เมื่อรัฐธรรมนูญพม่ายืนหยัดต้านพายุไซโคลน

 

ขณะที่กำลังเขียนข่าวอยู่นี้ ยอดผู้เสียชีวิตจากพายุไซโคลนนาร์กิสที่พัดถล่มปากแม่น้ำอิรวดีในพม่า มีจำนวนสูงเกือบแสนคน สูญหายครึ่งแสนคน บาดเจ็บนับไม่ถ้วน และมีผู้ได้รับผลกระทบจากมหาภัยครั้งนี้ต้องอดอยากและบ้านเรือนสูญหายถึง 1.5 ล้านคน

มีข่าวเล็ก ๆรายงานว่า บรรดานักแสดงชื่อดังของพม่า อาทินายซากาน่า ลูวิน เมแทนนู ได้รวมตัวกันเพื่อจะนำสิ่งของไปช่วยเหลือพี่น้องที่ประสบภัยจากพายุไซโคลน

ดาราเหล่านี้ให้สัมภาษณ์ว่า เขาจะเดินทางไปช่วยพี่น้องด้วยตนเอง โดยไม่ผ่านมือทางการพม่า ที่ประชาสัมพันธ์ให้บริจาคผ่านหน่วยงานของรัฐ โดยจะขับรถบรรทุกสิ่งของ อันได้แก่ข้าวสาร ยารักษาโรค น้ำมันพืช เสื้อผ้าไปแจกให้กับประชาชนถึงพื้นที่

“หากเจ้าหน้าที่รัฐบาลมาปิดกั้นไม่ยอมให้เราเข้าพื้นที่ไปแจก เราก็จะขับไปหาเส้นทางอื่น ๆเพื่อไปแจกให้ถึงมือชาวบ้านจนได้ เราไม่ไว้ใจรัฐบาลเผด็จการ”

ไม่รู้ว่าชะตากรรมของนักแสดงกลุ่มนี้จะเหมือนกับ นายจ่อทู นักแสดงชื่อดังที่ถูกกลุ่มคนร้ายใช้มีดจะทำร้ายขณะแจกของช่วยชาวบ้าน เพราะทางการไม่ยอมให้คนพม่ามาแจกของเอง ต้องแจกผ่านหน่วยงานของรัฐ

ทุกวันนี้ทางการพม่ายอมรับความช่วยเหลือจากต่างประเทศเป็นเพียงสิ่งของ แต่ไม่ยอมให้มีคนต่างชาติเข้ามาช่วยเหลือ เพราะกลัวว่าจะเอาไปรายงานถึงความเฮงซวยของรัฐบาลทหารในการช่วยเหลือชาวบ้าน

ชาวบ้านในกรุงย่างกุ้งบอกว่า มีการเอาสินค้าจากผู้บริจาคทั้งในและต่างประเทศมาวางขายตามท้องถนนอย่างเอิกเกริก เช่นนมข้นหวานกระป๋อง บะหมี่สำเร็จรูป มุ้งหมอน ฯลฯ ซึ่งพ่อค้าบอกว่ารับซื้อมาจากคนในกองทัพ

“พวกทหารยึดเอาของดี ๆจากต่างประเทศไปหมด และเอาสินค้าค้างสต๊อกจากในโรงงานมาแจกชาวบ้านแทน” พ่อค้าคนหนึ่งกล่าวกับนักข่าว
อีกด้านหนึ่งมีรายงานว่า ประชาชนชานเมืองย่างกุ้งกว่าหมื่นคน ที่อพยพเข้ามาอาศัยในอาคารสาธารณะได้ถูกเจ้าหน้าที่ทางการขับไล่ให้ออกจากอาคาร และไม่ได้รับการแจกจ่ายอาหารแต่อย่างใด

“พวกเราไปรอตั้งแต่เช้า เพื่อเข้าคิวรับข้าวสาร แต่เจ้าหน้าที่บอกทุกวันว่า ให้รอถึงพรุ่งนี้ และพูดอย่างนี้ทั้งวัน เราอยากบอกว่า ความช่วยเหลือของต่างชาติไม่ได้ถึงมือประชาชนที่เป็นเหยื่อจริง ๆหรอก และพวกเรายังไม่รู้เลยว่าคืนนี้จะนอนที่ไหน”

หลายคนไม่เข้าใจว่า เหตุใดรัฐบาลพม่าให้ความสำคัญกับการออกเสียงลงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคมที่ผ่านมา มากกว่าการให้ความช่วยเหลือชีวิตของผู้คน

อันที่จริงรัฐบาลพม่าได้รับการเตือนภัยจากรัฐบาลอินเดียมาก่อนหน้าสองสามวันแล้วว่าจะเกิดพายุไซโคลน แต่ก็ไม่ได้สนใจที่จะบอกให้ประชาชนทราบ หรือเตรียมการอพยพผู้คนออกจากปากน้ำอิระวดี แต่ได้ทุ่มคนส่งข้าราชการมาเตรียมพร้อมการลงประชามติอย่างจริงจัง

