สิมคู่ สะท้านชาวอีสาน

IMG_5659

“คันเจ้าได้ขี่ ซ้างกั้งฮ่มเป็นพระยา อย่าได้ลืมคนทุกข์ผู้ขี่ควายคอนกล้า”พญา หรือสุภาษิตคำสอนเก่าแก่บทนี้ประทับใจผมมาตั้งแต่เยาว์วัย สะท้อนความรู้สึกของชาวอีสานได้อย่างดี

กลางเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาผมไปจังหวัดร้อยเอ็ด พรรคพวกพานำชมสิมโบสถ์หลังเล็ก สถานที่ที่ผมอยากแวะชมทุกครั้งเมื่อมาเยือนแผ่นดินอีสาน

สิม เป็นคำเรียกโบสถ์ในภาษาอีสาน เสียงกร่อนมาจาก “สีมา” ในภาษาบาลีสันสกฤต หมายถึงเขตหรืออาณาเขตที่กำหนดขึ้นเพื่อใช้ทำกิจกรรมในพระพุทธศาสนา สิมจึงหมายถึงอุโบสถ อาคารขนาดเล็ก มีสัดส่วน โครงสร้างการตกแต่งภายนอก-ภายใน ทุกอย่างดูพอดี พอเหมาะ ไม่เล็กไม่ใหญ่เกินไป เป็นลักษณะของสถาปัตยกรรมพื้นบ้านอีสานที่มีรูปแบบเรียบง่าย หนักแน่น มีพลัง มีความสมถะ ซึ่งสะท้อนความจริงใจของชาวอีสาน

อ่านต่อ »

กรกฎาคม 22 2016 | ทั่วไป | ยังไม่มีความเห็น »

The Look of Silence ความสำเร็จของการสร้างความเกลียดชังในสังคม

lookofsilence01

โชคดีที่มีโอกาสได้ไปดูหนังสารคดียอดเยี่ยมซึ่งกวาดรางวัลมาทั่วโลกกว่า ๗๐ รางวัล และได้เข้าชิงรางวัลออสการ์ประจำปีนี้ The Look of Silence

ในสายตาของผมเรื่องนี้น่าจะเป็นสารคดีชั้นเยี่ยมในรอบหลายปีทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นเนื้อหาและวิธีการเล่าเรื่อง

เฉพาะเนื้อหาของเรื่องก็ชวนให้ใจระทึกเมื่อดูตั้งแต่ต้น เพราะเป็นการเปิดโปงโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ของมนุษยชาติผู้กระทำต่อกันอย่างโหดเหี้ยม

อ่านต่อ »

กรกฎาคม 21 2016 | ทั่วไป | ยังไม่มีความเห็น »

“Where to Invade Next ” เรื่องดี ๆ ที่ควรจะเกิดในเมืองไทย

MM-WTIN-Hi-RES-POSTER-V3

” การเคารพในศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ คือกระดูกสันหลัง ของการทำหน้าที่ตำรวจ และกฎหมายต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของหลักการนี้ ”

คนที่พูดประโยคนี้ ไม่ใช่นักสิทธิมนุษยชน นักเคลื่อนไหว แต่เป็นนายตำรวจโปรตุเกสคนหนึ่ง ได้เล่าให้ไมเคิล มัวร์ รู้ว่าเหตุใดปัญหายาเสพติดในประเทศนี้จึงลดลงมากในรอบสิบกว่าปีที่ผ่านมา

“Where to Invade Next ” สารคดีเรื่องล่าสุดของ ไมเคิล มัวร์ ยอดนักทำสารคดีผู้โด่งดังจากเรื่อง Fahrenheit 9/11 ได้พาพวกเราไปสำรวจตัวอย่างดี ๆ ในหลายประเทศ เพื่อ ยึด นำกลับมาใช้พัฒนาประเทศสหรัฐอเมริกาอันล้าหลัง

เสน่ห์ของสารคดีของมัวร์ คืออารมณ์ขันและจิกกัดแต่พองาม มัวร์เปิดเรื่องด้วยการที่ขออาสานายพลอเมริกันไปยึดประเทศอื่น ๆ หลังจากที่ทหารสหรัฐอเมริกาไม่เคยชนะสงครามอันใดเลยตั้งแต่สงครามเวียดนาม อิรัก ซีเรีย ฯลฯ มีงบประมาณทางทหารมากที่สุดในโลก คือ ประมาณ 20 ล้านล้านบาทต่อปี ขณะที่คนอเมริกันยังติดยาเสพติด มีปัญหาอาชญกรรม ปัญหามลพิษ ความยากจน การเหยียดผิว ฯลฯ

