-
Advertising
ข้อมูลที่น่าสนใจ
จองที่พัก ราคาถูกที่สุดในโลก รับประกันคืนเงิน...
คูปองราคาพิเศษ ที่พัก อาหาร เสริมความงาม และอีกมากมาย...
สถานที่ท่องเที่ยว 77 จังหวัดทั่วไทย โหลด app ฟรี!
แอร์บ้าน แอร์ใหม่ส่วนลดถึง 35% ประกัน 5ปี ติดตั้งโดยช่างมืออาชีพ
กล้องวงจรปิด จำหน่าย-ติดตั้งกล้องวงจรปิด ส่วนลดถึง 30% พร้อมเทียบราคายี่ห้อชั้นนำ
บทความในเว็บไซต์
-
ประธานาธิบดีซูการ์โน – สาธารณรัฐอินโดนีเซีย
ซูการ์โนเกิดวันที่ ๖ มิถุนายน ๒๔๔๔/๑๙๐๑ ในเกาะชวาตะวันออก ในวัยเด็กครอบครัวสนับสนุนให้เขา
-
สัมภาษณ์ ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ ห้าปีบนเก้าอี้เลขาธิการอาเซียน
เอาเข้าจริงแล้ว คนไทยส่วนมากรู้จัก ดร.สุรินทร์ในช่วง ๒ ทศวรรษที่ผ่านมาเท่านั้น เมื่อนักการเมืองจากปักษ์ใต้ค่ายประชาธิปัตย์
-
Let’s Bike ! – วางแผนให้มั่น ก่อนปั่นทางไกล
หลายต่อหลายครั้งที่เดินทางไปป่าเขาบนดอยสูง ผมมักสะดุดตาเสมอเวลาเห็นคนขี่จักรยานพร้อมสัมภาระปั่นผ่านมา
-
ดร.โก๊ะเค็งซวี – สาธารณรัฐสิงคโปร์
ดร. โก๊ะเค็งซวี เกิดเมื่อวันที่ ๖ ตุลาคม ๒๔๖๑/๑๙๑๘ ที่รัฐมะละกา (ภายใต้การปกครองของอังกฤษ) ครอบครัวของเขา…
-
มาร์กาเร็ต แธตเชอร์
มาร์กาเร็ต แธตเชอร์ (Margaret Thatcher) อดีตนายกรัฐมนตรีหญิงเหล็กแห่งอังกฤษ เกิดเมื่อ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2468 ที่เมืองแกรนแทม มลฑลลิงคอล์นไชร์ ครอบครัวเปิดร้านขายของชำและมีความสนใจในการเมืองและศาสนา แธตเชอร์เรียนจบคณะเคมีจากวิทยาลัยซอมเมอร์วิลล์แห่งมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด ระหว่างที่เรียนอยู่ได้เป็นประธานสมาคมอนุรักษ์นิยมประจำมหาวิทยาลัย เรียนจบแล้วเริ่มทำงานเป็นนักวิจัยด้านเคมีให้กับบริษัทเอกชนหลายแห่ง เข้าสู่วงการเมืองหลังจากได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแห่งฟินช์เลย์ในปี 2502 ต่อมาในปี 2513-2517 ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการและวิทยาศาสตร์ จากนั้นปี 2518 ได้เป็นหัวหน้าพรรคอนุรักษ์นิยม (Conservative Party) ซึ่งเป็นหัวหน้าพรรคการเมืองสตรีคนแรกในประวัติศาสตร์การเมืองของอังกฤษ ในปี 2522 ได้รับการเลือกตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของอังกฤษ และดำรงตำแหน่งติดต่อกันถึงสามสมัย ตั้งแต่ปี 2522-2533 เธอใช้นโยบายปฏิรูปที่รุนแรงหลายอย่าง เช่น การจัดบทบาทของสหภาพแรงงาน ลดภาษีเงินได้ สนับสนุนวิสาหกิจเอกชน และแปรรูปรัฐวิสาหกิจที่รัฐเคยยึดมากระจายให้เอกชน เธอได้รับการสนับสนุนมากขึ้นหลังจากผลักดันให้อังกฤษทำสงครามจนได้รับชัยชนะใน “สงครามหมู่เกาะฟอล์คแลนด์” (Falkland War) ในปี 2525 และการออกกฎหมายที่เปิดโอกาสให้ผู้เช่าบ้านสามารถซื้อบ้านที่ตนเช่าได้ แต่ด้วยวิธีการทำงานแบบเบ็ดเสร็จ คัดค้านการเข้าร่วมเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป