ฉบับที่ ๓๖๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘

กุมภาพันธ์ 23, 2015 
8


นิตยสารสารคดี
ปีที่ ๓๐ ฉบับที่ ๓๖๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘

บทความที่ลงในเว็บไซต์

เรื่องเด่นในฉบับ

  • ครูบาศรีวิชัย ศรัทธา อภินิหาร  การเมือง
  • มนตร์เพลงชนเผ่า “ฮอร์นบิลล์เฟสติวัล” และการเดินทางครั้งใหม่ของนาคาแลนด์
  • Foto Essay – ฉากสุดท้ายของ “หลี่” กลางมหานทีสี่พันดอน
  • “นายรอบรู้” เที่ยวสร้างสรรค์ มหัศจรรย์ทุกเส้นทาง – นราธิวาส สุดที่รักฉันคิดถึงเธอ

GREEN PLANET

  • Lives in Danger – โกโก้
  • Global Motion – - นิวยอร์กแบนโฟม, - หาที่ทิ้งกากนิวเคลียร์, - ยิ่งโลกไม่ร้อน ยิ่งประหยัด
  • Green News – คำตอบที่มาก่อนคำถาม (โครงการ) กระเช้าขึ้นภูกระดึง
  • Green Energy – เก็บมันไว้ใต้โลกนะ ดีที่สุดแล้ว
  • Green Person – “เอาถ่านไหม ?” คำถามจากหมึก-คนเผาถ่าน
  • Earth Campaign – Words of Change

Green Living

  • Green Gadget – myFC PowerTrekk 2.0 ชาร์จแบตฯ ทางเลือก
  • Green Health – ความสุขสร้างได้ทุกนาที
  • Green Design – Rebel Architecture : ในนามแห่งสถาปัตยกรรมขบถ
  • Item Footprint – กูเกิล (Google)
  • It’s So Easy – สไปเดอร์…โครม ! เอ๊ย ! ! โคม
  • Let’s Bike ! - Bike Sense #2 : จงเตรียมพร้อมก่อนปั่น
  • Double Nature – ความรักกับนกเงือก
  • Green Gag

โลกใบใหญ่

  • เกิดเดือนนี้ –  การเมือง, มหันตภัย, การค้นพบสิ่งประดิษฐ์, ศิลปะ
  • ซองคำถาม –     กล่องดำ, กากกาแฟ, ตัวเลขบนฉลากผักผลไม้
  • เวลา-ดีไซน์-สิ่งประดิษฐ์  : ขนมปัง
  • Infographic – วาฬเลนไทน์
  • โลกเสมือน – Sony Hack การแฮ็กสะเทือนวงการ
  • รอบโลก – วิจัยปลูกผักบนดาวอังคาร, ศาลสั่งยุบพรรค UPP, ติดตั้ง WTPh ? ช่วยออกเสียงสถานที่, เตรียมเดินเครื่องโรงไฟฟ้าถ่านหิน, ตั้งจังหวัดใหม่
  • รอบรั้วอาเซียน – คุยกับ สุภัตรา ภูมิประภาส เบื้องหลังราชันผู้พลัดแผ่นดิน    (The King in Exile) ภาคภาษาไทย
  • อนุรักษ์ – อนุรักษ์นกกระเรียนพันธุ์ไทย…ความหวังยังไม่สิ้น
  • กิจกรรม – พุทธปฏิมาจากแดนประหาร
  • หนังสือบนแผง – พ่ออังคาร ผู้มาจากดาวโลก
  • ที่นี่มีอะไร

Foto Essay

  • ฉากสุดท้ายของ “หลี่” กลางมหานทีสี่พันดอน

คอลัมน์ประจำ-ปกิณกะ

  • ใต้โค้งฟ้า – วานรใต้หมู่เมฆ
  • ภาพพูด
  • เรื่องจากปก
  • สารคดีพิเศษ
  • จากบรรณาธิการ – ตัดหัว
  • การ์ตูนพาไป – “หนังสือเล่มแรก…”
  • เฮโลสาระพา
  • สมาชิกอุปถัมภ์
  • ข่าวธุรกิจ-ผลิตภัณฑ์
  • “นายรอบรู้” เที่ยวสร้างสรรค์ มหัศจรรย์ทุกเส้นทาง – นราธิวาส สุดที่รักฉันคิดถึงเธอ
  • Nature Love Note
  • ท้ายครัว – กุ้งอ่องไข่