มัวร์เริ่มต้นที่ประเทศอิตาลี และแปลกใจที่สองสามีภรรยาคู่หนึ่งที่เขาคุยด้วย บอกว่า พวกเขามีวันหยุดพักร้อนนานถึง 7 สัปดาห์ หยุดแล้วยังได้เงินเดือน และวันหนึ่งทำงานน้อยกว่า 8 ชั่วโมง แถมยังกลับไปทำอาหารกลางวันเคล้าไวน์อย่างสบายใจแต่ประสิทธิภาพในการผลิตของอิตาลีอยู่ในอันดับต้น ๆ มีสินค้าแบรนด์ระดับโลกมากมาย

ขณะที่ประเทศสหรัฐอเมริกา การลาพักร้อนมีน้อยมาก คุณภาพชีวิตพนักงานแย่มาก

“ พนักงานไม่ใช่เครื่องจักร เมื่อพวกเขามีความสุข ก็ทำงานได้ดีมีคุณภาพ” นี่คือคำตอบสั้น ๆ ของเจ้าของกิจการแบรนด์ชื่อดังรายหนึ่ง

จากนั้นมัวร์แปลกใจกับอาหารกลางวันในโรงเรียนประถมแห่งหนึ่งของฝรั่งเศส ในโรงอาหารของโรงเรียน มัวร์นั่งล้อมโต๊ะอาหารกับเด็กนักเรียน ทุกคนดื่มน้ำเปล่า ไม่มีโค้กหรือเป๊ปซี่กระป๋องวาง

สักพัก อาหารมาเสริฟ นึกว่าสั่งจากภัตตาคาร อาหารดีมีคุณภาพทุกเมนู พอมัวร์หยิบภาพอาหารกลางวันในโรงเรียนของอเมริกให้ดู ประกอบด้วยแฮมเบอร์เกอร์ กับโค้ก เด็ก ๆ บอกว่า

“พวกนี้ไม่ใช่อาหาร กินเข้าไปได้อย่างไร”

ระหว่างรับประทานอาหาร ครูประจำโต๊ะยังสอนมารยาทการกินอาหาร ประโยชน์ของอาหาร ถือเป็นการสอนนอกห้องเรียนที่อร่อยมาก ๆ

คุณครูบอกมัวร์ว่า “คนฝรั่งเศสพิถีพิถันอาหารมาก รสชาติอร่อยและคุณภาพอาหารคือรากฐานการสร้างชีวิตของเด็กๆ”

มัวร์ขึ้นเหนือไปประเทศฟินแลนด์ ที่ได้รับการยอมรับว่า เป็นดินแดนคุณภาพการศึกษาเยี่ยมที่สุดในโลก แต่ปรากฎว่านักเรียน เรียนแค่วันละ 5 ชั่วโมง นอกนั้นเล่นทั้งวัน พอกลับบ้านใช้เวลาทำการบ้านไม่ถึงชั่วโมง

เมื่อมัวร์คุยกับนักเรียนในชั้นเรียน พวกเขาพูดกันได้คนละหลายภาษาอย่างน่าทึ่ง

“ไม่ต้องเสียเวลาเรียนในห้องเรียนเยอะ การเล่นก็เป็นการเรียน การไปเดินป่าศึกษาธรรมชาติ หรือเล่นดนตรี วาดรูปก็เป็นการเรียน เมื่อเด็กอยากเรียน ถึงเวลานั้นพวกเขาจะเรียนรู้ได้เร็วมาก” ครูคนหนึ่งบอกเคล็ดลับกับมัวร์

คนทั่วไปคิดว่าคนเยอรมนีเคร่งเครียด แต่โรงงานที่มัวร์ไปเยี่ยม มีกฏหมายบอกว่าหากพนักงานเครียดมีสิทธิลาป่วยและให้หมอส่งไปนวดคลายเครียดที่สปาได้

