การเมืองเรืองน้ำท่วม

31,978 views

ภาพที่เห็นคือมวลน้ำก้อนมหึมาแถวภาคกลางที่เปรียบเสมือนทัพหลวง กำลังจ่อเข้าถล่มกรุงเทพมหานคร ภายหลังจากมวลน้ำทัพหน้าตีแนวป้องกันแตกกระจุยตั้งแต่นครสวรรค์ ชัยนาท สิงห์บุรี อยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี

ผู้ว่าราชการจังหวัดคนหนึ่งในเขตปริมณฑลที่กำลังต่อสู้กับอุทกภัยครั้งยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์ ได้เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า

“คุณรู้ไหม คนที่กำหนดให้เส้นทางน้ำไหลไปท่วมทางใดทางหนึ่งนั้น ไม่ใช่นักวิชาการ วิศวกร หรือผู้เชี่ยวชาญทางน้ำหรอก แต่เป็นนักการเมืองล้วน ๆ”

น้ำท่วมครั้งนี้ต้องถือว่าเป็นภัยพิบัติครั้งยิ่งใหญ่ในรอบห้าสิบปีของคนไทยทีเดียว นอกจากปริมาณน้ำฝนมหาศาลแล้ว ดูเหมือนการจัดการรับมือกับน้ำท่วมครั้งนี้ ต่ำกว่ามาตรฐานของคนไทยที่เคยรับมือกับน้ำท่วมมาหลายครั้งแล้ว

ไม่ว่าจะเป็นการพยากรณ์ผิดพลาดในเรื่องปริมาณน้ำเหนือเขื่อน ที่กักเก็บน้ำไว้มากเกินไป เพราะกลัวจะไม่มีน้ำปั่นไฟฟ้าในฤดูแล้ง (ต้องเข้าใจว่าเขื่อนใหญ่ ๆ อย่างเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติต์ เป็นเขื่อนที่ออกแบบมาเพื่อผลิตไฟฟ้าโดยตรง ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อการป้องกันน้ำท่วม  การผลิตไฟฟ้าจึงสำคัญกว่าการป้องกันน้ำท่วม) ดังนั้นเมื่อมีฝนตกเหนือเขื่อนมหาศาล ทำให้อ่างเก็บน้ำไม่สามารถเก็บน้ำได้ ต้องระบายน้ำออกมาวันละร้อยกว่าล้านลูกบาศก์เมตรเพื่อป้องกันเขื่อนแตก

ลองนึกภาพปริมาณน้ำหนึ่งลูกบาศก์เมตร เท่ากับแท็งค์น้ำสี่เหลี่ยมที่ใช้ในบ้าน ทุกวันนี้เรามีปริมาณน้ำจากเขื่อนและสะสมจากปริมาณน้ำฝน จ่ออยู่ตามแม่น้ำและท่วมทุ่งตั้งแต่นครสวรรค์ลงมาจนจะท่วมกรุงเทพมหานครแล้ว หนึ่งหมื่นล้านกว่าลูกบาศก์เมตร

ช่วงเวลาก่อนที่กองทัพน้ำก้อนมหึมาจะมาไหลเอ่อท่วมจังหวัดภาคกลาง มีการออกกำลังภายในของนักการเมืองรุ่นใหญ่ สั่งให้กรมชลประทานผันน้ำไปในทิศทางตรงข้ามกับจังหวัดของตัวเอง เพื่อไม่ให้น้ำไหลเข้าท่วมที่นาของชาวบ้านเขตฐานเสียงของตัวเอง  เพราะยังเกี่ยวข้าวไม่เสร็จ โดยไม่ได้สนใจองค์ความรู้เรื่องการจัดการแก้ปัญหาน้ำท่วมโดยภาพรวมเลย