นโยบายภาษีผู้มีสิทธิ์ออกเสียง (Poll Tax) ด้วยยึดมั่นในความคิดของตัวเองอย่างมั่นคงไม่ว่าจะถูกวิจารณ์อย่างไร ทำให้เธอเกิดความขัดแย้งกับเพื่อนร่วมงาน ในที่สุดก็หมดอำนาจและลาออกในปี 2533 เธอได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้นำที่กล้าตัดสินใจและกล้าเผชิญหน้า จนได้รับฉายาว่า “หญิงเหล็ก” (The Iron Lady) เป็นนายกรัฐมนตรีอังกฤษที่อยู่ในตำแหน่งนานที่สุดในคริสต์ศตวรรษที่ 20 ในบั้นปลายชีวิตเธอได้รับการแต่งตั้งเป็นขุนนางชั้นบารอน หรือ “รัฐสตรี” และได้ตระเวนปาฐกถาไปทั่วโลกในนามของมูลนิธิแทตเชอร์ มาร์กาเร็ต แธตเชอร์ ถึงแก่อสัญกรรมเมื่อวันที่ 8 เมษายน 2556 ที่โรงแรม Ritz ในกรุงลอนดอน ด้วยอาการเส้นเลือดในสมองอุดตัน รวมอายุได้ 87 ปี
-
อิศรา อมันตกุล
อิศรา อมันตกุล นักเขียนนักหนังสือพิมพ์คนสำคัญของไทย
-
ภาษาอังกฤษอ่านจากซ้ายไปขวา
อยากทราบว่าทำไมตัวหนังสือในภาษาต่าง ๆ ทั่วโลกบางทีก็เขียนจากซ้ายไปขวา บางทีก็เขียนจาก ขวาไปซ้าย บางภาษายิ่งแปลกใหญ่คือเขียนจากบนลงล่างดังเช่นภาษาจีน (คนช่างสงสัย / จ.อุดรธานี) “ซองคำถาม” ยังไม่มีข้อมูลที่จะตอบคำถามนี้ได้อย่างครอบคลุม คือมีแต่ข้อมูลฝ่ายภาษาอังกฤษ คุณ “คนช่างสงสัย” อ่านไปพลาง ๆ ก่อนก็แล้วกัน อักษรโรมัน ๒๖ ตัวในภาษาอังกฤษสมัยใหม่ เริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้นในสมัยกลาง แต่ต้นกำเนิดดั้งเดิมของมันนั้นอาจย้อนกลับไปในอดีตได้นับพัน ๆ ปี ต้นเค้าแรกสุดของอักษรโรมันคือ อักษรที่คิดประดิษฐ์ขึ้นโดยชาวฟินิเชียนอันเป็นกลุ่มชนที่พูดภาษาเซมิติก และตั้งถิ่นฐานอยู่ทางชายฝั่งตะวันออกของทะเลเมดิเตอร์เรเนียน หรือดินแดนที่เป็นประเทศเลบานอนในปัจจุบัน อักษรฟินิเชียนพัฒนาจากการเขียนด้วยภาพของพวกอียิปต์โบราณ และชุมชนบุพกาลอื่น ๆ โดยใช้ภาพสัญลักษณ์แทนพยัญชนะ ไล่จากอักษรตัวแรก alef, bet, gimel ส่วนสระนั้นไม่เขียนไว้ ในช่วงระหว่างปี ๑,๐๐๐ ถึงปี ๙๐๐ ก่อนคริสตกาล พวกกรีกได้ดัดแปลงตัวหนังสือของคู่ค้าชาวฟินิเชียน มาใช้เป็นภาษาของตนเอง นวัตกรรมหนึ่งของพวกกรีกคือการนำสัญลักษณ์ในภาษาเซมิติกหกตัว มาใช้แทนสระ alef อักษรตัวแรกได้กลายมาเป็น alpha ในภาษากรีก และถ่ายตัวอักษรเป็น A ในภาษาโรมัน ชาวฟินิเชียนเขียนจากขวามาซ้าย เช่นเดียวกับ ภาษาฮิบรู อารบิก และอีกหลายภาษาของประเทศเอเชียในปัจจุบัน จารึกอักขระกรีกยุคแรกสุดก็อ่านจากขวาไปซ้ายเช่นเดียวกัน ต่อมาพวกกรีกจึงรับเอาวิธีเขียนที่เรียกว่า “boustrophedon” (การเลี้ยวกลับในลักษณะเดียวกับการไถคราดของวัว) มาใช้ด้วยวิธีนี้ พวกเขาจะเขียนตัวอักษรจากซ้ายไปขวา และจากขวาไปซ้ายสลับกันไปทีละแถว จนล่วงมาถึงราวปี ๕๐๐ ก่อนคริสตกาลด้วยเหตุผลกลใดไม่แน่ชัด พวกกรีกก็เริ่มเขียนจากทางซ้ายมือไปทางขวา เพียงแบบเดียวเท่านั้น บางทีอาจเป็นเพราะว่าการขยับปลายปากกาต้นอ้อซึ่งเพิ่งคิดประดิษฐ์ขึ้นใหม่ไปในทิศทางดังกล่าวทำได้ง่ายกว่า ชาวอิทรัสคันในอิตาลีถือเอาตัวอักขระกรีกเป็นตัวแบบอักษรของพวกตน ซึ่งต่อมาได้พัฒนามาเป็นอักษรโรมันโบราณ ๒๓ ตัว ส่วนอักษร J, U, และ W นั้นเพิ่มเติมขึ้นภายหลังในช่วงสมัยกลาง
