ความนิ่งเฉยของรัฐบาล กับหมอกควันพิษเหนือกทม.

อาทิตย์ที่ผ่านมา มีปรากฎการณ์สำคัญเหนือท้องฟ้ากรุงเทพมหานครค่อนข้างน่ากลัว แต่ดูเหมือนไม่ค่อยมีหน่วยงานออกมาส่งสัญญาณเตือนภัย

หมอกควันพิษลอยปกคลุมกรุงเทพมหานครและเมืองใหญ่ ๆ มาสิบกว่าวันแล้ว  เดินตามท้องถนนรู้สึกได้เลยว่าแสบจมูกอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

วันก่อนผู้เขียนขับรถข้ามสะพานแขวนพระราม 9 จากฝั่งธนบุรีมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ มองออกไปเส้นขอบฟ้า ภาพเมืองในหมอกปรากฎชัด อากาศขมุกขมัว กลุ่มหมอกควันสีเทาดำลอยปกคลุมไปหมด เห็นอาคารสูงราวกับอยู่ในม่านสีเทา

ปัญหาหมอกควันพิษเกิดขึ้นในเมืองใหญ่ ๆนานแล้ว จากฝุ่นละอองในอากาศเกินค่ามาตรฐาน โดยมีสาเหตุหลัก ๆมาจาก ควันท่อไอเสียจากรถยนต์ การก่อสร้าง ควันพิษจากโรงงานอุตสาหกรรม มลพิษจากโรงไฟฟ้าที่ใช้เชื้อเพลิงถ่านหินทางภาคตะวันออก  และในเมืองใหญ่ไม่มีต้นไม้เพียงพอช่วยในการกรองมลภาวะ

โดยเฉพาะในช่วงเวลานี้ อากาศแปรปรวนเดี๋ยวหนาวเดี๋ยวร้อน มีความกดอากาศสูงปกคลุมเลื่อนขึ้นลงหลายครั้ง ทำให้เกิดสภาพอากาศนิ่ง กระแสลมที่พัดจากอ่าวไทยไม่แรงพอให้เกิดการถ่ายเทอากาศ มลพิษทางอากาศจึงเกิดการสะสมตัวในปริมาณมากระดับ PM 2.5 จึงสูงขึ้นผิดปกติในช่วงนี้ เป็นอันตรายต่อสุขภาพคนทั่วไป

PM ย่อมาจาก “particulate matter” คือฝุ่นละอองขนาดจิ๋ว ขนาดไม่เกิน2.5 ไมครอน เล็กกว่า 1 ใน 25 ส่วนของเส้นผ่าศูนย์กลางของเส้นผมมนุษย์ เล็กมากจนขนจมูกหรือหน้ากากอนามัยสีเขียวทั่วไป ไม่สามารถกรองละอองพิษได้ จึงสามารถหลุดเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจ ถุงลมในปอดและกระแสเลือดโดยตรงก่อโรคระบบทางเดินหายใจ หลอดเลือด หัวใจและมะเร็งในระยะยาว

ดัชนีคุณภาพอากาศตามมาตรฐาน ฝุ่นละออง PM 2.5 ไม่ควรจะเกิน 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรถึงจะปลอดภัย  แต่หลายแห่งในกรุงเทพมหานคร ตรวจวัด PM 2.5 มีค่าสูงถึง 150 มากกว่าระดับปกติถึงสามเท่า

อันตรายขนาดนี้แล้ว  ดูเหมือนหน่วยราชการไทยไม่ค่อยได้ใส่ใจมากนัก นอกจากเตือนว่า ให้งดออกกำลังกายในที่แจ้ง หรือ เร่งทำความสะอาดฝุ่นบนถนน หมั่นให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบรถยนต์ปล่อยควันดำ เร่งปลูกต้นไม้ ฯลฯ

แต่สถานทูตอินโดนีเซีย กลับตื่นตระหนกมากกว่า ได้ออกประกาศเตือนพลเมืองของประเทศตัวเองที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย ว่าวิกฤตคุณภาพอากาศจากหมอกควันพิษรุนแรงมากต้องใส่หน้ากากและหลีกเลี่ยงกิจกรรมข้างนอกในจังหวัด กรุงเทพมหานคร ราชบุรี สมุทรสาคร ตาก ธนบุรี เชียงใหม่ และลำปาง