ตอนนั้นเราจึงได้เห็นน้ำท่วมที่นาหลายจังหวัด บางจังหวัดท่วมพอเป็นพิธี แต่พอเกี่ยวข้าวเสร็จ ปริมาณน้ำมหาศาลก็ไหลท่วมจังหวัดเหล่านี้โดยเท่าเที่ยมกัน เพราะสุดท้ายแล้วแนวกั้นน้ำเหล่านี้ที่สร้างอย่างไม่ถูกหลักวิชา ก็พ่ายแพ้ต่อแรงดันมหาศาลของกองทัพน้ำที่หลั่งไหลไปสู่พื้นที่ต่ำ

น้ำเป็นของเหลว ดูเหมือนเป็นสิ่งอ่อน ไร้รูปแบบ ไร้รูปทรง แต่ทรงพลังอย่างที่มนุษย์คาดไม่ถึง

ดังนั้นการจัดการปัญหาอุทกภัยที่เรากำลังเผชิญทุกวันนี้ เป็นเรื่องของความเข้าใจ เป็นเรื่องของการใช้ความรู้และข้อมูลที่ถูกต้องบวกกับความสามารถในการบริหารจัดการอย่างมืออาชีพ แต่ทุกวันนี้ภาพที่ปรากฎทางหน้าจอทีวี ตอนรายงานข่าวถึงการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมของ

ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย หรือ ศปภ รอบข้างคุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีของเรา แทนที่จะเป็นผู้เชี่ยวชาญ วิศวกรทางน้ำคอยให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด กลับท่วมท้นไปด้วยหน้าตาบรรดานักการเมืองฝ่ายรัฐบาล ชูหน้ากันสลอน แทบไม่มีใครมีความรู้ความชำนาญแก้ปัญหาภัยพิบัติที่คนไทยต้องเผชิญอยู่เลย

กองทัพน้ำตั้งแต่นครสวรรค์ ชัยนาท อ่างทอง สิงห์บุรี อยุธยา ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา นนทบุรี จึงตีด่านกั้นน้ำทุกด่านแตกกระจุย

รัฐบาลใช้คนผิดในการแก้ปัญหาอันสลับซับซ้อน การประเมินสถานการณ์ของรัฐบาลจึงผิดพลาดมาโดยตลอด บ่อยครั้งที่เราจึงมักจะได้ยินเสียงใส ๆ ว่า “ ขอแสดงความเสียใจ”

หลายครั้งที่กรมชลประทาน หน่วยงานที่มีความรู้ความชำนาญในการจัดการน้ำมากที่สุดของประเทศ ได้แนะนำแนวทางในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมแก่รัฐบาล ไม่ว่าจะการปิดประตูน้ำตรงคลองนี้ เปิดประตูน้ำตรงคลองนี้ เพื่อระบายน้ำจากที่หนึ่งไปสู่อีกที่หนึ่ง ยอมปล่อยให้บริเวณนี้ท่วม เพื่อรักษาอีกบริเวณหนึ่ง โดยพิจารณาจากความสำคัญของพื้นที่ และรัฐบาลต้องจ่ายค่าชดเชยให้กับพื้นที่ที่ยอมเสียสละอย่างเต็มที่

แต่สุดท้ายรัฐบาลก็ไม่กล้าตัดสินใจอะไร เพราะกลัวจะกระทบฐานเสียงของสส.ในสังกัด คนนั้นหรือคนนี้ จนสุดท้ายน้ำก็เอ่อล้นท่วมนิคมอุตสาหกรรมหลายแห่ง ค่าเสียหายทวีความรุนแรงหลายแสนล้านอย่างน่าอดสู เพราะการไม่กล้าตัดสินใจของรัฐบาล

เจ้าหน้าที่กรมชลประทานรายหนึ่งเคยกล่าวว่า

“เพราะนักการเมืองในพื้นที่ไม่ยอมให้น้ำผ่านคลองต่าง ๆ ในทุ่งรังสิต เนื่องจากบริเวณนี้เป็นฐานเสียงสำคัญ ทั้ง ๆที่ถ้าช่วยกันผันออกไปแค่คลองละ 10% น้ำก็จะท่วมเพียงแค่หัวเข่าเท่านั้น ไม่ท่วมบ้านเรือนมากมายอย่างนี้”