ตามท้องถนนในเมือง มีการบันทึกเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ความโหดร้ายสมัยนาซีฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิว 6 ล้านคนให้เด็กรุ่นหลังได้จดจำด้านมืดของชาวเยอรมนี พวกเขาเชื่อว่า ประวัติศาสตร์มีไว้จดจำเป็นบทเรียน ไม่ได้มีไว้ให้คนลืม

พอมัวร์ไปสัมภาษณ์ตำรวจโปรตุเกส ถามว่าปัญหาผู้เสพยาเสพติดและผู้ค้ายาลดลงอย่างฮวบฮาบ คำตอบง่าย ๆ ก็คือ ทางการโปรตุเกสคิดใหม่ ทำใหม่ ไม่จับคนติดยาเสพติด ถือว่าเป็นคนไข้ที่ต้องได้รับการเยียวยา ผลคือทำให้คนเสพลดจำนวนลงอย่างรวดเร็ว และเมื่อไม่มีคนเสพ ผู้ค้ายาก็ลดลงตามความต้องการ ขณะที่หลายประเทศจับคนติดยามาขังคุกจนล้นคุก และนับวันก็มากขึ้นเรื่อย ๆ

ยังมีอีกหลายกรณี อาทิ คุกในนอเวย์ เหมือนกับรีสอร์ต นักโทษมีห้องส่วนตัว มีทุกอย่างเหมือนคนทั่วไป ยกเว้นอิสรภาพ เพื่อต้องการทำให้คนคุกกลับเนื้อกลับตัวจริง ๆ ผลคือ ทำให้เป็นประเทศที่มีนักโทษต่ำที่สุดในโลก หรือ เรื่องราวของสตรีเป็นใหญ่ในไอซ์แลนด์ ฯลฯ

ออกมาจากโรงด้วยรอยยิ้ม และถามตัวเองว่า สิ่งดี ๆ แบบนี้ทำไมไม่เคยเกิดขึ้นในเมืองไทยเลย

กรุงเทพธุรกิจ 7 กค. 2559

กรกฎาคม 07 2016 | ทั่วไป | ยังไม่มีความเห็น »

อำนาจ จากการครอบครองนกเงือก

 

 1-78

ข่าวที่สร้างสีสันให้กับผู้อ่านไม่นานมานี้ข่าวหนึ่ง คงหนีไม่พ้น การที่มีคนในโลกออนไลน์ ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ตั้งคำถามกับ คุณวิกรม กรมดิษฐ์ นักธุรกิจชื่อดังคนหนึ่งผู้โพสต์ภาพตัวเอง กับนกเงือกสีน้ำตาล สัตว์คุ้มครองของไทยว่าเป็นการทำผิดกฎหมายคุ้มครองสัตว์ป่า

แต่กรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ผู้มีอำนาจหน้าที่รักษากฎหมาย กลับนิ่งเฉยมานาน จนเมื่อปรากฏเป็นข่าว สื่อให้ความสำคัญ ผู้คนเริ่มวิจารณ์การทำหน้าที่ เจ้าหน้าที่ก็เริ่มออกทำงาน

อ่านต่อ »

มิถุนายน 25 2016 | ทั่วไป | ยังไม่มีความเห็น »

ใครกล้าจัดการแผงลอยสยามสแควร์

 

12953562151295356300l

หาบเร่ แผงลอย และคนเมืองเป็นของคู่กันมาช้านาน

หาบเร่ แผงลอย ที่ขายตามท้องถนน เริ่มต้นจากบรรดาพ่อค้า แม่ค้าที่ไม่มีรายได้มากพอจะไปเปิดเซ้งร้านริมถนนเพื่อขายข้าวแกง ก๋วยเตี๋ยว ส้มตำ เครื่องดื่มหรือขายเสื้อผ้า เครื่องใช้ของจำเป็นนานาชนิดให้กับคนเดินถนนในราคาย่อมเยาว์

ในอดีตหาบเร่ แผงลอย จึงเป็นอาชีพอิสระของคนจน คนต่างจังหวัดที่มาหางานทำในเมืองกรุง คนที่ไม่ค่อยมีรายได้

แต่ปัจจุบันดูเหมือนจะไม่ใช่

อ่านต่อ »

พฤษภาคม 18 2016 | ทั่วไป | ยังไม่มีความเห็น »