Creativity Science & Culture

  • โลกใบใหม่ – ไกลาศ สัตยาถี : รางวัลโนเบลร่วมสาขาสันติภาพ ๒๕๕๗
  • ภาพยนตร์ – Amazon Studios การบุกโลกละครโทรทัศน์ของอเมซอน
  • One Ton – มหา’ ลัยเถื่อน หลักสูตรที่กระทรวงศึกษาธิการไม่รับรอง
  • จากป่าสู่เมือง – ขึ้นภูกระดึงอีกครั้ง
  • กีฬา_ทางเลือก – ตะกร้อลอดห่วงยังยืนยง (ท่ามกลางกติกาเก่าและใหม่)
  • วิทย์ (ทด) ลองของ – ญาณหยั่งรู้อนาคต (๑)
  • มิติคู่ขนาน – Orb, Glory & Heiligenschein แสงเฉียดปาฏิหาริย์
สัมภาษณ์โดย : สุเจน กรรพฤทธิ์ “ภายใน ๕ ปีต่อจากนี้ พุทธกระแสหลักจะเป็นแบบธรรมกาย” นายแพทย์มโน เลาหวณิช อดีต “พระมโน เมตตานนฺโท” แห่งวัดพระธรรมกาย “ปี ๒๕๑๘-๒๕๒๐ วัดพระธรรมกายคล้ายครอบครัวเล็ก มีพระแปดเก้ารูป มีแม่ชีจันทร์เป็นหัวหน้าและต้นแบบวิถีปฏิบัติของคนในวัด คุณยายเป็นเหมือนเจ้าอาวาส ไม่มีใครกล้าค้านแม้อาจจะเห็นแย้ง  ปี ๒๕๒๕ วัดซื้อที่ดินเพิ่ม  ผมไปเรียนต่อด้านบาลีสันสกฤตที่มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด ช่วงนั้นวัดมีปัญหาเพราะไม่กี่ปีขยายตัวถึง ๑๐๐ เท่า  ผมกลับมาจึงเริ่มปฏิรูปองค์กรในปี ๒๕๓๒ ซึ่งผมต้องชนกับเจ้าอาวาสแรงมาก  ก่อนหน้านั้นก็มีกรณีที่ผมแย้งท่านเรื่องอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้บวชพระรูปหนึ่ง ท่านก็เสียหน้า แต่ก็ตั้งให้เป็นประธานปฏิรูปวัด  สมัยนั้นวัดมีนโยบาย ‘ระดมธรรมคู่ระดมทุน’ ผมไม่เคยจับงานบอกบุญ เรื่องนี้เป็นหน้าที่ของฝ่ายระดมทุน ผมมีหน้าที่เทศน์ เทศน์จบก็มีอุบาสกขึ้นมานั่งคุยชวนทอดผ้าป่า เป็นต้น “แต่หลังปฏิรูปแก้วก็ร้าว ผมถูกส่งไปประจำในสหรัฐอเมริกาจนเกิด ‘คดีโจนาทาน ดูดี้’ (คดีฆาตกรรมในวัดไทย อาชญากรเป็นเด็กสองคน) ผมไปช่วยคดีนี้เพราะคิดว่าเด็กคนหนึ่งที่ถูกกล่าวหาเป็นแพะ เรื่องนี้ทำให้ผมมีปัญหากับวัด ก่อนจะมาแตกหักเมื่อผมพบอุบาสิกาท่านหนึ่งเป็นครู มาวัดทุกเดือน ทำบุญไม่ขาด แต่ทำบุญจนทำลายชีวิตครอบครัว เธอถามว่าเมื่อไรบุญจะส่งผล  ผมไปบอกเจ้าอาวาสว่านโยบายเรี่ยไรแบบนี้ใช้ไม่ได้แล้ว  ตอนนั้นผมรู้ว่าอยู่ไม่ได้แล้ว อำนาจของเจ้าอาวาสมากเกินไป  หลังออกจากวัด ผมไปอยู่วัดราชโอรสาราม หลังจากนั้นไปเขียนหนังสือ เหตุเกิด พ.ศ. ๑ เป็นพุทธประวัติช่วงที่ไม่ค่อยมีคนนึกถึง  เรื่องนี้ทำให้มหาเถรสมาคมประชุม มีคนเอาเรื่องถึงสภาความมั่นคงแห่งชาติ  มีเรื่องที่ผมค้านการใส่ศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติในรัฐธรรมนูญ เรื่องบทความ ‘พระพุทธเจ้าปรินิพพานด้วยโรคอะไร’ ลงนิตยสาร ศิลปวัฒนธรรม ที่โดนเจ้าคุณประยุทธ (พระพรหมคุณาภรณ์ หรือ ป. อ. ปยุตฺโต) เขียนหนังสือโต้ เรื่องถึงขั้นสั่งห้ามพระสังฆาธิการรูปใดรับเข้าสังกัดวัด ผมเลยไม่มีวัดอยู่  ทางเลือกคือไปอยู่วัดต่างประเทศหรือสึก ผมเลือกสึก “การปฏิรูปวัดยุคนั้นผมทำด้วยเจตนาดี คิดแค่สร้างองค์กรพุทธที่มั่นคง กระจายได้ทั่วโลก แต่มันไปคู่กับอำนาจ  ความต้องการของวัดไม่มีที่สิ้นสุด ต้องการเป็นวาติกันของศาสนาพุทธ  ตอนนี้วัดพระธรรมกายใหญ่เกินจะมีใครทำอะไรได้แล้ว  ย้อนกลับไปขนาดพระสังฆราชมีพระลิขิตสี่ฉบับให้สึกเจ้าอาวาส ก็ทำอะไรไม่ได้ สื่อกระแสหลักยังไม่ทำข่าว เพราะหลังคดีสิ้นสุดในปี ๒๕๔๙