หลายวันก่อนกรมชลประทานพยายามเสนอให้รัฐบาลแก้ปัญหาครั้งสำคัญด้วยการปิดคลองข้าวเม่า เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำไหลมาท่วมพื้นที่สำคัญด้านล่าง แต่สุดท้ายกรมชลฯก็ต้องถอยกลับไป เมื่อนักการเมืองชื่อดังไม่ยอมให้กรมชลประทานเข้าไปปฏิบัติงาน   อ้างว่าทำให้ชาวบ้านของเขาเดือดร้อน

เมื่อนักการเมืองท้องถิ่นพูด รัฐบาลก็เงียบ และไม่ตัดสินใจอะไรสักอย่าง แก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปวัน ๆ กองทัพน้ำจึงตีแนวป้องกันน้ำท่วมแตกทุกแนว จนกองทัพน้ำไหลมาล้อมกรุงเทพมหานครกันแล้ว

วิศวกรทางน้ำหลายคนเสนอความเห็นให้กับรัฐบาลว่า ทางออกสุดท้ายคือต้องหาทางระบายน้ำในทุ่งออกทางด้านตะวันออกสู่ทะเลให้เร็วที่สุด ตั้งแต่การขุดทางน้ำอย่างเร่งด่วน รวมถึงยอมตัดถนนมอเตอร์เวย์บางช่วง ก็ต้องทำในเวลาอันเร่งด่วน

รัฐบาลก็เงียบ ไม่กล้าตัดสินใจอะไร ปล่อยเวลาออกไปเรื่อย ๆ

ผู้เชี่ยวชาญบางคนเสนอว่า ต้องยอมให้กรุงเทพจมน้ำบ้าง เพื่อให้น้ำผ่านสู่ทะเลโดยเร็ว แต่ทำให้น้ำไม่ขังนานกว่าที่คิด รัฐบาลก็เฉย

แนวป้องกันน้ำท่วมของกรุงเทพมหานครถือได้ว่าแข็งแกร่งที่สุด เพราะกทม.มีประสบการณ์มายาวนาน มีผู้คนและองค์ความรู้ที่สั่งสมมายาวนานในการจัดการป้องกันน้ำท่วม

แต่ดูเหมือนพรรคเพื่อไทยฝ่ายรัฐบาลกับพรรคประชาธิปัตย์ที่คุมกรุงเทพมหานครต่างระแวงกันในเรื่องแนวทางการป้องกันน้ำท่วม มีการปะทะคารมผ่านสื่อมวลชนกันหลายครั้ง ขณะที่วิกฤติของสังคมครั้งนี้ เราต้องการนักการเมืองที่ใช้ความรู้และการบริหารอย่างมืออาชีพในการแก้ปัญหาโดยฉับพลัน

หากนักการเมืองยังใช้ฝีปากแก้ปัญหาน้ำท่วม แทนที่จะใช้องค์ความรู้แก้ไขปัญหาน้ำท่วม

คงไม่ต้องบอกว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป

ทุกวันนี้เรามีรัฐที่ล้มเหลวแล้ว อย่าให้ประเทศต้องล่มจมไปกว่านี้อีกเลย

มติชน 23/10/54

ตุลาคม 18 2011 07:44 pm | ทั่วไป

25 ความเห็น ต่อ “การเมืองเรืองน้ำท่วม”

  1. jj on 18 Oct 2011 at 11:52 pm #

    วันนี้วันที่ 18 ทำไมลงวันที่ 20 คะ มันทำให้ความน่าเชื่อถือน้อยลงน่ะค่ะ

  2. vanchaitan on 19 Oct 2011 at 12:11 am #

    ต้นฉบับนี้ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ วันที่ 20 ตค.แต่เอามาลงในบล็อกของผมก่อนครับ

  3. fest on 19 Oct 2011 at 12:25 am #

    ผมคิดว่า เป็นคอลัม ที่เตรียมออกฉบับวันที่ 20 ตุลาคม นะครับ คิดเอาเองนะครับ.