เหตุผลสำคัญประการแรกคือ ผู้นำทหารพม่าเชื่อหมอดูที่ได้ให้ฤกษ์ไว้เรียบร้อยแล้วว่า ต้องให้ประชาชนออกเสียงลงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญในวันที่ 10 พฤษภาคม ผิดจากนี้ไปไม่ได้เด็ดขาด เพราะอาจจะส่งผลถึงเก้าอี้ของพวกเผด็จการอาจสั่นคลอนได้

ผู้นำทหารพม่า มีความเชื่องมงายเรื่องหมอดูมาโดยตลอด จนเรียกได้ว่า หมอดูคือผู้มีบารมีตัวจริงในสังคมทหาร

ที่ผ่านมาหมอดูเคยทำนายให้นายพลตานฉ่วยว่า หากจะให้การบริหารประเทศเป็นไปด้วยความมั่นคง ต้องมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในพม่า ก็คือต้องย้ายเมืองหลวงจากกรุงย่างกุ้ง ไปสร้างเมืองหลวงแห่งใหม่มีชื่อเรียกว่า Nay Pyi Taw

ใครบอกว่าผู้นำเผด็จการย้ายเมืองหลวงเพราะหนีการโจมตีทางอากาศของสหรัฐอเมริกา ไม่จริงหรอก ย้ายเพราะหมอดูสั่งต่างหาก

เหตุผลสำคัญประการต่อมาก็คือ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ดูเหมือนจะเป็นความหวังของรัฐบาลเผด็จการทหารที่จะฟอกตัวเองให้หมดจด เพื่อบอกชาวโลกว่า พม่ากำลังมีประชาธิปไตย กำลังจะมีการเลือกตั้งภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ที่ทหารจะยังครองอำนาจต่อไปในประเทศนี้ชนิดชั่วฟ้าดินสลายทีเดียว

สาระสำคัญของรัฐธรรมนูญคือ

รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้อำนาจแก่ทหารอย่างเบ็ดเสร็จ Chief of Staff หรือ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด จะเป็นผู้กุมอำนาจสูงสุดในประเทศ ไม่ใช่นายกรัฐมนตรี หรือประธานาธิบดี เหมือนอย่างประเทศประชาธิปไตยส่วนใหญ่

รัฐธรรมนูญฉบับนี้บอกว่า ผบ.สูงสุดมีอิสระที่จะตัดสินในกิจการใดๆที่เกี่ยวกับการทหารโดยเด็ดขาด เพราะกองทัพไม่อยู่ภายใต้การดูแลของรัฐบาล แต่กองทัพสามารถมีอิทธิพลเหนือรัฐบาล ตุลาการ และสภานิติบัญญัติ

ผู้บัญชาการทหารสูงสุดมีอำนาจที่จะประกาศภาวะฉุกเฉินเอง และใช้กำลังในการควบคุมสถานการณ์ด้วยตนเอง ในอีกนัยหนึ่ง รัฐธรรมนูญให้อำนาจผู้บัญชาการทหารสูงสุด ในการทำรัฐประหารยึดอำนาจคืนจากรัฐบาลได้

ในส่วนของรัฐสภา รัฐธรรมนูญให้อำนาจผู้บัญชาการทหารสูงสุดในการแต่งตั้งทหารเข้ามาเป็นสมาชิกรัฐสภาในสัดส่วนร้อยละ 25 ซึ่งมีผลทำให้ผู้แทนทหารมีอิทธิพลต่อรัฐสภา โดยเฉพาะในการแต่งตั้งประธานาธิบดี และรองประธานาธิบดี ซึ่งมาจากทหาร

ในการแต่งตั้งตำแหน่งสำคัญ ๆในคณะรัฐบาล เช่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงชายแดน ต้องเป็นบุคคลที่ผู้บัญชาการทหารสูงสุดให้ความเห็นชอบ

นอกจากนี้ รัฐธรรมนูญยังกำหนดให้รัฐสภาต้องให้ความเห็นชอบข้อเสนอทุกเรื่องที่นำเสนอโดยผู้บัญชาการทหารสูงสุด และอนุมัติงบประมาณตามที่ผู้บัญชาการทหารสูงสุดร้องขอ

ในด้านตุลาการ คดีพิพาทที่มีทหารเกี่ยวข้อง จะถูกนำไปพิจารณาในศาลทหารเท่านั้น

ในส่วนของพรรคการเมือง เมื่อรัฐธรรมนูญประกาศใช้ พรรคการเมืองที่มีอยู่ รวมทั้ง พรรค NLD ของนางออง ซาน ซู จี ที่ชนะการเลือกตั้งอย่างถล่มทลายในการเลือกตั้งคราวที่แล้ว จะถูกยุบพรรคไปโดยปริยาย และให้มีการจดทะเบียนพรรคใหม่ทั้งหมด นาง ออง ซาน ซู จี จะไม่สามารถสมัครรับเลือกตั้งได้อีก เพราะรัฐธรรมนูญห้ามมิให้ผู้สมัครมีสามีหรือภรรยาเป็นคนต่างชาติ

