สัมภาษณ์และเรียบเรียง: ณภัทร เวชชศาสตร์
ภาพ : ประเวช ตันตราภิรมย์

Milk Tea Alliance: พันธมิตรชานมที่ไม่ได้มีแค่ความอร่อย

หากลองมองการชุมนุมไม่ว่าจะกลุ่มไหนก็ตามแต่ เรามักเห็นธงแสดงอัตลักษณ์กลุ่มปลิวไสว แต่การเคลื่อนไหวของคนรุ่นใหม่มีธงหลากหลายมากขึ้น อย่างเช่นธงสีรุ้งที่เป็นสัญลักษณ์ของกลุ่มความหลากหลายทางเพศ (LGBTQIA+) และน่าสังเกตว่ามีธงชาติหลายประเทศถูกนำมาโบกด้วย เช่น ธงชาติไต้หวัน ธงดอกชงโคห้ากับพื้นสีดำที่เปลี่ยนสีพื้นจากธงชาติฮ่องกงซึ่งเป็นตัวแทนกลุ่มกิจกรรมฮ่องกง ฯลฯ

ผศ.ดร. วาสนา วงศ์สุรวัฒน์ ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้สัมภาษณ์ถึงสัญญะของธงต่างๆ ในปรากฏการณ์ “พันธมิตรชานม”

ชาใส่นม

คำว่า “พันธมิตรชานม” เกิดหลังเหตุการณ์วุ่นวายในทวิตเตอร์เมื่อช่วงเมษายน ปี ๒๕๖๓ จากการที่ดาราไทยโพสต์ในทำนองว่าฮ่องกงเป็นประเทศ ทำให้แฟนคลับชาวจีนไม่พอใจ จึงเป็นสงครามคีย์บอร์ดโต้เถียงเรื่องความเป็นเอกภาพของฮ่องกง

ต่อมามีแถลงการณ์จากรัฐบาลจีนเตือนว่าสิ่งที่สังคมไทยกระทำนั้นไม่ถูกต้อง ขณะเดียวกันทางพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า (Democratic Progressive Party) ของไต้หวันได้กล่าวขอบคุณชาวเน็ตของไทย และทางกลุ่มนักกิจกรรมของฮ่องกงก็พูดว่าเราคือพันธมิตรชานม (Milk Tea Alliance) ด้วยกัน ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของคำนี้

ความน่าสนใจก็คือคำว่า “ชา” กับ “นม”

ชาเป็นเครื่องดื่มประจำชาติของจีน ส่งอิทธิพลในไต้หวัน ฮ่องกง ไทย ฯลฯ อย่างไรก็ตาม พื้นที่ดังกล่าวก็ได้รับอิทธิพลจากชาติตะวันตกในประวัติศาสตร์ทำให้มีการใส่นมในชาและเป็นเครื่องดื่มยอดนิยม

ชาในไต้หวันและฮ่องกงมักเป็นชานมร้อนหรือชานมไข่มุก ในไทยก็จะเป็นชานมเย็น ซึ่งสะท้อนเชิงสัญญะว่าต่างไม่ได้ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของจีนโดยสิ้นเชิง

เมื่อมีการเคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องสิทธิ เสรีภาพ และความเป็นเอกภาพ ชานมซึ่งเป็นวัฒนธรรมที่มีร่วมกันจึงกลายมาเป็นตัวแทนของกลุ่มผู้เรียกร้องประชาธิปไตยและตัวแทนการต่อสู้กับอำนาจเผด็จการจากประเทศจีน

ถึงแม้ว่าในไต้หวันจะมีประชาธิปไตยแล้ว แต่ก็ถูกคุกคามจากจีนแผ่นดินใหญ่อยู่ตลอด อย่างเช่นการไม่ให้เรียกประเทศไต้หวันในโอลิมปิก ส่วนฮ่องกงก็เป็นหนึ่งประเทศสองระบบ ถูกแทรกแซงจากรัฐบาลปักกิ่งเพื่อไม่ให้เป็นประชาธิปไตย

ในส่วนของไทย แม้จะไม่มีการครอบงำโดยจีนในเชิงกฎหมาย แต่การเกิดเรื่องในทวิตเตอร์ก็สะท้อนว่าจีนมีอิทธิพลต่อไทยมาก และก่อนหน้านี้รัฐบาลปัจจุบันก็แสดงความใกล้ชิดกับรัฐบาลจีน ก็เลยเกิดภาพจำที่ว่ารัฐบาลจีนเป็นพันธมิตรกับรัฐบาลไทย ส่งผลให้กลุ่มเรียกร้องประชาธิปไตยในไทยก็ต่อต้านรัฐบาลจีนไปในตัวด้วย

อุดมการณ์ร่วมสู่พันธมิตร

ก่อนการเกิดขึ้นของพันธมิตรชานมมีการต่อสู้ร่วมกันมาแล้ว อย่างเช่นกรณีที่ เนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล กับ โจชัว หว่อง นักเคลื่อนไหวฮ่องกง เคยจะร่วมจัดเสวนาเรื่องประชาธิปไตยในประเทศไทย แต่ โจชัว หว่อง ถูกทางการไทยกักตัวไม่ให้เข้าประเทศและส่งตัวกลับฮ่องกง เมื่อปี ๒๕๕๙