อันที่จริง หากเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในต่างประเทศ รัฐบาลจะมีมาตรการเร่งด่วนเพื่อแก้ปัญหาออกมาทันที

ในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อเกิดเหตุการณ์หมอกควันพิษเกินระดับมาตรฐานจนอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพของประชาชน มาตรการเร่งด่วนคือรถที่มีเลขทะเบียนลงท้ายด้วยเลขคู่ สามารถวิ่งบนถนนได้เฉพาะวันคู่ รถที่มีเลขทะเบียนรถลงท้ายด้วยเลขคี่ สามารถวิ่งบนถนนได้เฉพาะวันคี่ ยกเว้นรถโดยสารประจำทาง รถขนส่งมวลชน เป็นการลดการปล่อยควันพิษจากรถยนต์ได้ครึ่งหนึ่ง

ทางการนครปารีสยังเตรียมรถจักรยาน รถพลังงานไฟฟ้าไว้ให้คนขับรถเก๋งเช่าแทนขับรถส่วนตัว แต่จำกัดความเร็ว 60 กิโลเมตร/ชั่วโมง เพื่อลดปัญหาการปล่อยควันพิษจากการเผาไหม้ของเครื่องยนต์

ในกรุงเดลี ประเทศอินเดีย เมืองที่มีหมอกควันพิษมากที่สุดในโลก รัฐบาลได้จำกัดให้รถแล่นได้วันเว้นวัน ยกเว้นรถโดยสารประจำทาง  ทำให้รถหายไปจากท้องถนนได้ครึ่งหนึ่ง

ขณะที่กรุงเทพมหานคร  รถยนต์เก้าล้านคัน มากกว่าพื้นผิวถนนจะรองรับถึงห้าหกเท่า ทำให้หลายปีที่ผ่านมาเกิดภาวะการจราจรติดขัดมากขึ้นเรื่อย ๆ รถยิ่งติดก็ยิ่งปล่อยควันพิษออกมามากขึ้น แต่ไม่มีสัญญาณการจำกัดรถยนต์บนถนนแต่อย่างใด

ไม่รวมการก่อสร้าง รถไฟฟ้าสี่ห้าโครงการพร้อมกันทั่วกรุงเทพฯ  อาคารสูงที่กำลังก่อสร้างมากมาย  ล้วนทำให้เกิดฝุ่นละอองปกคลุมเมืองใหญ่นี้อย่างมหาศาล

ดูเหมือนรัฐบาลไม่ได้ส่งสัญญาณเตือนภัย หรือออกมาตรการเชิงรุกแต่อย่างใด

ไม่มีการแจ้งเตือนอะไรให้ประชาชนเตรียมตัวระวังภัยที่มองไม่เห็นอย่างจริงจัง

แม้กระทั่ง หน่วยราชการอย่าง กรมควบคุมมลพิษก็ปฏิเสธว่า ค่า PM2.5 ของ เว็บไซต์ Worldwide Air Quality ที่ใช้กันทั่วโลก รายงานค่าฝุ่นละอองในกรุงเทพมหานครว่าค่าPM2.5 อยู่ที่ 150-160 สูงเกินระดับมาตรฐานคือ 50 ถึงสามเท่านั้น ไม่จริง  เพราะวิธีตรวจวัดคนละอย่างกับการวัดฝุ่นของกรมควบคุมมลพิษ ที่วัดได้ว่าหมอกควันพิษในกรุงเทพฯเกินระดับมาตรฐาน เพียงเล็กน้อย

แหงนหน้ามองอากาศสลัว ๆ  และอาการแสบจมูกแล้ว จะเชื่อใครดี

กรุงเทพธุรกิจ 16/2/61

Comments

  1. Nkn

    ค่า PM2.5 ในเว็บ Worldwide Air Quality นั่นเค้าเอา ปริมาณฝุ่น PM2.5 mg/m3 มาแปลงเป็น Air Quality Index ตาม scale ของ US EPA แล้วครับ
    สมมติว่าในเว็บ report ว่า PM2.5 AQI 150 เราต้องมาเทียบกลับเป็นปริมาณ mg/m3 ตามที่กรมควบคุมมลพิษรายงานครับ (เว็บกับกรมรายงานกันคนละหน่วย)
    ถ้าเอา PM2.5 AQI 150 มาเทียบกลับตาม scale ก็จะได้เกิน 50 mg/m3 เป็นประมาณ 60 mg/m3 อยู่ครับ https://aqicn.org/calculator
    ที่เกินไป 3 เท่านั้นน่าจะมีจริงๆ ก็คือช่วงที่ AQI ของ PM2.5 ขึ้นไปถึง 200 ตามเว็บครับ
    แต่กรมควบคุมมลพิษเค้ารายงานเป็นค่าเฉลี่ย 24 ชั่วโมง ไม่ได้รายงานรานเป็นค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงเหมือนในเว็บ Worldwide Air Quality ครับ

  2. พิราวรรณ

    รัฐบาลเฉยหลายเรื่อง ที่สังเกตุมา เรื่องกลุ่มสีกาสีทำผิดอื้อฉาว ไม่มีมาตรการเข้มแข็งปราม เอาจริง, เรื่องร้องเรียนการทุจริตข้าราชการ ก็ไม่เห็นผลเป็นรูปธรรมการจัดการกฎเหล็ก เซ็งแล้วล่ะ อุตสาห์ลุ้นปลื้มใจมาแต่ต้น….แต่ตอนนี้เราเฉยแล้วเหมือนกัน รู้สึกเฉยๆ ไม่อยากลุ่้นให้อยู่ต่อ

  3. GGEZ

    พาดหัวข่าวแบบโคตรเห็นแก้ตัว อากาศก็ใช้ด้วยกันทำไมไม่ช่วยๆกันรักษาหาวิธีแก้ไปโยนความรับผิดชอบให้ฝ่ายๆเดียวโคตรบ้า ที่ทำลายอ่ะช่วยกันทำลายกันเข้าไปสภาพแวดล้อมไม่เห็นนึกถึงกันเลย

  4. เจ

    ก็อุด EGR ทะลวง CAT จูนกล่องควันท่วมๆ นั่นไงล่ะ มาแล้วข้อเสียของการทำแบบที่ว่า หน่วยงานกำกับดูแล ไม่กวดขัน ประชาชนธรรมดาทำอะไรได้ไม่มากหรอกครับ ตรวจ จับ ยึดรถ ติดคุกไปเลย ตรวจสภาพรถเอกชนที่ไหนตรวจให้ผ่านก็ปิดทิ้งไปเลย ปรับเจ้าของตรวจสภาพด้วย ร้านไหนประกาศขายแผ่นอุด EGR ท่อแทนแคทจับเลยครับ ทำผิดกฏหมายซึ่งๆหน้า หน่วยงานรัฐตาบอดหูหนวก แต่ประชาชนปอดพังทั้งเมือง ของเค้าสร้างมาดีๆ ช่างไทยเก่งแต่ไม่เข้าเรื่อง อุดEGR แล้วอ้างน้ำมันเครื่องสะอาดขึ้น เสื่อมช้าลง ท่อไอดีสะอาด ถามจริงจะเอาน้ำมันเครื่องมาทาหน้าหรือยังไง หรือตอนนอนไม่นอนห้องนอนเหรอครับ ชอบมุดเข้าไปนอนในท่อร่วมไอดี ทะลวงแคทคันเร่งเบา เสียงโบดัง ประหยัดน้ำมันขึ้น 5-10% ขำ รอไว้จ่ายค่าคีโมรักษาคนในบ้านก่อนเถอะแล้วจะรู้ว่าคุ้มหรือไม่ ยิ่งเวลารถติดๆแล้วนั่งกระบะหลังกลับช่วงเทศกาลนั่นล่ะครับ

  5. สุรพล ผ่องดารา

    เพิ่มรถยนต์โดยสารเป็นไฟฟ้าให้หมดทั่วกรุงเทพลดราคารถยนต์ไฟฟ้า,ลดราคารถจักรยานยนต์ไฟฟ้าเพิ่มช่องทางรถจักรยานให้มีทางที่ปลอดภัย รถไฟฟ้าทุกชนิดให้ถูกลงอย่าคิดว่าเงินภาษีหายไป แต่ได้สุขภาพประชาชนไม่ต้องมาเสียเงินค่ารักษาตามโรงบาลอากาศจะดีขึ้นมาเองรถที่ใช้มาเกิน10ปีก้อให้นำมาใช้ต่างจังหวัด เพิ่มหัวชาร์ทให้ทั่วกรุงเทพและหัวเมืองใหญ่ๆให้มีที่ชาร์ททั่วถึงคนลงทุนมากมายอย่าเอาให้นายทุนเพื่อแลกกับเงินที่นายทุนคิดว่าให้หมามันแดก ข้าราชการ,นักการเมือง ชอบทำตัวให้นายทุนเอาเงินฟาดหัวหมดศักดิ์ศรีความเป็นคน(หมารับใช้)