วันมาฆบูชา (Magha Puja) เป็นวันสำคัญทางพุทธศาสนา ชื่อวันหมายถึงการบูชาวันเพ็ญในเดือนสาม(มาฆะ) ตามปฏิทินจันทรคติของไทย หรือ ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 ซึ่งมักตรงกับช่วงเดือนกุมภาพันธ์ของปฏิทินสากล นับเป็นประเพณีที่จัดขึ้นในประเทศไทย, กัมพูชา,
เรื่อง : สุเจน กรรพฤทธิ์    ภาพ : วิจิตต์ แซ่เฮ้ง ตั้งแต่มีข่าวพระสงฆ์จำนวน ๘๐๐-๙๐๐ รูปชุมนุมบริเวณพุทธมณฑลและเกิดการกระทบกระทั่งกับทหารที่ป้องกันไม่ให้พระสงฆ์เข้าพื้นที่ในวันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙ ประเด็น “พระ” ก็เป็นเรื่องที่สังคมไทยจับจ้องอีกครั้ง ต่อมากลุ่มพระสงฆ์ดังกล่าวยื่นข้อเรียกร้องสี่ข้อต่อรัฐบาลทหาร คือ หนึ่ง ให้บรรจุพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ สอง ให้รัฐบาลและผู้เกี่ยวข้องเร่งสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ ๒๐ ทันที โดยให้เป็นไปตามวาระที่เหมาะสม สาม แสดงพลังให้พระบางรูปประจักษ์ สี่ แสดงออกถึงการปกป้องพระพุทธศาสนาจากภัยความมั่นคงและการคุกคามทางความเชื่อ  การชุมนุมนี้สลายตัวลงในช่วงค่ำหลังจากพระเมธีธรรมาจารย์ เลขาธิการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย เดินทางไปยื่นหนังสือและรัฐบาลทหารรับเรื่องไป และภาพที่ออกมาคือการปะทะกันระหว่างพระสงฆ์กับทหาร ซึ่งค่อนข้างก่อความสะเทือนใจแก่พุทธศาสนิกชน ในความเป็นจริงประเด็นการบรรจุศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับที่กำลังร่างขณะนี้ (ต้นเดือนมีนาคม ๒๕๕๙) นั้นเคยมีการเสนอแล้วในช่วงร่างรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ แต่ก็ตกไป มีเพียงการยกระดับจาก “กรมการศาสนา” เป็น “สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ” ลองฟังทรรศนะต่อประเด็นนี้ของ สมฤทธิ์ ลือชัย นักวิชาการอิสระผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์พุทธศาสนา คิดอย่างไรกับข้อเสนอบรรจุศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติโดยบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ ผมไม่เห็นด้วย ข้อเสนอนี้ครั้งแรกเกิดขึ้นในการร่างรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ ก่อนหน้านี้ไม่มี แต่แนวความคิดเรื่องนี้ก็มิใช่เรื่องใหม่ ราวปี ๒๔๙๐ พม่าเขียนในรัฐธรรมนูญว่าพุทธคือศาสนาประจำชาติ คณะสงฆ์ไทยทราบเรื่องนี้ดี ตอนนั้นยังใฝ่ทางธรรมกว่าทางโลก แต่วันนี้ไม่ใช่จึงออกมาเสนอให้พุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ และวิธีที่ง่ายคือเข้าหาอำนาจที่ไม่เป็นประชาธิปไตย  ไทยมีพระสงฆ์ราว ๒ แสนรูป มีประชากร ๖๐ กว่าล้านคน นับถือพุทธร้อยละ ๙๐ แต่แกนนำกลับเป็นแค่พระสงฆ์กลุ่มหนึ่งที่มีสมณศักดิ์อยู่ในเมืองหลวงฯ  ทั้ง ๆ ที่ชาวพุทธนั้นมีทั้งภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก และอุบาสิกา