  4. Inine on 19 Oct 2011 at 12:28 am #

    น่าจะเป็นบทความที่จะตีพิมพ์วีนที่20แต่เขียนเสร็จก่อนเลยเอามาให้อ่านก่อนมั้งครับคุณjj

  5. truth out there on 19 Oct 2011 at 12:34 am #

    จริงหรือครับ ว่าเป็นเพราะนักการเมือง
    ยังงั้นการที่ กทม ได้รับการปกป้องมากขนาดนี้ (แห้งมาห้าปีแล้ว รวมทั้งปี 49 และปีที่แล้วซึ่งยอมให้ข้างนอกท่วมหนัก และปีนี้รวมทั้งนิคมอุตสาหกรรมห้าแห่งด้วย) เป็นเพราะนักการเมืองหรือครับ
    เหมือนคุณกล้า สมุทวณิช (บุญชิต ฟักมี) บอก ทำไมรัฐบาลไม่ปล่อยให้น้ำเข้า กทม แต่ดันปล่อยให้เขตฐานเสียงตัวเองหลาย จว ท่วมหนักเป็นเดือนๆ

  6. ไม่โง่นะ on 19 Oct 2011 at 12:41 am #

    ก็เพราะธุรกิจส่วนตัวของนักการเมืองอยู่ใน กทม ไงล่ะ ส่วนที่ปล่อยให้เข้าเขตฐานเสียงตัวเองก็เพราะมันกันไม่ได้แล้วน่ะสิ ยื้อเอาไว้จนเกี่ยวข้าวได้หมดแล้วไง ทำเอาหน้า มันก็แค่นั้น ซื้อใจคนในพื้นที่ จนคนทั้งประเทศเดือดร้อน
    … อ่านแล้วก็ละเหี่ยใจ …

  7. คุณก็การเมืองน่ันแหละ on 19 Oct 2011 at 12:45 am #

    ผู้ว่าท่านนั้น เป็นผู้ว่าที่กำลังจะโดนโยกย้ายหรืออยู่อีกขั้วการเมืองหรืเปล่าครับ

  8. ประชา on 19 Oct 2011 at 1:11 am #

    วิเคราะห์ได้ตรงความจริงทุกประการครับ
    แต่ว่าข้อมูลเหล่านี้จะไปถึงประชาชนไทยในวงกว้างคงจะยาก

  9. sasasa on 19 Oct 2011 at 1:44 am #

    ได้ข่าวว่า อยุธยา ทั้งจังหวัดก็ฐานเสียงพรรค ปูนะ รวมถึงอีกหลายๆจังหวัด

    ถ้าเป็นเหตุผลเรื่องการเมือง จะปล่อยให้ท่วมเหรอ บทความนี้เหตุผลอ่อนอ่ะ

  10. ฟังหูไว้หู on 19 Oct 2011 at 1:49 am #

    คุณวันชัย คุณฟังผู้ว่า คนหนึ่งพูดแล้วเชื่อตามไปหมด ไม่ใช้สติปัญญาวิเคราะห์ว่า อันไหนจริงไม่จริง เสียชืิ่อคนเคยเป็น บรรณาธิการบริหารสารคดี เป็นผู้บริหารระดับสูง ของ thai PBS คราวหน้าคราวหลังพิจารณาให้ด๊ก่อนนะ
    ในสถานการณ์เช่นนี้ ทุกคนล้วนพูดเอาตัวรอด โยนความผิดให้คนอื่น ชี้นิ้วโบ้ยให้คนอื่นทั้งสิ้น
    ผมยอมรับว่า นักการเมืองไทยที่แย่ๆ ห่วยแตก มีไม่น้อย บางครั้งต้องดูเป็นเรื่องๆไป แต่ที่แย่ไม่แพ้นักการเมืองไทย คือ ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ไทยส่วนใหญ่ และระบบราชการไทยที่ ปล่อยปละละเลย ปล่อยปัญหาให้ลุกลามบานปลาย จนเกิดวิกกต เช่นนี้
    นักการเมือง มันจะไปรู้เรื่องรายละเอียดปํญหานำ้ท่วม หรือปัญหาอื่นๆ ได้ดีเท่าข้าราชการได้อย่างไร แล้วระบบราชการไทยทุกวันนี้ ทำงานมีประสิทธิภาพ แค่ไหน เราก็รู้กันอยู่
    กี่ครั้งแล้วที่ระบบราชการไทย และนักการเมืองไม่สามารถแก้ไข วิกฤติการณ์ ของประเทศได้