-
พระองค์เจ้าวิวัฒนไชย
พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิวัฒนไชย นักการเงินการคลังคนสำคัญของไทย พระองค์เจ้าวิวัฒนไชยประสูติเมื่อวันที่ 29 เมษายน 2442 พระนามเดิมคือ หม่อมเจ้าวิวัฒนไชย ไชยันต์ เป็นพระโอรสใน พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าไชยมงคล กรมหมื่นมหิศรราชหฤทัย และหม่อมส้วน ไชยันต์ ทรงสำเร็จการศึกษาจาก Ecole des Sciences Politiques กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส จากนั้นได้กลับเมืองไทย เริ่มดำรงตำแหน่งเลขานุการกระทรวงพระคลังมหาสมบัติ การงานก้าวหน้าขึ้นเรื่อย ๆ ทรงเคยดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมสรรพกร อธิบดีกรมศุลกากร ทรงดำรงตำแหน่งผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยพระองค์แรกเมื่อปี 2498 และทรงดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ระหว่างปี 2491-2492 เมื่อครั้งทรงดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาฝ่ายไทยของกระทรวงการคลัง ได้ทรงเสนอร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการเตรียมจัดตั้งธนาคารชาติไทย ในที่สุดสภาผู้แทนราษฎรได้อนุมัติร่างพระราชบัญญัติและประกาศในราชกิจจานุเบกษา สำนักงานธนาคารชาติไทย จึงได้ถือกำเนิดขึ้น ต่อมาได้เปลี่ยนเป็น ธนาคารแห่งประเทศไทย เปิดดำเนินการเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2485 พระองค์เจ้าวิวัฒนไชยได้ทรงดำรงตำแหน่งผู้ว่าการพระองค์แรก ระหว่างที่ดำรงตำแหน่งต้องเผชิญปัญหาด้านการเงินการคลังในระหว่างสงคราม ตลอดจนการป้องกันภาวะเงินเฟ้อในประเทศ พระองค์จึงทรงเสนอวิธีการต่าง ๆ ต่อรัฐบาล จนสามารถแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้สำเร็จลุล่วงได้ พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิวัฒนไชย สิ้นพระชนม์ เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2503
-
ตึกต้นไม้
โครงการสวนแนวตั้งตามป้ายรถเมล์และตอม่อทางด่วนของผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ คงต้องยอมหลบทางให้
-
รูปร่างพิกลของหมวกพยาบาล
ภาพจากเว็บ payabanthai.com หมวกพยาบาลทำไมจึงมีรูปร่างเช่นนั้น และใช้สอยประโยชน์ได้จริงหรือ กับสังเกตเห็นว่าที่หมวกจะมีแถบสีดำติดอยู่ด้วย เข้าใจว่าจะบอกความหมายอะไรบางอย่าง เพราะบางคนก็ใช้แถบบาง บางคนก็ใช้แถบหนา (ภาณุ / กรุงเทพฯ) หมวกนั้นบางทีก็ไม่ได้มีไว้ใส่กันแดดกันฝน แต่มุ่งประโยชน์ในด้านความสวยงาม หรือเป็นสัญลักษณ์, เอกลักษณ์บางอย่าง บังเอิญ “ซองคำถาม” กำลังอ่านหนังสือเรื่อง คนไม่รู้หนังสือ แปลโดยบุญส่ง ชเลธร มีข้อมูลเรื่องหมวกในแง่สัญลักษณ์ จึงจะขอออกนอกเรื่องเสียหน่อย ในหนังสือเล่าว่า ในสวีเดน หมวกขาวเป็นสัญลักษณ์ของคนที่เรียนจบระดับมัธยมปลาย ซึ่งคนสวีเดนถือเป็นขั้นตอนสำคัญของชีวิต ว่าต่อไปจะเป็นผู้ใหญ่แล้ว อาจเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัย หรือออกไปทำงาน งานสวมหมวกขาวถือเป็นงานเอิกเกริกและสนุกสนาน บางเมืองจัดเป็นงานใหญ่ มีคนมาร่วมชุมนุมเป็นหมื่น พวกคนแก่ ๆ ก็จะนำหมวกขาวใบเก่าจนสีซีดของตนมาสวมกันในวันนั้นด้วย ทีนี้มาว่ากันด้วยเรื่องหมวกพยาบาล หมวกพยาบาลนั้นวิวัฒนาการมาจากหมวกของแม่ชีในศาสนาคริสต์ เพราะพยาบาลเริ่มต้นมาจากการที่ผู้ศรัทธาในพระเจ้า รวมกลุ่มกันทำงานช่วยเหลือดูแลผู้ป่วย ในสมัยของ ฟลอเรนซ์ ไนติงเกล (ค.ศ. ๑๘๒๐-๑๙๑๐) สตรีชาวอังกฤษผู้มีชื่อเสียงในด้านการรักษาพยาบาลแผนปัจจุบัน หมวกเป็นส่วนหนึ่งของเครื่องแบบนักเรียนพยาบาลในโรงเรียนของเธอ ในราวปี ค.ศ. ๑๙๐๐ ชุดสีขาวเป็นเครื่องแบบที่กำหนดให้ผู้สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนพยาบาลสวมใส่ ถือกันว่าสีขาวเป็นสีของผู้ที่สำเร็จการศึกษาแล้ว “ซองคำถาม” ทราบมาว่าในประเทศไทย นักศึกษาพยาบาลในบางสถาบัน เช่นวิทยาลัยพยาบาลสภากาชาดไทย จะมีพิธีรับหมวก (capping ceremony) โดยนักศึกษาชั้นปีที่ ๑ ที่ผ่านการศึกษาสองเทอมแรกแล้ว จะเข้าพิธีรับหมวกในเดือนเมษายนของทุกปี ถือเป็นพิธีที่นักศึกษาพยาบาลทุกคนให้ความสำคัญ และตื่นเต้นมากที่จะได้สวมหมวกพยาบาล เพราะหมวกสีขาวนั้นเป็นเครื่องหมายว่าได้เข้าสู่การเป็นพยาบาลโดยสมบูรณ์ “ตั้งแต่หัวจรดเท้า” และตระหนักรู้ว่าจะต้องมีความรับผิดชอบต่อวิชาชีพ และต้องเป็นนางพยาบาลที่ดีตามความคาดหวังของสังคม ดังนั้นหมวกพยาบาลจึงเป็นหมวกอีกชนิดหนึ่งที่ใช้เป็นเพียงสัญลักษณ์ว่า ผู้ที่ใส่นั้นเป็นบุคคลซึ่งได้รับการศึกษาวิชาการพยาบาล และพร้อมที่จะให้การดูแลผู้ป่วย เมื่อหมวกนั้นไม่ได้มีไว้ใส่กันแดดกันฝน การที่มันจะมีรูปร่างแปลกออกไปบ้าง หรือดูแล้วไม่น่าจะใช้ประโยชน์ได้จริง ก็ไม่น่าเป็นเรื่องที่เราจะต้องตั้งข้อสงสัยอีกต่อไป ส่วนแถบสีดำที่อยู่บนหมวกพยาบาล พอจะใช้เป็นเครื่องสังเกตได้บ้างว่าเจ้าของหมวกนั้นจบการศึกษาระดับใด และเป็นหัวหน้าพยาบาลหรือไม่ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น พยาบาลในบ้านเรามีต้นสังกัดแตกต่างกันมากมาย เช่น สังกัดกระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข และโรงพยาบาลเอกชน ซึ่งอาจจะมีข้อกำหนดเกี่ยวกับการติดแถบบนหมวกไม่เหมือนกัน ในที่นี้ “ซองคำถาม” จะอธิบายในภาพรวม ผู้ที่จบการศึกษาพยาบาลมีสองพวก พวกแรกคือพยาบาลระดับต้น (เรียนสองปี) เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า พยาบาลเทคนิค (TN) จะติดแถบขนาดกว้างประมาณ ๑ เซนติเมตรตลอดความกว้างของหมวก…






