ผู้ดูแล และลงข้อมูลประจำเวบไซต์ sarakadee.com








ใส่ความเห็น

อีเมล์ของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

สัมภาษณ์โดย : สุเจน กรรพฤทธิ์ “ภายใน ๕ ปีต่อจากนี้ พุทธกระแสหลักจะเป็นแบบธรรมกาย” นายแพทย์มโน เลาหวณิช อดีต “พระมโน เมตตานนฺโท” แห่งวัดพระธรรมกาย “ปี ๒๕๑๘-๒๕๒๐ วัดพระธรรมกายคล้ายครอบครัวเล็ก มีพระแปดเก้ารูป มีแม่ชีจันทร์เป็นหัวหน้าและต้นแบบวิถีปฏิบัติของคนในวัด คุณยายเป็นเหมือนเจ้าอาวาส ไม่มีใครกล้าค้านแม้อาจจะเห็นแย้ง  ปี ๒๕๒๕ วัดซื้อที่ดินเพิ่ม  ผมไปเรียนต่อด้านบาลีสันสกฤตที่มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด ช่วงนั้นวัดมีปัญหาเพราะไม่กี่ปีขยายตัวถึง ๑๐๐ เท่า  ผมกลับมาจึงเริ่มปฏิรูปองค์กรในปี ๒๕๓๒ ซึ่งผมต้องชนกับเจ้าอาวาสแรงมาก  ก่อนหน้านั้นก็มีกรณีที่ผมแย้งท่านเรื่องอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้บวชพระรูปหนึ่ง ท่านก็เสียหน้า แต่ก็ตั้งให้เป็นประธานปฏิรูปวัด  สมัยนั้นวัดมีนโยบาย ‘ระดมธรรมคู่ระดมทุน’ ผมไม่เคยจับงานบอกบุญ เรื่องนี้เป็นหน้าที่ของฝ่ายระดมทุน ผมมีหน้าที่เทศน์ เทศน์จบก็มีอุบาสกขึ้นมานั่งคุยชวนทอดผ้าป่า เป็นต้น “แต่หลังปฏิรูปแก้วก็ร้าว ผมถูกส่งไปประจำในสหรัฐอเมริกาจนเกิด ‘คดีโจนาทาน ดูดี้’ (คดีฆาตกรรมในวัดไทย อาชญากรเป็นเด็กสองคน) ผมไปช่วยคดีนี้เพราะคิดว่าเด็กคนหนึ่งที่ถูกกล่าวหาเป็นแพะ เรื่องนี้ทำให้ผมมีปัญหากับวัด ก่อนจะมาแตกหักเมื่อผมพบอุบาสิกาท่านหนึ่งเป็นครู มาวัดทุกเดือน ทำบุญไม่ขาด แต่ทำบุญจนทำลายชีวิตครอบครัว เธอถามว่าเมื่อไรบุญจะส่งผล  ผมไปบอกเจ้าอาวาสว่านโยบายเรี่ยไรแบบนี้ใช้ไม่ได้แล้ว  ตอนนั้นผมรู้ว่าอยู่ไม่ได้แล้ว อำนาจของเจ้าอาวาสมากเกินไป  หลังออกจากวัด ผมไปอยู่วัดราชโอรสาราม หลังจากนั้นไปเขียนหนังสือ เหตุเกิด พ.ศ. ๑ เป็นพุทธประวัติช่วงที่ไม่ค่อยมีคนนึกถึง  เรื่องนี้ทำให้มหาเถรสมาคมประชุม มีคนเอาเรื่องถึงสภาความมั่นคงแห่งชาติ  มีเรื่องที่ผมค้านการใส่ศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติในรัฐธรรมนูญ เรื่องบทความ ‘พระพุทธเจ้าปรินิพพานด้วยโรคอะไร’ ลงนิตยสาร ศิลปวัฒนธรรม ที่โดนเจ้าคุณประยุทธ (พระพรหมคุณาภรณ์ หรือ ป. อ. ปยุตฺโต) เขียนหนังสือโต้ เรื่องถึงขั้นสั่งห้ามพระสังฆาธิการรูปใดรับเข้าสังกัดวัด ผมเลยไม่มีวัดอยู่  ทางเลือกคือไปอยู่วัดต่างประเทศหรือสึก ผมเลือกสึก “การปฏิรูปวัดยุคนั้นผมทำด้วยเจตนาดี คิดแค่สร้างองค์กรพุทธที่มั่นคง กระจายได้ทั่วโลก แต่มันไปคู่กับอำนาจ  ความต้องการของวัดไม่มีที่สิ้นสุด ต้องการเป็นวาติกันของศาสนาพุทธ  ตอนนี้วัดพระธรรมกายใหญ่เกินจะมีใครทำอะไรได้แล้ว  ย้อนกลับไปขนาดพระสังฆราชมีพระลิขิตสี่ฉบับให้สึกเจ้าอาวาส ก็ทำอะไรไม่ได้ สื่อกระแสหลักยังไม่ทำข่าว เพราะหลังคดีสิ้นสุดในปี ๒๕๔๙