เมื่อมองภาพโดยรวม จึงไม่ผิดนักที่จะกล่าวว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ถูกออกแบบมาเพื่อรักษาอำนาจทหาร และให้อำนาจทหารอย่างเบ็ดเสร็จ ประหนึ่งให้พม่าเป็นรัฐทหาร

คนพม่าไม่มีโอกาสได้อ่านรัฐธรรมนูญฉบับนี้ และหากจะซื้อก็มีราคาแพงมาก เวลาเข้าไปลงประชามติในคูหา ก็มีเจ้าหน้าที่คอยบอกว่าให้กาเครื่องหมายในช่อง รับ รัฐธรรมนูญ

และเจ้าหน้าที่ยังเอารถกระจายเสียงออกไปตามหมู่บ้านว่า หากจับผู้ใดได้ว่ากาเครื่องหมาย ไม่รับ จะถูกจำคุกสามปีและปรับเป็นเงิน 100,000 จ๊าต

เมื่อประมาณห้าสิบปีก่อน พม่าได้รับการยกย่องว่าเป็นชาติที่ร่ำรวยที่สุดในอุษาคเนย์ พลเมืองมีการศึกษาสูงที่สุด ชาวพม่าเคยภูมิใจในความยิ่งใหญ่ของตนเอง

แต่รัฐบาลทหารพม่าตั้งแต่นายพลเนวินมาจนถึงนายพลตานฉ่วย ได้ใช้เวลาไม่กี่สิบปี ทำให้พม่ากลายเป็นประเทศยากจนที่สุดในโลกประเทศหนึ่ง
ทุกวันนี้ ประเทศเพื่อนบ้านรู้จักพม่าในฐานะ แรงงานพม่า คนใช้ราคาถูก

อาชีพที่คนอยากเป็นมากที่สุดในพม่าคือ ทหาร เพื่อจะได้ไต่เต้าเป็นนายพล อาชีพที่รวยที่สุด โดยเฉพาะนายพลตานฉ่วยมีเงินหลายพันล้านดอลล่าร์สหรัฐอเมริกา

เมื่อเร็ว ๆนี้ นายพลตานฉ่วยจัดพิธีแต่งงานให้ลูกสาวตัวเอง (ที่บังคับให้คนเรียกว่า Princess ) เป็นงานแต่งงานที่ใช้จ่ายฟุ่มเฟือยที่สุด และบิดาได้ให้สินสมรสกับลูกสาวเป็นเงินถึง 50 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ คนพม่าเม้าท์กันทั้งเมืองว่า เป็นเงินที่คุณพ่อสั่งให้บรรดาบริษัทต่างชาติที่ไปลงทุนในพม่าบริจาคให้รายละ 1 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ

บริษัททุกแห่งในพม่าจะมีชื่อนายพลพม่าเป็นกรรมการบริษัท แต่ไม่ต้องทำอะไร สิ้นเดือนก็มารับเงินเบี้ยประชุมคนละ 1,000 ดอลล่าร์สหรัฐ
แม้กระทั่งภาพข่าวที่เห็นนายพลพม่าเอาข้าวของไปแจกชาวบ้าน ก็ยังมีการเอาสติ๊กเกอร์ชื่อนายพลพม่าไปปิดทับชื่อประเทศที่นำข้าวของมาแจก พอจัดฉากถ่ายรูปเสร็จก็ยังยึดเอาของบริจาคมาขายต่อหน้าตาเฉย

พายุไซโคลนนาร์กิส ที่ว่ากันว่ามีฤทธิ์เดชนัก ยังมิอาจถล่มพัดพารัฐบาลทหารพม่าลงได้

นายพลประเทศเพื่อนบ้านเห็นทีต้องบินไปดูงานกันบ่อย ๆ

Comments

  1. Hataitip Payomyong

    Hi Wanchai tan, or Job as I always called you .

    Glad to find your blog in the net by chance. Hope you are well and sorry about Pi mod. If you have time e-mail me. Well done you- still keep up good work. Feeling sad about Burma, hopeless and don’t know how to help! The people of this country never seen light since British left. sad world really. And x Thai prime minister who got away with manchester football team? We live in a funny world. So sad.

    Be in touch,
    Hataitip Payomyong ( tum tim)
    Galway, Ireland

  2. yuttipung

    ก็ได้แต่หวังครับว่าบ้านเมืองเขาจะพ้นเคราะห์เสียที แต่นึกไม่ออกว่าจะพ้นจากเรื่องร้ายๆ แบบนั้นได้ยังไง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.