  11. truth out there on 19 Oct 2011 at 4:55 am #

    คุณ “ไม่โง่นะ” ถ้าจะเลิกมั่วไปเรื่อยๆ ลองไปดูว่าประมาณ 10-12 ตค 49 (หลังรัฐประหารไม่นาน) มีเหตุการณ์อะไรที่เป็นจุดเริ่มที่ทำให้ จว ภาคกลางกลายเป็นพื้นที่รับน้ำแทน กทม (ในช่วงแรกๆ ในปีนั้น ยังมีคนโวยบ้าง แต่หลังจากนั้นก็เงียบไป รวมปีที่แล้วที่ท่วมหนักด้วย)

    สำหรับเรื่องนิคมอุตสาหกรรมนั้น หลายแห่งไม่ได้อยู่ริมน้ำสายใหญ่ ถ้าปล่อยให้น้ำลงมาข้างล่างอย่างรวดเร็ว (โดยไม่ต้องห่วง กทม) หลายแห่งน่าจะรอด พวกที่โดน (โดยเฉพาะโรจนะ) โดนหลังจากที่น้ำท่วมทุ่งเป้นเวลานานแล้ว (ประกอบกับนิคมหลายแห่งสร้างบนพื้นที่ลุ่มเดิม เพระาเป็นที่ผืนใหญ่ที่ราคาไม่แพงทีหามาได้ ซึ่งไม่ฉลาดตั้งแต่แรก เพราะจริงๆ แล้ว ค่าที่ดินนั้นจิ๊บจ้อยมากสำหรับโรงงานส่วนใหญ่)

  12. fang san on 19 Oct 2011 at 7:36 am #

    ประเมินปริมาณน้ำในเขื่อนผิด…ปล่อยออกมาก็แย่ไปหมด

  13. Noo on 19 Oct 2011 at 8:44 am #

    😕 มันคือความจริง ที่หลายๆ คน ไม่ยอมรับ การจัดการที่ผิดพลาดของคนที่พร่ำบอกว่า ตัวเองคือ นักการเมืองผู้ต้องการพัฒนา … แต่แท้จริงก็ คือ คนที่ต้องการเข้ามาเล่นแสวงหาผลประโยชน์จากการเมือง

  14. เอกพล on 19 Oct 2011 at 11:35 am #

    ใครๆก็รู้ กฝผ. คือพวกควบคุมปริมารน้ำในเขื่อนหลักๆ ทั่วประเทศ
    แกนนำเสื้อเหลืองและฐานเสียงประชาธิปัติ
    พวกอยู่ตรงข้ามทักษิณ ตรงข้ามเพื่อไทย

    การปล่อยน้ำออกมาปริมาณมากมายมหาศาล พร้อมกันทั้งสามเขื่อน มันน่าคิด

    การเมืองไทย เล่นกันแรง

    คงจำคำพูดกฟผ. ได้ที่จะให้ตัดไฟ

    บอกว่า ประชาชนต้องยอมเดือดร้อน

    ดูๆไป หลายเหตุผลมันน่าคิดนะผมว่า

    ลำพังธรรมชาติคงไม่หนักขนาดนี้

  15. แก้ว on 19 Oct 2011 at 12:46 pm #

    กรุงเทพมีประสบการณ์อันยานนานในการเเก้ปัญหาน้ำท่วมจิงหรือ รึว่าเเค่ไปเดินลุยน้ำเท่านั้น ผมว่าการที่เรามีเงื่อนไขในการจะสื่อสารอารายเเล้ว สิ่งต่างๆๆที่ตามมาก้อไม่มีความหมายคับ