วันมาฆบูชา (Magha Puja) เป็นวันสำคัญทางพุทธศาสนา ชื่อวันหมายถึงการบูชาวันเพ็ญในเดือนสาม(มาฆะ) ตามปฏิทินจันทรคติของไทย หรือ ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 ซึ่งมักตรงกับช่วงเดือนกุมภาพันธ์ของปฏิทินสากล นับเป็นประเพณีที่จัดขึ้นในประเทศไทย, กัมพูชา,
เรื่อง : สุเจน กรรพฤทธิ์    ภาพ : วิจิตต์ แซ่เฮ้ง ตั้งแต่มีข่าวพระสงฆ์จำนวน ๘๐๐-๙๐๐ รูปชุมนุมบริเวณพุทธมณฑลและเกิดการกระทบกระทั่งกับทหารที่ป้องกันไม่ให้พระสงฆ์เข้าพื้นที่ในวันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙ ประเด็น “พระ” ก็เป็นเรื่องที่สังคมไทยจับจ้องอีกครั้ง ต่อมากลุ่มพระสงฆ์ดังกล่าวยื่นข้อเรียกร้องสี่ข้อต่อรัฐบาลทหาร คือ หนึ่ง ให้บรรจุพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ สอง ให้รัฐบาลและผู้เกี่ยวข้องเร่งสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ ๒๐ ทันที โดยให้เป็นไปตามวาระที่เหมาะสม สาม แสดงพลังให้พระบางรูปประจักษ์ สี่ แสดงออกถึงการปกป้องพระพุทธศาสนาจากภัยความมั่นคงและการคุกคามทางความเชื่อ  การชุมนุมนี้สลายตัวลงในช่วงค่ำหลังจากพระเมธีธรรมาจารย์ เลขาธิการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย เดินทางไปยื่นหนังสือและรัฐบาลทหารรับเรื่องไป และภาพที่ออกมาคือการปะทะกันระหว่างพระสงฆ์กับทหาร ซึ่งค่อนข้างก่อความสะเทือนใจแก่พุทธศาสนิกชน ในความเป็นจริงประเด็นการบรรจุศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับที่กำลังร่างขณะนี้ (ต้นเดือนมีนาคม ๒๕๕๙) นั้นเคยมีการเสนอแล้วในช่วงร่างรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ แต่ก็ตกไป มีเพียงการยกระดับจาก “กรมการศาสนา” เป็น “สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ” ลองฟังทรรศนะต่อประเด็นนี้ของ สมฤทธิ์ ลือชัย นักวิชาการอิสระผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์พุทธศาสนา คิดอย่างไรกับข้อเสนอบรรจุศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติโดยบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ ผมไม่เห็นด้วย ข้อเสนอนี้ครั้งแรกเกิดขึ้นในการร่างรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ ก่อนหน้านี้ไม่มี แต่แนวความคิดเรื่องนี้ก็มิใช่เรื่องใหม่ ราวปี ๒๔๙๐ พม่าเขียนในรัฐธรรมนูญว่าพุทธคือศาสนาประจำชาติ คณะสงฆ์ไทยทราบเรื่องนี้ดี ตอนนั้นยังใฝ่ทางธรรมกว่าทางโลก แต่วันนี้ไม่ใช่จึงออกมาเสนอให้พุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ และวิธีที่ง่ายคือเข้าหาอำนาจที่ไม่เป็นประชาธิปไตย  ไทยมีพระสงฆ์ราว ๒ แสนรูป มีประชากร ๖๐ กว่าล้านคน นับถือพุทธร้อยละ ๙๐ แต่แกนนำกลับเป็นแค่พระสงฆ์กลุ่มหนึ่งที่มีสมณศักดิ์อยู่ในเมืองหลวงฯ  ทั้ง ๆ ที่ชาวพุทธนั้นมีทั้งภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก และอุบาสิกา