  6. golf

    นี่มันวิกฤต ถ้าไม่จัดการอะไรให้สถานการณ์ดีขึ้น จะมานั่งมีอำนาจหาพระแสง ของ้าวอะไร go

  7. AAA

    ไปอ่านคอมเม้นพวกที่แชร์ตามเฟสบุ้คแล้วพบว่า ต่อให้รัฐใช้วิธีแก้ปัญหาแบบที่ประเทศที่เจริญแล้วเขาทำกัน มันก็ไม่มีใครให้ความร่วมมือหรอก คนไทยข้ออ้างเยอะ
    พอบอกให้ใช้รถสาธารณะก็มีคนบ่นแล้วว่านักการเมืองยังมีรถประจำตำแหน่งอยู่เลย ระบบขนส่งห่วย ทำไมต้องขึ้น
    จะให้รถวิ่งตามวันเหมือนฝรั่งเศษ จะทำได้จริงหรือในเมื่อเซเว่นปิดไม่กี่ชั่วโมงก็บ่นว่าจะอดตายทั้งประเทศ และถ้ามีคนไม่สนโลกเจ้าหน้าที่จะกวดขันไหวไหม แล้วก็จะเจอกับคำว่ากดขี่รังแกประชาชนอีก

    สุดท้ายก็ขอให้รู้ไว้ว่าคุณจะโทษรัฐบาลไม่ได้กับปัญหาที่ต้องแก้ได้ด้วยความร่วมมือของประชาชน ต่อให้รัฐทำ แต่ประชาชนไม่ให้ความร่วมมือ ข้ออ้างเยอะ ก็จมปลักอยู่แบบนั้นต่อไปเถอะ

    บางทีก็คิดขำๆนะว่าไอ้เรื่องฉีดน้ำขึ้นฟ้าเนี่ย มันคงรู้อยู่แล้วแหละว่าตัวเองทำได้แค่นั้น เพราะต่อให้ทำมากกว่านี้ก็ไม่มีใครให้ความร่วมมือ

  8. รัฐบาลเปรต

    ทำถนนเข้าไปก่อสร้างเข้าไป เสร็จก็รื้อทำใหม่สมควรแล้ว

  9. คนรักสีเขียว

    สำหรับคนที่บอกว่า “โทษรัฐบาลฝ่ายเดียวไม่ได้” ผมอยากจะถามคุณสั้นๆ ว่า

    คนที่มีตำแหน่งมีอำนาจบริหารบ้านเมือง กินเงินเดือนไม่ใช่น้อยจากประชาชนจะอ้าง (หรือบอก) ว่าประชาชนไม่ให้ความร่วมมือ แค่นี้ มันไม่ง่ายไปหน่อยหรือครับ ไม่มีการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า(ระยะสั้น) ออกมาตรการ วางแผน(ระยะยาว)?

    ไม่งั้นผมก็เป็นนายกได้ คุณก็เป็นได้ ใครๆก็เป็นได้ รัฐบาลจะต้องออกมาตรการ บังคับใช้กฎหมาย จะทำอะไรก็ดำเนินการไปครับ การที่คุณบอกว่า “คนไทยไม่มีวินัย ทำอะไรไม่ได้หรอก” ถ้าหากมีทัศนคติแบบนี้ อย่าเข้ามารับตำแหน่งบริหารประเทศชาตินะครับ รับเงินเดือนหลายๆหมื่น บางท่านเป็นแสน ต้องมีความสามารถ

    สำหรับคนที่บอกว่าเริ่มจากตนเองเสียก่อน แล้วคุณรู้ได้อย่างไรว่าเขาปฏิบัติตัวไม่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมครับ?

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.