  16. แค่อยากรู้ความจริง on 19 Oct 2011 at 6:19 pm #

    จริงๆเรื่องนีั สืบไม่อยากน่ะครับ และผมว่ารัฐบาลควรสืบด้วยครับว่าสาเหตุจริงๆต้นนอที่มันเกิดภัยครั้งนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร ไม่ใช่เพื่อจะหาผู้รับผิดชอบอย่างเดียวแต่จะได้ป้องกันการเกิดเหตุในครั้งต่อไป เช่นเมื่อระดับน้ำในเขื่อนมีปริมาณสูงขึ้นได้มีการแจ้งเตือนการระบายน้ำออกจากเขื่อนแล้วหรือไหม ถ้ามีแจ้งไปที่ใครแล้วท่านได้มีการให้ระบายน้ำออกมาแล้วหรือไม่ ถ้าไม่ทำไมถึงไม่? ถ้าจะแก้ตัวว่าไม่นึกว่าจะมีปริมาณน้ำฝนมากขนาดนี้หรือเก็บกักตุนน้ำไว้จะได้มีพอทำข้าวนาปรัง แต่จริงๆเขื่อนน่าจะมีโปรโตคอลอยู่แล้วน่ะครับว่าระดับไหนควรปล่อย ผมว่าหลายๆฝ่ายก็อบากรู้ความจริงเรืองนี้ไม่อยากให้รัฐบาลมาปิดบังหรือแสดงความรับผิดชอบหน่อยน่ะครับ ประเทศไม่ใช้แค่พูดว่าขอโทษหรือเสียใจ”ไม่นึก”ว่ามีปริมาณน้ำมาก… ก็จบ ผมว่ารัฐบาลควรใช้ข้อมูลมาบริหารจัดการได้มากกว่านี้ครับ ขอบคุณครับ

  17. WE on 20 Oct 2011 at 12:24 am #

    U guys are talking about plenty of water base on your
    Little life experience and political point of view. No one is really know all the subjects that related this disaster, we r facing TOGETHER. It can not b only the dams, the weather, the officers, the local politicians and even you, yourself. People like to talk and show what they know and they think they know more and better than the other. Those people just talk and don’t do. Poor Thailand!

  18. TAN on 20 Oct 2011 at 12:59 am #

    ใจเย็นครับ เดี๋ยวน้ำลดตอก็ผุด

  19. Twenty_5 on 20 Oct 2011 at 1:06 pm #

    เห็นด้วยกับคุณเอกพล,อดีตอธิบดีกรมชลบอกว่าปริมาณน้ำปีนี้น้อยกว่าปี 38 ที่เห็นว่าท่วมเยอะ มันผิดปกติมาตั้งแต่นครสวรรค์แล้ว พท.พึ่งเข้ามายังไม่ทันได้โยกย้ายใคร ข้าราชการก้อคนของเก่า ผู้ว่า ก้อคนของเก่า เล่นการเมืองแบบทำลายชาติ เพื่อสนองความต้องการเป็นใหญ่และผลประโยชน์ ขัดแย้งเพื่อรักษาภาพพจน์ของตัวเองให้ดี มองเผินๆ คนที่เลือก พท เข้ามาก้อจะเห็นว่าทำงานไม่เป็น หลังน้ำลด ต้องมีการเปลี่ยน แล้วใครล่ะจะเข้ามาแทน ก้อ…คนเก่า งบใหม่ กู้ใหม่ กินใหม่ จบ เวรของประชาชน .. เหนื่อยตาย

  20. ธรรมดา on 21 Oct 2011 at 4:41 pm #

    เติบโตที่ทุ่งอุทัย เมืองกรุงเก่า น้ำท่วมทุ่งเป็นเรื่องปกติของที่นี่ แต่ปีนี้ไหงท่วมแบบผิดปกติ กระแสน้ำมาแรงและเชี่ยว ไม่ใช่แบบที่ผ่านมา ๆ ไม่รู้เหมือนกันว่าเขื่อน เจ้าพระยา ภูมิพล สิริกิต และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ พร้อมอกพร้อมใจสามัคคีกันระบายน้ำหรือเปล่า เห็นภาพกระแสน้ำเชี่ยวในทีวี.แล้ว ชวนให้อดตั้งคำถามในใจไม่ได้ว่า มีอะไรซับซ้อนซ่อนเงื่อนอยู่เบื้องหลัง นอกเหนือจากดีเปรสชั่น ๓ – ๔ ลูกในรอบสามเดือนที่ผ่านมาหรือเปล่า จะมีใครอาสาทำความจริงให้ปรากฎบ้าง น่าจะดีเน๊าะ…….

