ค. 2010 at 5:50 pm #

    คุณคนไท ถ้าโรงงานไปสร้างบริเวณบ้านพักของคุณบ้างคุณจะรู้สึกอย่างไร และยังจะพูดแบบนี้อีกมั๊ย

  16. ปปปป on 04 ก.ย. 2011 at 5:21 am #

    งั้นคนไทยคงต้องซื้อเหล็กจากต่างชาติต่อไป

  17. ปปปป on 04 ก.ย. 2011 at 5:31 am #

    โลทัสจะสร้างทำไมไม่ค้านบ้างมันดุดเงินในประเทศเราอยู่ทุกวัน

  18. ปปปป on 04 ก.ย. 2011 at 5:57 am #

    ห้างต้างชาติมาตั้งในไทยทำไม ngo ไม่ค้านบ้างหนอ

Trackback URI | Comments RSS

ร่วมแสดงความคิดเห็น