คงปฏิเสธไม่ได้ว่าความเคลื่อนไหวที่ผ่านมา เทคโนโลยีเป็นสิ่งสำคัญ นอกจากทำให้ติดต่อสื่อสารง่าย ยังสร้างภาคีเครือข่ายกับต่างประเทศได้ ถึงแม้พันธมิตรชานมจะไม่ได้จดทะเบียนหรือเป็นองค์กรทางการ แต่ก็เป็นชื่อเรียกเครือข่ายของผู้เรียกร้องประชาธิปไตยที่เกิดขึ้นในยุคสมัยอันใกล้เคียงกัน

พันธมิตรชานมอาจไม่ได้รวมตัวกันอย่างเป็นรูปธรรมมาก ไม่ได้เป็นถึงกลุ่มเครือข่ายปฏิวัติที่ส่งอาวุธให้กัน ขณะเดียวกันคนฮ่องกงก็ไม่สามารถเรียกร้องประชาธิปไตยได้แล้วเนื่องจากติดข้อบังคับทางกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม พันธมิตรชานมก็เปิดโอกาสให้การเคลื่อนไหวทำได้ในประเทศอื่นแทน อย่างในประเทศไทย ไต้หวัน และพม่า ดังนั้นการเคลื่อนไหวในฮ่องกงยังไม่ตายโดยสิ้นเชิง เราจึงเห็นธงฮ่องกงโบกพัดพร้อมกับธงไต้หวันในประเทศไทย อีกทั้งยังมีการแลกเปลี่ยนการแสดงออก เช่น การชูสามนิ้ว การรับมือกับแก๊สน้ำตาและรถฉีดน้ำ ฯลฯ

มีการขยายตัวขององค์กรไปถึงประเทศพม่าด้วย เนื่องจากการรัฐประหารที่มีการตั้งข้อสังเกตว่ารัฐบาลจีนสนับสนุนรัฐบาลเผด็จการของพม่า ในเชิงสัญลักษณ์ก็เห็นการต่อต้านต่างๆ ในพม่า เช่น การเผาโรงงานของจีน การทำลายทรัพย์สินของจีน คนในพม่าก็รู้สึกว่ารัฐบาลเผด็จการอยู่ได้เพราะการสนับสนุนของจีน ในเมื่อประเทศพม่าก็ดื่มชานมเหมือนกัน ก็เลยถูกรวมเข้ามาอยู่ในพันธมิตรชานม

ถ้าถามว่านิยามคืออะไร พันธมิตรชานม ก็คือ กลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เรียกร้องประชาธิปไตยในภูมิภาคเอเชีย ที่มองร่วมกันว่าสาธารณรัฐประชาชนจีนเป็นอุปสรรคใหญ่ที่ทำให้พื้นที่เหล่านี้ไม่สามารถเป็นประชาธิปไตยได้

wassana03

แรงกระเพื่อมจากชานม

ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ส่วนใหญ่จะมีความสัมพันธ์กับจีนสูงมากทั้งในแง่ลบและบวก

ประเทศที่มีพรมแดนติดทะเลจีนใต้ก็จะมีปัญหากับจีนมาก เพราะจีนมักอ้างว่าบริเวณนั้นเป็นของจีนเกือบทั้งหมด ทำให้เกิดการละเมิดน่านน้ำของประเทศต่างๆ

ประเทศที่ไม่ได้มีพรมแดนติดกับทะเลจีนใต้ก็จะไม่อยากยุ่งเรื่องนี้ เพราะว่าตัวเองก็รับเงินลงทุน รับนักท่องเที่ยว รับผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของจีนมา ดังนั้นจีนก็จะมีความสัมพันธ์อันใกล้ชิดกับลาว กัมพูชา พม่า และไทย มากกว่าชาติอื่นๆ

อย่างไรก็ตาม มหาอำนาจอื่นๆ ของโลกเริ่มมีส่วนร่วมในกรณีทะเลจีนใต้มากขึ้น อย่างประเทศในกลุ่ม EU ก็ส่งเรือรบมาพิทักษ์เรือสินค้าของตัวเอง ทำให้พื้นที่ทะเลจีนใต้อ่อนไหวสูง

จะสังเกตได้ว่า ฐานที่มั่นทางเศรษฐกิจของจีนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะเป็นประเทศในภาคพื้นทวีป อย่างไทยและพม่า แต่ปัจจุบันทั้งสองประเทศต่างเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตย และเห็นพ้องกันว่าจีนเป็นอุปสรรคของการเรียกร้องประชาธิปไตย

ถ้าหากเกิดการล่มสลายของระบอบเผด็จการ ก็มีแนวโน้มจะเกิดความสั่นคลอนต่อจีนแผ่นดินใหญ่ เพราะแนวโน้มการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของรัฐบาลใหม่มีโอกาสที่จะไปทางโลกเสรีอย่างสหรัฐอเมริกามากกว่าจีนอยู่แล้ว สืบเนื่องจากความสัมพันธ์กับจีนจะเป็นในทางสนับสนุนรัฐบาลเผด็จการมากกว่า

กล่าวโดยสรุปก็คือ หากการเคลื่อนไหวประชาธิปไตยในประเทศไทยและประเทศพม่าสำเร็จ ก็จะเป็นการสร้างแรงสั่นสะเทือนสูงสุดที่พันธมิตรชานมจะทำต่อจีนได้