  21. Jm on 22 Oct 2011 at 9:31 am #

    คนธรรมดาที่เบื่อการเมืองมาก ๆ เคยอยู่ กทม. เคยลุยน้ำสูงถึงต้นขา แต่ก็รอดมาได้
    ตอนนี้มองจากมุมคนที่ราบสูง ธรรมชาติน้ำต้องไหลจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำ กทม.ไม่ยอมเปิดประตูน้ำตั้งแต่เมื่อเขื่อนทางเหนือเริ่มปล่อยน้ำฝนมาตกซ้ำอีกทำให้ปริมาณมวลน้ำมหาศาลขังเหมือนเขื่อนขนาดใหญ่อยู่เหนือ กทม. สร้างพนังกั้นน้ำกักไว้ถ้าพนังแตกก็เป็นเขื่อนแตกดี ๆ นี่เอง ตอนนี้เขื่อนทางเหนือก็กำลังปล่อยน้ำมาอีกแล้ว ความรุนแรงจะเพิ่มอีกแค่ไหน มาถึงตอนนี้จะสายเกินแก้หรือเปล่า

  22. truth out there on 22 Oct 2011 at 5:23 pm #

    คุณ Twenty ลองดูปริมาณน้ำในเขื่อน (โดยเฉพาะภูมิพล) ซึ่งเก็บน้ำไว้มากผิดปกติตั้งแต่ เมย เป็นต้นมา (ก่อน สค ที่รัฐบาลใหม่เกิดแน่ๆ) และในที่สุดเมื่อฝนตกก็ต้องปล่อยน้ำพวกนั้นออกมา (มีคนบอกว่าเหมือนกับมีแม่น้ำปิงอีกสายหนึ่ง)

  23. ธวิช on 28 Oct 2011 at 8:48 pm #

    สุพรรณบุรี ทำไมน้ำจึงไม่ท่วม ? ใครทราบบ้าง แบ่งปันข้อมูลด้วยครับ.

  24. เอม on 31 Oct 2011 at 11:55 am #

    แนะนำเรือพายฉุกเฉิน ใหม่ ลดราคาพิเศษเพื่อผู้ประสบภัยน้ำท่วม
    -ทำจากเหล็กเคลือบสังกะสีทนทาน ลอยน้ำได้
    1 ลำใหญ่-นั่งได้6คน ,บรรจุขนส่งของได้เยอะ
    -กว้าง90ซม. X ยาว3.5ม.
    -ราคาถูก 5000บ.
    2 ลำเล็ก-นั่งได้3คน
    -กว้าง75ซม. X ยาว2.75ม.
    ราคาพิเศษ3900บ.
    สนใจติดต่อ เอ็ม 0841357444 / 0893232873 ตลอด24ชม
    แถม พายให้ ลำละ1อัน …สินค้าพร้อมส่งทันที
    ด่วน!!! ถ้าสั่งซื้อเรือลำใหญ่3ลำขึ้นไปจะคิดลำละ4000บ.เพื่อช่วยเหลือกัน

  25. นัท on 02 Nov 2011 at 1:05 pm #

    ตอนนี้คุณอาเป็นผู้ประสบอุทกภัย, ผู้อพยพย้ายถิ่นฐาน หรือ ผู้ลี้ภัยคะ 😉
    อ่านจากคอมเม้นคนที่มาตอบ หนูก็เห็นด้วยกับหัวข้อบทความนี้ค่ะ

    ดูแลและรักษาสุขภาพด้วยนะคะ

Trackback URI | Comments RSS

ร่วมแสดงความคิดเห็น